โลโก้ Robinhood บนฉากเส้นขอบฟ้าย่านการเงินดูไบยามเย็น สื่อถึง Robinhood ได้ใบอนุญาต DFSA เตรียมเปิดบริการซื้อขาย Bitcoin หุ้น ETF ให้รายย่อยในปี 2570
24 October 2026•ข่าว•โดย กองบรรณาธิการ Bitcoin Addict

Robinhood ได้ใบอนุญาตดูไบ เตรียมเปิดเทรด Bitcoin หุ้น ETF ให้รายย่อยตะวันออกกลางปี 2570

Robinhood แอปซื้อขายหุ้นและคริปโตจากสหรัฐฯ ได้รับอนุญาตจาก Dubai Financial Services Authority หรือ DFSA (หน่วยงานกำกับดูแลการเงินในศูนย์การเงินดูไบ) ให้บริการซื้อขายและรับฝากสินทรัพย์แก่ลูกค้ารายย่อยรวม 10 ประเภท เช่น Bitcoin คริปโตอื่น หุ้น และ ETF ตามแถลงการณ์ของบริษัทที่ Bitcoin Magazine รายงานเมื่อ 22 ต.ค. 2569 บริการนี้มีกำหนดเปิดใช้ในปี 2570 จากศูนย์ใหม่ใน Dubai International Financial Centre หรือ DIFC เขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการเงินของดูไบ ซึ่งจะเป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ (MENA)

ใบอนุญาตดูไบของ Robinhood ครอบคลุมอะไรบ้าง

ตามแถลงการณ์ของ Robinhood Markets ที่ออกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ใบอนุญาตครอบคลุมทั้งการซื้อขายและ Custody (การรับฝากสินทรัพย์แทนลูกค้า) ใน 10 ประเภทสินทรัพย์ ได้แก่ Bitcoin และคริปโตอื่น หุ้น ETF (กองทุนที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น) และโทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Tokens) เป็นต้น

จุดที่น่าสนใจคือเรื่อง Custody โดย The Defiant รายงานว่าทะเบียนของ DFSA ระบุใบอนุญาตของ Robinhood MENA Limited มีผลตั้งแต่ 20 ก.ค. รวมสิทธิ์เป็นตัวกลางจัดให้มีการซื้อขายคริปโตและรับฝากสินทรัพย์ให้ลูกค้ารายย่อย Bitcoin Magazine ระบุว่า DFSA อนุญาตให้ Robinhood ถือสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าเองได้ ไม่ใช่แค่ส่งคำสั่งซื้อขายต่อ และให้ความเห็นว่า บริษัทที่ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเปิดให้ลูกค้าในสหรัฐฯ ถอน Bitcoin ออกจากแอปได้ แต่ได้สิทธิ์รับฝากคริปโตตั้งแต่วันแรกในประเทศใหม่ สะท้อนว่าธุรกิจคริปโตของ Robinhood พัฒนามาไกลแค่ไหน

ทำไม Robinhood เลือกดูไบ

Vlad Tenev ประธานและซีอีโอของ Robinhood ระบุในแถลงการณ์ของบริษัทว่า

"DIFC เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก และการขยายไปที่นั่นทำให้เราเข้าใกล้การสร้างแพลตฟอร์มระดับโลกที่เปิดให้ทุกคน ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์ทางการเงินคุณภาพสูงสุด"

Vlad Tenev ประธานและซีอีโอ Robinhood แถลงการณ์บริษัท ตามรายงานของ Bitcoin Magazine 22 ต.ค. 2569 ต้นฉบับ "The DIFC is one of the world’s most important financial hubs, and our expansion there brings us closer to building a global platform that enables anyone, anywhere to own the highest quality financial assets."

