Cardano ประกาศส่งมอบการพัฒนา Core ให้ทีมนอกบริษัท เดินหน้าแผนกระจายอำนาจเต็มรูปแบบ
18 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

Cardano ประกาศส่งมอบการพัฒนา Core ให้ทีมนอกบริษัท เดินหน้าแผนกระจายอำนาจเต็มรูปแบบ

Input Output (บริษัทผู้พัฒนาหลักของ Cardano ก่อตั้งโดย Charles Hoskinson) ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะส่งมอบการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Cardano ให้ทีมภายนอก ได้แก่ Se7en Labs และ Teragone โดยครอบคลุม Haskell node, Plutus, กระเป๋า Daedalus และเทคโนโลยี Hydra การเปลี่ยนผ่านจะเริ่มเดือนสิงหาคมนี้และดำเนินต่อเนื่องถึงปี 2027 ท่ามกลางสภาพเครือข่ายที่ซบเซาและราคา ADA ที่ร่วงลงหนักจากจุดสูงสุด พูดง่ายๆ ก็คือ Cardano กำลังพยายามลดการพึ่งพาบริษัทแม่ของตัวเอง เพื่อให้เครือข่ายอยู่รอดได้ด้วยตัวเองในระยะยาว

 

🔧 ส่งมอบอะไรบ้าง และให้ใคร

 

Input Output ระบุว่าการส่งมอบครั้งนี้คือขั้นต่อไปของแผนกระจายอำนาจ Cardano โดยครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ 5 ส่วน ได้แก่ Haskell node (ซอฟต์แวร์โหนดหลักที่ใช้ตรวจสอบและประมวลผลธุรกรรมบนเครือข่าย), Plutus (แพลตฟอร์ม Smart Contract หรือสัญญาอัจฉริยะของ Cardano), กระเป๋าเงิน Daedalus, เทคโนโลยี Hydra (โซลูชันขยายขนาดเครือข่ายเพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม) และงานด้าน Developer Relations

 

บริษัทที่เข้ามารับหน้าที่หลักได้แก่ Se7en Labs ทีมพัฒนาที่เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานของ Solana และ Teragone ทีมวิจัยด้านการเข้ารหัสที่เป็นผู้นำการพัฒนา Mithril (โปรโตคอลลายเซ็นแบบอิงการ Stake เหรียญของ Cardano) ทั้งสองบริษัทจะรับผิดชอบส่วนต่างๆ ของโครงสร้างพื้นฐานหลัก โดยการเปลี่ยนผ่านจะเริ่มในเดือนสิงหาคมนี้และดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027

 

🗳️ จากอำนาจในการปกครองสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์

 

Cardano ได้โอนอำนาจตัดสินใจด้านโปรโตคอลและการกำกับดูแล (Governance) ไปให้ชุมชนแล้วก่อนหน้านี้ Input Output ระบุว่าขั้นต่อไปคือการกระจายความรับผิดชอบในการพัฒนาและดูแลซอฟต์แวร์ด้วยเช่นกัน

 

Charles Hoskinson ซีอีโอของ Input Output และผู้ก่อตั้ง Cardano กล่าวในแถลงการณ์ว่า ขั้นตอนสุดท้ายของยุค Voltaire (ชื่อเรียกช่วงพัฒนาการหนึ่งของ Cardano ที่เน้นเรื่องการกำกับดูแลโดยชุมชน) คือการกระจายอำนาจอย่างเต็มรูปแบบในการพัฒนา node และ blueprint อ้างอิง

 

แผนงานดังกล่าวกำหนดให้ทีมอิสระดูแลการพัฒนา Cardano อย่างน้อย 3 เวอร์ชันคู่ขนาน ที่เขียนด้วยภาษา Haskell, Rust และ Go โดยมีองค์กรสมาชิกอย่าง Intersect และ Pragma ทำหน้าที่กำกับดูแลข้อกำหนดทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ และการพัฒนาจะต้องผ่านการตรวจสอบและลงคะแนนจากชุมช

