Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

สว. สหรัฐฯ เตือนหากกฎหมาย CLARITY พัง ‘จีน’ จะก้าวขึ้นมาเขียนกฎการเงินยุคใหม่แทนวอลล์สตรีท
31 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

สว. สหรัฐฯ เตือนหากกฎหมาย CLARITY พัง ‘จีน’ จะก้าวขึ้นมาเขียนกฎการเงินยุคใหม่แทนวอลล์สตรีท

วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis จากรัฐ Wyoming ออกโรงเตือนว่า หากสหรัฐฯ ไม่สามารถผลักดัน CLARITY Act (ร่างกฎหมายกำหนดโครงสร้างตลาดคริปโต) ให้ผ่านสภาได้ ประเทศจะเสียบทบาทผู้นำในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่จีนและประเทศคู่แข่ง ขณะเดียวกัน Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan ประกาศชัดว่าธนาคารใหญ่จะ "สู้" กับร่างกฎหมายฉบับนี้ ทำให้หน้าต่างเวลาในการผลักดันแคบลงเรื่อยๆ ก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้งกลางเทอม

 

🇨🇳 Lummis ชี้ "ปักกิ่ง" รออยู่ข้างหลัง หากวอชิงตันลังเล

 

Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันจากรัฐ Wyoming ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำขับเคลื่อนกฎหมายคริปโตในรัฐสภาสหรัฐ ออกมาส่งสัญญาณเตือนผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า การผ่านกรอบกฎหมายกำกับดูแลคริปโตอย่างครอบคลุมจะ "เป็นหลักประกัน" ว่าประเทศอื่นจะไม่เข้ามาเขียนกฎของยุคการเงินถัดไปแทนสหรัฐฯ

 

"อเมริกาเป็นผู้สร้างระบบการเงินที่มีดอลลาร์เป็นแกนกลาง ซึ่งค้ำจุนเสถียรภาพของโลกมาตลอดศตวรรษ CLARITY Act จะทำให้แน่ใจว่าเราเป็นผู้สร้างระบบใหม่อีกครั้ง ถึงเวลาที่ต้องลงมือแล้ว ก่อนที่ปักกิ่งจะตัดสินใจทำแทนเรา" — Lummis ระบุ

 

ประเด็นนี้สะท้อนความกังวลที่กว้างขึ้นในเวที Geopolitical ว่า หากสหรัฐฯ ไม่สามารถสร้างกฎเกมที่ชัดเจนให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทันเวลา ศูนย์กลางนวัตกรรมและทุนอาจไหลออกไปยังเขตอำนาจที่มีกรอบกฎหมายชัดเจนกว่า เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง สหภาพยุโรป (ผ่าน MiCA) รวมถึง Digital Yuan (e-CNY — สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางจีน หรือ CBDC) ที่จีนผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง

 

📜 CLARITY Act คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

 

CLARITY Act หรือ Digital Asset Market Clarity Act คือร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อกำหนดบทบาทระหว่าง SEC (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) และ CFTC (คณะกรรมการกำกับการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์) อย่างชัดเจน เพื่อให้บริษัทคริปโตรู้ว่าควรขออนุญาตและขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานไหน

 

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Senate Banking Committee (คณะกรรมาธิการการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ) ได้ลงมติให้ร่างกฎหมายฉบับนี้เดินหน้าต่อ หลังจากค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณามาหลายเดือน จุดประกายความหวังของอุตสาหกรรมคริปโตว่าอาจได้เห็นการลงนามภายในปี 2026

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การประกาศใช้ยังไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากเผชิญแรงต้านจากกลุ่ม Banking Lobby (กลุ่มล็อบบี้ของอุตสาหกรรมธนาคาร) และยังต้องแข่งกับเวลาก่อนจะเข้าสู่ฤดูการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ

 

🏦 Jamie Dimon นำธนาคารใหญ่ "สู้" ร่างกฎหมาย

 

ในวันศุกร์ที่ผ่านมา Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan (ธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์) ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่าธนาคารจะคัดค้าน CLARITY Act ฉบับล่าสุด เนื่องจากร่างปัจจุบันยังเปิดทางให้บริษัทคริปโตจ่ายดอกเบี้ยให้กับเงินฝากของผู้ใช้งานได้ ซึ่งเป็นโมเดลที่ Dimon มองว่าจะดึงเม็ดเงินออกจากระบบธนาคารดั้งเดิม

 

นอกจากนี้ Dimon ยังชี้ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้บังคับใช้กฎ AML (Anti-Money Laundering — มาตรการป้องกันการฟอกเงิน) และ Capital Reserve (เงินทุนสำรองตามกฎหมาย) กับบริษัทคริปโตในระดับเดียวกับที่ธนาคารต้องปฏิบัติตาม

 

"ธนาคารจะไม่ยอมรับร่างฉบับนี้ในรูปแบบนี้" Dimon กล่าว และยืนยันว่าธนาคารจะ "สู้" ร่างกฎหมายต่อไป

 

Dimon ยังวิจารณ์ Coinbase (เว็บเทรดคริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และจดทะเบียนในตลาด NASDAQ) รวมถึง CEO อย่าง Brian Armstrong ที่เดินหน้าล็อบบี้กฎหมายฉบับนี้อย่างหนัก พร้อมระบุว่า "ไม่มีใครต้องก้มหัวให้กับคนคนนี้หรือบริษัทนี้"

 

⏳ หน้าต่างเวลาแคบลง — พลาดปี 2026 อาจต้องรอถึงปี 2030

 

Lummis เตือนว่าหาก CLARITY Act ไม่สามารถลงนามเป็นกฎหมายได้ภายในปี 2026 หน้าต่างถัดไปที่จะผลักดันกฎหมายลักษณะนี้ผ่านสภาได้อีกครั้งอาจไม่มาถึงจนกว่าจะถึง ปี 2030 เนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมและการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบใหม่จะทำให้ภูมิทัศน์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

 

ความล่าช้านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่กำลังรอความชัดเจนทางกฎหมายก่อนเข้าตลาดคริปโตอย่างเต็มตัว

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 JPMorgan มองกฎ "Clarity Act" หนุนสถาบันกลับมา ดัน inflow ปี 2026
👉 'Bitcoin' และ 'ดอลลาร์สหรัฐ' คือพันธมิตรที่เกื้อกูลกัน! BPI ชี้โมเดลคล้าย Petrodollar
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ forbes.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict CLARITY Act ถือเป็นจุดวัดทิศทางว่าสหรัฐฯ จะยังคงเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของโลกต่อไปหรือไม่ การที่ Lummis ยกประเด็น "ปักกิ่ง" ขึ้นมาเป็นแรงกดดัน สะท้อนว่าการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่อง อำนาจทางภูมิเศรษฐกิจ ที่จะกำหนดสกุลเงินหลักของโลกในทศวรรษหน้า การถ่วงดุลระหว่างฝ่ายธนาคารดั้งเดิมและอุตสาหกรรมคริปโตจึงเป็นโจทย์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO CLARITY Act · Cynthia Lummis · กฎหมายคริปโตสหรัฐ · Jamie Dimon JPMorgan · Crypto Regulation 2026 · SEC CFTC · Digital Yuan จีน · Coinbase

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com