
Bitcoin ETF ดูดเงินเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ใน 3 วัน แต่วันถัดมาไหลออก 636 ล้านดอลลาร์
Spot Bitcoin ETF (กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้นและถือบิทคอยน์จริงเป็นสินทรัพย์) ที่จดทะเบียนในสหรัฐ มีเงินไหลเข้าสุทธิเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 3 วันทำการ ระหว่าง 19-21 ต.ค. ตามเวลาสหรัฐ แต่วันพฤหัสที่ 22 ต.ค. เงินไหลออก 635.6 ล้านดอลลาร์ ตามตัวติดตามของ Decrypt ทำให้ยอดเดือนตุลาคมกลับไปติดลบราว 176 ล้านดอลลาร์ สำนักข่าวคริปโต CoinDesk วิเคราะห์ว่าถ้ายึดสถิติในอดีต บิทคอยน์จะขึ้นแรงได้ต้องมีเงินไหลเข้าต่อเนื่องกว่านี้
เงินไหลเข้า Bitcoin ETF 3 วัน มาจากไหนบ้าง
สำนักข่าวคริปโต CoinDesk รายงานว่ายอด 3 วันอยู่ที่ 1,080 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างข้อมูลของ SoSoValue (เว็บรวบรวมข้อมูลกองทุน ETF) ว่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนสำนักข่าว Decrypt อ้างตัวติดตาม ETF ของตัวเองว่าราว 1,070 ล้านดอลลาร์ หรือราว 36,100 ล้านบาท (คิดที่อัตรา 33.74 บาทต่อดอลลาร์ ณ 23 ต.ค. 2569 จาก Frankfurter)
ตามข้อมูลของ Decrypt วันจันทร์ที่ 19 ต.ค. มีเงินเข้า 526.7 ล้านดอลลาร์ เป็นวันที่ดีที่สุดของกลุ่มกองทุนนี้ตั้งแต่ 22 ก.ย. และเงินทั้งก้อนของวันนั้นเข้ากองทุน IBIT ของ BlackRock บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ของสหรัฐเพียงกองเดียว ต่อมาวันพุธที่ 21 ต.ค. มีเงินเข้าอีก 524.8 ล้านดอลลาร์ รวม 3 วันทำการติดกันได้ราว 1,070 ล้านดอลลาร์ ยอดวันจันทร์นี้ทีมข่าวรายงานไว้แล้วเมื่อ 20 ต.ค. (อ่านETF Bitcoin สหรัฐฯ ไหลเข้า 526.7 ล้านดอลลาร์ มากสุดตั้งแต่ 22 ก.ย.)
การกลับมาของแรงซื้อรอบนี้เกิดหลังช่วง 2 สัปดาห์ที่กองทุนกลุ่มนี้เสียเงินออกไปราว 910 ล้านดอลลาร์ Decrypt ระบุว่าจนถึงวันศุกร์ก่อนหน้า ยอดเดือนตุลาคมติดลบราว 615 ล้านดอลลาร์ ณ วันพุธที่ 21 ต.ค. หลังเงินไหลเข้า 3 วันนี้ ยอดทั้งเดือนเคยกลับมาเป็นบวกราว 460 ล้านดอลลาร์ แต่วันพฤหัสที่ 22 ต.ค. เงินไหลออก 635.6 ล้านดอลลาร์ ยอดเดือนตุลาคมจึงกลับไปติดลบราว 176 ล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Decrypt เมื่อ 23 ต.ค. 2569 วันที่เงินไหลออกนี้เป็นวันที่เงินออกมากที่สุดของเดือน
ตามตัวติดตามของ Decrypt ณ วันที่รายงาน 22 ต.ค. ยอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสมของ Spot Bitcoin ETF สหรัฐตั้งแต่เปิดซื้อขายอยู่ที่ 58,400 ล้านดอลลาร์ และสินทรัพย์สุทธิรวมของทุกกองทุนอยู่ที่ 100,800 ล้านดอลลาร์ ฝั่ง CoinDesk รายงานว่านักวิเคราะห์มองยอดเงินสัปดาห์นี้เป็นสัญญาณว่าแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันกลับมา แต่ก็เตือนว่าจังหวะเงินไหลเข้าต้องแข็งแรงต่อไป ราคาบิทคอยน์จึงจะขึ้นได้ยั่งยืน
"ความต้องการของสถาบันดีขึ้นแบบยังไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม เงินไหลเข้าออกยังผันผวน และต้องมีเงินไหลเข้าต่อเนื่องจึงจะยืนยันการฟื้นตัวที่แข็งแรงกว่านี้ได้"
Vikram Subburaj ซีอีโอ Giottus บริษัทในอินเดีย ให้ความเห็นทางอีเมลกับ CoinDesk (เผยแพร่ 22 ต.ค. 2569) ต้นฉบับ "Institutional demand shows tentative improvement. However, flows remain volatile and sustained inflows are needed to confirm a stronger recovery."
