
ตม. จับผู้ต้องหาชาวจีนที่ชลบุรี ถูกกล่าวหาหลอกคนจีนด้วยกันให้ลงทุนคริปโต ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จับชายชาวจีนวัย 47 ปีที่ใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาพำนักในไทย ที่บ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. ตามหมายจับข้อหาฉ้อโกง ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกับพวกหลอกให้ผู้เสียหายชาวจีนลงทุนคริปโต ความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท ตามที่ผู้จัดการออนไลน์รายงานเมื่อวันที่ 23 ต.ค. และมติชนรายงานตรงกันในสาระสำคัญ
ตม. จับผู้ต้องหาชาวจีนที่ชลบุรี เกิดอะไรขึ้น
ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (ผบก.ตม.3) สั่งการให้ ตม.จังหวัดชลบุรี และ ตม.จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกันติดตามตัว ชุดปฏิบัติการแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ แสดงหมายจับ และแจ้งข้อกล่าวหาก่อนควบคุมตัว
มติชนรายงานว่าผู้ต้องหาเคยพักอยู่ใน จ.สมุทรปราการ ก่อนย้ายไปพักที่บ้านหรูใน จ.ชลบุรี ทั้งสองสื่อพาดหัวว่าผู้ต้องหาหนีหมายจับ สื่อทั้งสองแห่งไม่เปิดเผยชื่อจริงของผู้ต้องหา มติชนใช้นามสมมุติว่า "นายลี"
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเจ้าของคดี ดำเนินการตามหมายจับและขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป
ข้อกล่าวหาหลอกคนจีนลงทุนคริปโต
ตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์ ผู้ต้องหาเป็นชาวจีนที่ถือสัญชาติกัมพูชาเป็นสัญชาติที่สอง และใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาพำนักอยู่ในไทย มติชนรายงานตรงกันว่าผู้ต้องหาถือ 2 สัญชาติ ทั้งสองสื่อไม่ได้รายงานว่าผู้ต้องหาได้สัญชาติกัมพูชามาอย่างไรและเมื่อไร
หมายจับออกในข้อหาฉ้อโกง ผู้จัดการออนไลน์ระบุว่าออกโดยศาลแขวงพระนครเหนือ ส่วนมติชนระบุว่าเป็นศาลพระนครเหนือ ทั้งสองแห่งไม่ได้รายงานเลขที่หมายจับหรือวันที่ออกหมาย
ตามข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาร่วมกับพวกชักชวนให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง แต่ไม่มีการลงทุนจริงตามที่อ้าง ทั้งผู้จัดการออนไลน์และมติชนระบุว่าผู้เสียหายเป็นชาวจีน มติชนรายงานว่ามีผู้ลงทุนเสียหายหลายราย มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ทั้งสองแห่งไม่ได้ระบุจำนวนผู้เสียหายที่แน่ชัด
สตม. เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ตรวจการเข้าออกและการพำนักของคนต่างชาติในไทย รวมถึงติดตามตัวคนต่างชาติที่มีหมายจับ คดีนี้จึงเป็นงานร่วมระหว่าง ตม. ที่ตามตัว กับสถานีตำรวจในกรุงเทพฯ ที่เป็นเจ้าของคดี
ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาตามหมายจับ ผู้ต้องหายังไม่ได้ถูกตัดสินว่ามีความผิด และยังไม่มีรายงานคำชี้แจงจากฝั่งผู้ต้องหา
สตม. พูดอะไร
ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และ สตม. จะประสานหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศเพื่อติดตามดำเนินคดี พล.ต.ต.ทรงโปรด ระบุถึงนโยบายของ สตม. ว่าประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้กระทำผิด มติชนรายงานในทำนองเดียวกันว่า ผบช.สตม. กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดสืบสวนปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
เกี่ยวกับไทยอย่างไร และสิ่งที่ยังไม่รู้
ผู้เสียหายในคดีนี้เป็นชาวจีน แต่คดีถูกดำเนินการในไทย หมายจับออกโดยศาลไทย และพนักงานสอบสวนเป็นของ สน.หัวหมาก กรุงเทพฯ รูปแบบที่ถูกกล่าวหา คือชวนลงทุนคริปโตโดยอ้างผลตอบแทนสูงแต่ไม่ได้ลงทุนจริง เป็นรูปแบบเดียวกับที่ผู้ใช้ชาวไทยเจอบ่อย อ่านวิธีสังเกตได้ที่ รู้ทันสแกมคริปโต กลโกงที่คนไทยเจอบ่อยที่สุด และวิธีป้องกันตัว
สิ่งที่ยังไม่มีรายงาน ได้แก่ ชื่อจริงของผู้ต้องหา เลขที่หมายจับ จำนวนผู้เสียหาย ชื่อแพลตฟอร์มหรือเหรียญที่ใช้หลอก ผู้ร่วมขบวนการคนอื่น และผู้ต้องหาจะถูกส่งตัวกลับประเทศหรือไม่ ซึ่งต้องติดตามจากพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ต่อไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ตำรวจภาค 6 จับ 4 ผู้ต้องหาคดีชวนลงทุนผ่าน TikTok โยงกว่า 270 คดี ขออายัดคริปโตกว่า 6.6 ล้านบาท
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ผู้จัดการออนไลน์ (23 ต.ค. 2569), มติชน (23 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
คดีนี้เป็นอีกครั้งในเดือนเดียวที่ ตม. จับผู้ต้องหาชาวจีนตามหมายจับในคดีที่เกี่ยวกับคริปโตในไทย ข้อสังเกตคือคำชวนลงทุนที่สัญญาผลตอบแทนสูงโดยไม่มีการลงทุนจริง ยังเป็นสัญญาณเตือนข้อแรกที่ผู้ลงทุนควรระวัง ไม่ว่าจะมาในชื่อคริปโตหรือไม่
ภาพปก: ภาพเหตุการณ์จับกุม จากผู้จัดการออนไลน์ เบลอหน้าบุคคล
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com