 

📉 สถานการณ์เครือข่ายที่ท้าทาย

 

การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Cardano เผชิญกิจกรรมบนเครือข่ายที่ซบเซา โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบ หรือ TVL (Total Value Locked) เพียง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,351 ล้านบาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 33.585 บาทต่อดอลลาร์จาก Trading Economics ณ วันที่ 16 กรกฎาคม 2569) เทียบกับเครือข่ายคู่แข่งอย่าง Tron และ Solana ที่มี TVL มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 134,340 ล้านบาท) ต่อเครือข่าย

 

ในด้านราคา โทเคน ADA ซื้อขายอยู่ที่ราว 16 เซนต์ (ประมาณ 5.37 บาท) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ลดลงเกือบ 95% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 3.10 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 104 บาท) เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2564

 

Hoskinson เคยออกมายอมรับปัญหาที่เครือข่ายเผชิญอยู่ และระบุว่าเคยเตือนไว้ตั้งแต่ต้นปีนี้ว่าสภาวะตลาดที่ทรุดตัวลงจะทำให้หลายโปรเจกต์ต้องปิดตัวลง โดยเขากล่าวในคลิปวิดีโอว่า แม้แต่ Cardano เองก็ต้องผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดในการเติบโต จำเป็นต้องมีการ "หักกระดูก" และผ่านช่วงการเติบโตแบบก้าวกระโดด รวมถึงการเข้า-ออกของโปรเจกต์ต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบ

 

🎯 เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง

 

Hoskinson ระบุว่า Cardano ต้องการทีมที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางมากขึ้นเพื่อกำหนดเป้าหมายและจัดสรรทรัพยากร พร้อมยอมรับว่าเครือข่ายหยุดการขยายตัวไปแล้ว

 

การย้ายการพัฒนาหลักไปให้หลายบริษัทจะช่วยลดการพึ่งพา Input Output ลง และเป็นการทดสอบว่าทีมอิสระจะสามารถดูแลซอฟต์แวร์ได้โดยไม่ทำให้การพัฒนาช้าลงหรือเกิดปัญหาการประสานงานหรือไม่ ขณะเดียวกัน Input Output จะหันไปทุ่มเทให้กับงานวิจัยและโครงการใหม่ๆ ผ่าน IO Labs และ IO Ventures มากขึ้น

 

Hoskinson กล่าวทิ้งท้ายในแถลงการณ์ว่า เขารู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่มาถึงขั้นตอนสุดท้ายที่ IO Labs ได้ส่งมอบ Haskell node ให้ชุมชนดูแลและควบคุม พร้อมระบุว่าพันธมิตรพร้อมแล้ว และระบบนิเวศตอนนี้มีทางเลือกที่หลากหลาย

 

📎 อ่านเพิ่มเติม👉 Cardano (ADA) คืออะไร? สมกับฉายา Ethereum Killer จริงไหม?
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การส่งมอบการพัฒนาให้ทีมภายนอกถือเป็นก้าวสำคัญที่สอดคล้องกับปรัชญาการกระจายอำนาจของบล็อกเชนอย่างแท้จริง แม้จะเกิดขึ้นในช่วงที่เครือข่ายเผชิญความท้าทายด้านราคาและกิจกรรมการใช้งาน แต่การลดการพึ่งพาบริษัทแม่เพียงรายเดียวก็อาจช่วยลดความเสี่ยงจาก "จุดล้มเหลวเดียว" (Single Point of Failure) ในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแผนนี้ยังคงต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าทีมอิสระหลายรายจะสามารถประสานงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้การพัฒนาสะดุดหรือไม่ ผู้อ่านที่ติดตาม ADA ควรศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO Cardano ADA Charles Hoskinson Input Output Decentralization การกระจายอำนาจ Haskell Node Cardano Core Development

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com