เงินเข้า Bitcoin ETF แต่ราคาบิทคอยน์ยังย่อ
เงินก้อนนี้ยังไม่ได้ดันราคา ตามข้อมูลของ Decrypt ณ เวลาที่รายงานในวันที่ 22 ต.ค. บิทคอยน์ซื้อขายอยู่ราว 81,470 ดอลลาร์ ลดลง 2.4% ในรอบ 24 ชั่วโมง แต่ยังบวก 2% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้นราคาเพิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดของสัปดาห์ใกล้ 85,000 ดอลลาร์ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วราคาเคยหลุดต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ไปช่วงสั้นๆ ส่วนหลังเงินไหลออกวันพฤหัส Decrypt รายงานวันที่ 23 ต.ค. ว่าราคาแทบไม่ขยับ ซื้อขายใกล้ 81,460 ดอลลาร์
ตลาดฝั่งอื่นก็อ่อนตัวเช่นกัน Decrypt รายงานว่า Ethereum (ETH) ลดลง 2.6% เหลือราว 2,393 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดคริปโตรวมลดลง 2.9% เหลือ 2.84 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วน Zcash เหรียญที่เน้นความเป็นส่วนตัวของธุรกรรม ร่วงหนักที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่ม 10 อันดับแรก ลดลง 5.6% แม้ในรอบ 7 วันยังบวกเกือบ 14%
คนในตลาดคาดการณ์ยังไม่ค่อยเชื่อว่าราคาจะทะลุขึ้นแรงในเดือนนี้ Myriad ซึ่งเป็น Prediction Market (ตลาดที่ให้คนวางเงินทายผลเหตุการณ์) ที่ Dastan บริษัทแม่ของ Decrypt พัฒนาขึ้น ให้โอกาสบิทคอยน์ขึ้นเกิน 87,500 ดอลลาร์ก่อนสิ้นเดือนตุลาคมเพียง 20% ณ รายงาน 22 ต.ค. (ลดเหลือ 17% ในรายงาน 23 ต.ค.) และโอกาสแตะ 90,000 ดอลลาร์ 9% ส่วนโอกาสที่ราคาจะลงไปถึง 77,500 ดอลลาร์อยู่ที่ 35% ขณะที่ผู้ใช้ Myriad มองฝั่ง Ethereum ดีกว่า โดยให้โอกาส 61.3% ที่ ETH จะขึ้นไปถึง 3,000 ดอลลาร์ก่อนจะลงไปถึง 1,500 ดอลลาร์
สถิติ 3 รอบที่บิทคอยน์ขึ้นแรง เงินไหลเข้า ETF เท่าไร
CoinDesk ไล่ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่กองทุนกลุ่มนี้เปิดซื้อขายเมื่อเดือนมกราคม 2567 และนิยามรอบขึ้นแรงว่าเป็นช่วงที่บิทคอยน์ขึ้นเกิน 50% โดยระหว่างทางไม่เคยย่อลงเกิน 20% จากจุดสูงสุด ซึ่งพบว่ามีทั้งหมด 3 รอบ ดังนี้
