JPMorgan ชี้สัญญาณดีต่อ Bitcoin หลัง Strategy ดันเงินสำรองสดแตะ 3,000 ล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์จาก JPMorgan (ธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่ของสหรัฐฯ) นำโดย นิโคลาส พานิเกียร์ตโซกลู (Nikolaos Panigirtzoglou) กรรมการผู้จัดการฝ่ายวิจัย ระบุในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่าการที่ Strategy (บริษัทถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลก เดิมชื่อ MicroStrategy) เพิ่มเงินสำรองสดจาก 2,550 ล้านดอลลาร์ เป็น 3,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับกระแสเงินไหลเข้า Bitcoin Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin) ที่เป็นบวกต่อเนื่อง ถือเป็น "สัญญาณดี" ต่อทิศทางตลาด Bitcoin แม้ว่ากระแสเงินไหลเข้า Spot Bitcoin ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือครอง Bitcoin จริง) จะยังผันผวนสลับขึ้นลงในช่วงนี้ก็ตาม พูดง่ายๆ ก็คือ แม้เม็ดเงินสถาบันผ่าน ETF จะยังไม่นิ่ง แต่สัญญาณจากฝั่งงบดุลของ Strategy และตลาด Futures กลับดูมั่นคงขึ้น
💰 เงินสำรองสดของ Strategy พุ่งแตะ 3,000 ล้านดอลลาร์
รายงานระบุว่า Strategy เพิ่งปรับเพิ่มเงินสำรองสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 2,550 ล้านดอลลาร์ เป็น 3,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 100,770 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยน 33.59 บาทต่อดอลลาร์ จาก Trading Economics ณ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) ซึ่งเทียบเท่ากับเงินสำรองที่ครอบคลุมการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Dividend หุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผลก่อนหุ้นสามัญ) ได้นานประมาณ 20 เดือน
ก่อนหน้านี้ ทีมนักวิเคราะห์ของ JPMorgan เคยระบุว่า Strategy สามารถคลายความกังวลเรื่องการต้องขาย Bitcoin ในอนาคตเพื่อนำเงินมาจ่ายปันผลได้ หากสร้างเงินสำรองให้เพียงพอครอบคลุมภาระผูกพันได้นาน 2-3 ปี ซึ่งการเพิ่มเงินสำรองครั้งนี้ถือเป็นก้าวหนึ่งในทิศทางที่ JPMorgan เคยแนะนำไว้
📈 เงินไหลเข้า Bitcoin Futures สวนทางความผันผวนของ ETF Spot
นักวิเคราะห์ JPMorgan ยอมรับว่ายังไม่สามารถฟันธงได้ชัดเจนว่าการสะสมเงินสดของ Strategy ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน Bitcoin หรือไม่ แต่สิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นสัญญาณบวกคือ สัญญา Bitcoin Futures มีเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวกในสัปดาห์นี้ แม้ Spot Bitcoin ETF จะเผชิญเงินไหลออก
โมเมนตัมเชิงบวกดังกล่าวปรากฏทั้งใน CME Bitcoin Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin ที่ซื้อขายบนตลาด Chicago Mercantile Exchange) และ Perpetual Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่มีวันหมดอายุ นิยมใช้ในตลาดคริปโต) ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่ากลุ่มนี้มักได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันมากกว่านักลงทุนรายย่อย ต่างจากแรงซื้อในกองทุน Leveraged ETF (กองทุนที่ใช้เลเวอเรจเพื่อขยายผลตอบแทนตามการเคลื่อนไหวของหุ้นอ้างอิง) ที่ผูกกับหุ้น Strategy ซึ่งมีเงินไหลเข้าต่อเนื่องมาแล้ว 7 สัปดาห์ และนักวิเคราะห์เชื่อว่าแรงซื้อส่วนนี้ส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนรายย่อย ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น Strategy และป้องกันไม่ให้ราคาหุ้นสามัญร่วงลงต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของ Bitcoin ที่บริษัทถือครองอยู่
🏦 ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่แท้จริงของ Bitcoin ไม่ใช่แค่ Strategy
ในรายงานอีกฉบับที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ JPMorgan ระบุว่า Strategy ไม่ใช่ภัยคุกคามเชิงโครงสร้างหลักของ Bitcoin อีกต่อไป แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่กว่าคือการที่ระบบ Blockchain แบบมีสิทธิ์เข้าถึงจำกัด (Permissioned Blockchain ระบบบล็อกเชนที่ควบคุมโดยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง ต่างจาก Public Blockchain ที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึง) ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งระบบลักษณะนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับ Blockchain สาธารณะและโทเคนของมันโดยตรง
💼 ฟอง เล มั่นใจ Strategy "ไม่ไปไหน"
ด้าน ฟอง เล (Phong Le) ประธานและซีอีโอของ Strategy ยืนยันเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าบริษัทยังคงมุ่งมั่นซื้อสะสม Bitcoin ในระยะยาว และตั้งเป้าเป็นผู้ซื้อ Bitoin รายใหญ่ที่สุดต่อไปในอนาคตอันใกล้ "เราไม่ได้จะไปไหน" เขากล่าว
เล ยังระบุว่าบริษัทรู้สึก "ปลอดภัยมาก" ต่อสถานะงบดุลของตนเอง และจะเริ่มพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินก็ต่อเมื่อราคา Bitcoin ร่วงลงมาอยู่ในช่วง 8,000-10,000 ดอลลาร์ (ราว 268,720-335,900 บาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569) เท่านั้น นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยแผนออกหุ้นบุริมสิทธิ STRC (Stretch) เพิ่มเติม เมื่อราคาหุ้นกลับไปแตะระดับราคาที่ตรา (Par Value) ที่ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้ซื้อ Bitoin เพิ่มเติมและเสริมเงินสำรองสกุลดอลลาร์ต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวด้านเงินสำรองและการสะสม Bitcoin ของ Strategy
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 สัญญาณระวังรอบใหม่? Strategy ชะลอสะสม BTC จาก 134,000 เหลือ 9,100 BTC ต่อเดือน
👉 JPMorgan มองกฎ "Clarity Act" หนุนสถาบันกลับมา ดัน inflow ปี 2026
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk (อ้างอิงรายงานวิจัย Alternative Investments Outlook and Strategy ของ JPMorgan) / theblock.co / ภาพ coinpaper.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Strategy เลือกเดินหน้าสร้างเงินสำรองสดแทนการเร่งซื้อ Bitcoin เพิ่มในช่วงนี้ สะท้อนว่าบริษัทกำลังปรับสมดุลระหว่างความเชื่อมั่นระยะยาวใน Bitcoin กับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยลดความกังวลของตลาดเรื่องการถูกบังคับขาย Bitoin ได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของ ETF Spot ที่ยังคงมีอยู่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าตลาดยังไม่ได้อยู่ในช่วงกระแสเงินไหลเข้าที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอ ทิศทางในระยะถัดไปน่าจะขึ้นอยู่กับว่า Strategy จะสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินนี้ต่อไปได้นานแค่ไหน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของราคา Bitcoin ในตลาด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: JPMorgan, Strategy, MicroStrategy, Bitcoin outlook, เงินสำรองสด Bitcoin, Bitcoin Futures, Spot Bitcoin ETF, Phong Le
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงการลงทุน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com