เดโมแครตแท็กทีมยื่นคำขาด ‘กระทรวงแรงงาน’ สั่งเบรกแผนดึงคริปโตซุกกองทุนเกษียณ 401(k)
พูดง่ายๆ ก็คือ สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับอาวุโสจาก 3 คณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส นำโดย เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders), เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) และ บ็อบบี้ สก็อตต์ (Bobby Scott) ได้ยื่นจดหมายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ยกเลิกแผนเปิดทางให้นำคริปโตและ "สินทรัพย์ทางเลือก" เข้าไปอยู่ในแผนเกษียณ 401(k) โดยให้เหตุผลว่าสินทรัพย์เหล่านี้ผันผวนสูงและขาดเกราะคุ้มครองนักลงทุน
🏛️ 3 คณะกรรมาธิการรวมพลังจี้ถอนแผน
ในจดหมายดังกล่าว แซนเดอร์ส วอร์เรน และสก็อตต์ ได้เรียกร้องให้ คีธ ซอนเดอร์ลิง (Keith Sonderling) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถอนข้อเสนอที่จะเปิดทางให้นำ Private Equity (การลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์), สินทรัพย์ดิจิทัล, Private Credit (สินเชื่อภาคเอกชนที่อยู่นอกระบบธนาคาร) และ "สินทรัพย์ทางเลือก" อื่นๆ เข้ามาอยู่ในแผนเกษียณ 401(k) (แผนการออมเพื่อเกษียณที่นายจ้างในสหรัฐฯ จัดให้ลูกจ้าง)
ทั้งสามคนดำรงตำแหน่งเป็น Ranking Member (สมาชิกอาวุโสฝ่ายเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการ) ของคณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภา, คณะกรรมาธิการด้านสุขภาพ การศึกษา แรงงาน และบำนาญของวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาและแรงงานของสภาผู้แทนราษฎร ตามลำดับ
⚠️ ห่วงความผันผวน-ช่องโหว่กฎหมาย
กลุ่ม ส.ว.-ส.ส. ระบุว่านโยบายนี้จะ "ทำให้บัญชีเงินเกษียณต้องเผชิญกับสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงเป็นพิเศษ อย่างเช่นสกุลเงินดิจิทัล" พร้อมชี้ถึง "การขาดกฎระเบียบและมาตรการป้องกัน" ที่ทำให้คริปโตจำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกง
พวกเขายังโต้แย้งว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันได้ลดความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดการฉ้อโกงคริปโตที่หน่วยงานการเงินอย่าง SEC (ก.ล.ต. สหรัฐฯ หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์) ลง โดยจดหมายระบุว่าการบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์กับสินทรัพย์คริปโตยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และมาตรการคุ้มครองหลายอย่างที่นักลงทุนได้รับในหลักทรัพย์สาธารณะอาจไม่ครอบคลุมถึงคริปโต ซึ่งช่องโหว่นี้มีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายแก่นักลงทุน
💰 เม็ดเงินมหาศาลในกองทุน 401(k)
ข้อเสนอนี้ถูกประกาศโดยกระทรวงแรงงานในเดือนมีนาคม สืบเนื่องจากคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่สั่งให้หน่วยงานต่างๆ "เปิดกว้างการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือก" รวมถึงคริปโต
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้น่าจับตา คือเม็ดเงินมหาศาลที่เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลจาก Investment Company Institute ระบุว่า ชาวอเมริกันถือครองเงินในแผน 401(k) รวมราว 10.1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 328 ล้านล้านบาท เมื่อคิดที่อัตราราว 32.5 บาทต่อดอลลาร์) ณ วันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา
🔍 ปมผลประโยชน์ทับซ้อนกับ CLARITY Act
แซนเดอร์ส วอร์เรน และสก็อตต์ ยังตั้งคำถามว่านโยบายของกระทรวงแรงงานจะเอื้อประโยชน์ทางการเงินให้บุคคลในรัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่ เนื่องจากมองว่าทรัมป์ "เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนในด้านนี้" รวมถึงโปรเจกต์คริปโตของครอบครัวอย่าง World Liberty Financial (แพลตฟอร์มคริปโตที่ครอบครัวทรัมป์มีส่วนเกี่ยวข้อง)
ข้อโต้แย้งในลักษณะเดียวกันนี้ยังถูกหยิบยกไปเสนอเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง CLARITY Act (ร่างกฎหมายที่วางกรอบกำกับดูแลตลาดคริปโตของสหรัฐฯ) ที่คาดว่าวุฒิสภาจะพิจารณาในเร็วๆ นี้ โดยฝ่ายเดโมแครตในวุฒิสภายืนยันว่าจะไม่โหวตสนับสนุนกฎหมายใดก็ตามที่ไม่มีบทบัญญัติด้านจริยธรรม
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ทรัมป์เตรียมเซ็นคำสั่ง เปิดทางสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่แผนเกษียณ 401(k)
👉 SEC และรัฐบาลทรัมป์เล็งปลดล็อกนักลงทุนรายย่อยสู่ Private Equity และคริปโตในแผนเกษียณ 401K
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การถกเถียงครั้งนี้สะท้อนภาพใหญ่ที่น่าสนใจว่า แม้คริปโตจะเดินหน้าเข้าสู่กระแสหลักทางการเงินมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ "จังหวะ" และ "เกราะคุ้มครอง" ก็ยังเป็นโจทย์ที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวพันกับเงินเกษียณของประชาชนหลักล้านล้านดอลลาร์ ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ถูกหยิบมาผูกโยงกับ CLARITY Act ยิ่งทำให้เส้นทางของกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ น่าติดตามต่อไปอย่างใกล้ชิด ว่าสุดท้ายแล้วจะหาจุดสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองนักลงทุนได้อย่างไร
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO คริปโต 401k, แผนเกษียณคริปโต, เบอร์นี แซนเดอร์ส, เอลิซาเบธ วอร์เรน, CLARITY Act, กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ, World Liberty Financial, crypto retirement plan
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com