- รอบแรก 23 ม.ค. ถึง 14 มี.ค. 2567 บิทคอยน์ขึ้น 79% จากราว 39,900 เป็น 71,400 ดอลลาร์ เงินไหลเข้า ETF เฉลี่ย 294 ล้านดอลลาร์ต่อวัน มี 10 วันที่เงินเข้าตั้งแต่ 500 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป และ 1 วันที่เข้าตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป
- รอบสอง 5 ส.ค. ถึง 17 ธ.ค. 2567 บิทคอยน์ขึ้น 96% จากราว 54,100 เป็น 106,100 ดอลลาร์ เงินเข้าเฉลี่ย 202 ล้านดอลลาร์ต่อวัน มี 16 วันที่เข้าตั้งแต่ 500 ล้านดอลลาร์ และ 3 วันที่เข้าตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์
- รอบสาม 6 เม.ย. ถึง 14 ก.ค. 2568 บิทคอยน์ขึ้น 53% จากราว 78,400 เป็น 119,900 ดอลลาร์ เงินเข้าเฉลี่ย 248 ล้านดอลลาร์ต่อวัน มี 13 วันที่เข้าตั้งแต่ 500 ล้านดอลลาร์ และ 2 วันที่เข้าตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์
รวมทั้ง 3 รอบเป็น 199 วันทำการ CoinDesk คำนวณว่ากองทุนได้เงินเข้า 46,700 ล้านดอลลาร์ เฉลี่ยราว 235 ล้านดอลลาร์ต่อวัน มีวันที่เงินเข้าตั้งแต่ 500 ล้านดอลลาร์ 39 วัน และวันที่เข้าตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ 6 วัน
ภาพช่วงหลังช้ากว่านั้นชัดเจน CoinDesk ระบุว่าตั้งแต่ 1 ก.ค. บิทคอยน์ขึ้นมา 39% จากราว 60,000 เป็น 83,500 ดอลลาร์ แต่เงินไหลเข้า ETF เฉลี่ยเพียงราว 86 ล้านดอลลาร์ต่อวัน มีวันที่เงินเข้าตั้งแต่ 500 ล้านดอลลาร์แค่ 7 วัน หรือราว 1 ใน 11 วันทำการ เทียบกับราว 1 ใน 5 วันทำการในช่วง 3 รอบขึ้นแรง และยังไม่มีวันไหนที่เงินเข้าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์
Bitcoin ETF ต้องไหลเข้าต่อเนื่องแค่ไหน และตัวแปรถัดไป
CoinDesk สรุปว่าถ้าใช้ประวัติเป็นแนวทาง การขึ้นแรงรอบใหม่จากระดับนี้ต้องอาศัยเงินไหลเข้าที่สม่ำเสมอ แต่ก็ย้ำว่าอดีตเป็นแค่แนวทาง ไม่ใช่คำสัญญา เพราะแรงซื้อจากช่องทางอื่น เช่น ฟิวเจอร์ส (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือการซื้อเหรียญจริงโดยตรงในตลาดสปอต (ตลาดที่ซื้อขายและส่งมอบเหรียญทันที) ก็ดันราคาขึ้นได้เหมือนกัน
ส่วนเรื่องความต่อเนื่อง วันถัดมาเงินไหลออกไปเกือบ 60% ของยอด 3 วันนี้ ตามข้อมูลของ Decrypt ทีมข่าวสรุปราคาและเงินไหลออกวันนั้นไว้ในราคา Bitcoin 81,131 ดอลลาร์ แกว่งแค่ 1.2% ETF ไหลออก 636 ล้านใหญ่สุดตั้งแต่ มิ.ย.
ฝั่ง Ethereum ETF สถานการณ์ต่างกัน Decrypt รายงานว่าวันพุธที่ 21 ต.ค. มีเงินเข้า 14.9 ล้านดอลลาร์ หยุดช่วงไหลออก 5 วันติดที่ดูดเงินออกไปราว 389 ล้านดอลลาร์ แต่วันพฤหัสที่ 22 ต.ค. กลับไหลออก 110.6 ล้านดอลลาร์ ยอดเดือนตุลาคมติดลบราว 1,180 ล้านดอลลาร์
ในสัปดาห์เดียวกัน J.P. Morgan Asset Management บริษัทจัดการกองทุนในเครือ J.P. Morgan ออกคาดการณ์ระยะยาวสำหรับบิทคอยน์เป็นครั้งแรก ตามรายงานของ Decrypt บริษัทคาดว่าบิทคอยน์จะให้ผลตอบแทนทบต้นราว 10% ต่อปีในช่วง 10-15 ปีข้างหน้า พร้อมเตือนว่าราคาจะแกว่งแรง โดยประเมินความผันผวนไว้ราว 55% ส่วนเหตุการณ์ใกล้ตัวที่ Decrypt ระบุว่าเป็นตัวแปรคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วันที่ 27-28 ต.ค. รายงาน 22 ต.ค. ระบุว่าเงินเฟ้อที่ยังสูงทำให้การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งยังเป็นทางเลือกที่ Fed พิจารณาอยู่ ส่วนรายงาน 23 ต.ค. ระบุว่านักเทรดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ย
คนถือบิทคอยน์ในไทยอ่านตัวเลขนี้อย่างไร
กองทุนทั้งหมดในข่าวนี้จดทะเบียนในสหรัฐ แต่สิ่งที่กองทุนถือคือบิทคอยน์ตัวเดียวกับที่คนไทยถืออยู่ ตัวเลขชุดนี้บอกคนถือบิทคอยน์ในไทยได้ 2 เรื่อง
- เงินไหลเข้า ETF เป็นแรงซื้อแค่ทางหนึ่ง 3 วันที่เงินเข้าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ ราคายังลง 2.4% ในวันที่ Decrypt รายงาน และเงินไหลเข้าก็ไม่ต่อเนื่อง
- ตามการวิเคราะห์ของ CoinDesk รอบขึ้นแรงในอดีตมาพร้อมเงินไหลเข้าเฉลี่ยวันละกว่า 200 ล้านดอลลาร์ตลอดทั้งช่วง และมีวันที่เงินเข้าตั้งแต่ 500 ล้านดอลลาร์ราว 1 ใน 5 วันทำการ ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน
ตัวเลขที่ใช้ติดตามต่อมี 3 ชุด
- ยอดเงินไหลเข้าออกรายวันของ Spot Bitcoin ETF
- ผลประชุม Fed วันที่ 27-28 ต.ค.
- ราคาบิทคอยน์เทียบกับระดับ 80,000 ดอลลาร์ที่เพิ่งหลุดลงไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และสถิติย้อนหลังไม่การันตีว่าจะเกิดซ้ำ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ก.ล.ต. แจงมี บลจ.หลายรายขอหารือตั้ง Crypto ETF แต่ยังไม่มีใครยื่นขออนุมัติ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk (22 ต.ค. 2569), Decrypt (22 ต.ค. 2569), Decrypt (23 ต.ค. 2569), Frankfurter (อัตราแลกเปลี่ยน 23 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
เงินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ใน 3 วันเคยเป็นข่าวดีสำหรับฝั่งที่รอแรงซื้อจากสถาบัน และยังมาพร้อมคาดการณ์ระยะยาวครั้งแรกจาก J.P. Morgan Asset Management แต่วันถัดมาเงินไหลออก 635.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตรงกับที่ตัวเลขของ CoinDesk บอกว่าความสม่ำเสมอสำคัญกว่าวันที่เงินเข้าก้อนใหญ่ ค่าเฉลี่ยตั้งแต่กรกฎาคมยังต่ำกว่าครึ่งของช่วงขึ้นแรงในอดีต แรงซื้อ 3 วันนี้จึงยังไม่ใช่สัญญาณยืนยัน
ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI ร่วมกับโลโก้ Bitcoin
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com