Bitcoin Magazine รายงานว่า Johann Kerbrat ผู้ดูแลธุรกิจคริปโตและธุรกิจต่างประเทศของ Robinhood อธิบายการไปดูไบโดยโยงกับกระแสนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่ในภูมิภาค Kerbrat คนเดียวกันนี้เป็นผู้เปิดเผยเมื่อ 7 ต.ค. ว่า Robinhood นำ Bitcoin มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ หรือราว 843.5 ล้านบาท (คิดที่อัตรา 33.74 บาทต่อดอลลาร์ ณ 23 ต.ค. 2569 จาก Frankfurter) เข้างบดุลของบริษัท ตามรายงานของ Bitcoin Magazine นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทถือ BTC เป็นสินทรัพย์ของตัวเอง ไม่ใช่ถือแทนลูกค้า

ฐานของ Robinhood ที่ DIFC มี Salah Kaddoura ประธาน Robinhood MENA เป็นผู้ตั้งทีมดูไบก่อนเปิดบริการ ตัวเมืองแข่งขันสูง Bitcoin Magazine ระบุว่า ณ 31 มี.ค. DIFC มีนายหน้าซื้อขายที่ได้รับอนุญาต 72 แห่ง นอกจากนี้ในดูไบยังมีกระดานเทรดคริปโตหลายเจ้าที่ถือใบอนุญาตจาก Virtual Assets Regulatory Authority หรือ VARA ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับสินทรัพย์เสมือนของดูไบที่แยกจาก DFSA แม้มีสงครามกับอิหร่านในภูมิภาค DIFC ก็ยังมีบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินกิจการอยู่เกิน 10,000 แห่งในปีนี้

สิ่งที่ Robinhood ยังไม่ได้บอก

Robinhood ยังไม่เปิดเผยว่าจะให้บริการประเทศใดบ้างเมื่อเปิดตัว ราคาและค่าธรรมเนียมจะเป็นอย่างไร และจะนิยามนักลงทุนที่มีสิทธิ์ใช้บริการ (Eligible Investors) อย่างไร Bitcoin Magazine ชี้ว่าประเด็นสุดท้ายนี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดของตลาดที่ Robinhood เข้าถึงได้จริง

ข่าวนี้มีผลอะไรกับคนไทย

Robinhood เป็นที่รู้จักในสหรัฐฯ จากกลุ่มนักลงทุนอายุน้อยที่ซื้อขายหุ้นรายตัว และกำลังขยายออกนอกสหรัฐฯ บริษัทระบุว่ามีลูกค้านอกสหรัฐฯ มากกว่า 1 ล้านราย ตามรายงานของ Bitcoin Magazine ตลาดที่เข้าไปแล้วมีดังนี้

  • สหราชอาณาจักร เข้าตลาดในปี 2567
  • สหภาพยุโรป เปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบเมื่อปีที่แล้ว
  • สิงคโปร์ ได้รับอนุมัติในหลักการสำหรับบริการนายหน้าซื้อขายเมื่อเดือนเมษายน
  • แคนาดา ปิดดีลซื้อ WonderFi แพลตฟอร์มคริปโตของแคนาดาเมื่อเดือนมิถุนายน

สำหรับคนไทยที่ใช้หรือติดตาม Robinhood ไม่มีไทยอยู่ในรายชื่อตลาดข้างต้น ส่วนศูนย์ดูไบจะเปิดในปี 2570 และบริษัทยังไม่บอกว่าจะรับลูกค้าจากประเทศใด หรือใครนับเป็นนักลงทุนที่มีสิทธิ์ ข่าวนี้จึงยังไม่เปลี่ยนอะไรสำหรับคนไทยในตอนนี้ และยังไม่มีอะไรที่ต้องทำ ถ้าเห็นโฆษณาหรือลิงก์ชวนเปิดบัญชี Robinhood ดูไบก่อนบริษัทประกาศรายละเอียด ควรตรวจกับประกาศทางการของ Robinhood ก่อน เพราะบริษัทยังไม่ประกาศว่าจะรับลูกค้าจากที่ใด

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

👉 สวิสไฟเขียว !! FINMA อนุมัติ Bitcoin ETF สำหรับรายย่อยตัวแรกของสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมสั่งเตือนความเสี่ยงขาดทุน

👉 Singapore Gulf Bank ธนาคารบาห์เรนให้ลูกค้ารายย่อยแปลง USD เป็น USDT-USDC ในแอป ยังไม่บอกค่าธรรมเนียม

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Bitcoin Magazine (22 ต.ค. 2569), The Defiant (22 ต.ค. 2569)

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ใบอนุญาตครั้งนี้ไม่ได้ให้แค่สิทธิ์ส่งคำสั่งซื้อขาย แต่ให้ Robinhood รับฝากคริปโตของลูกค้ารายย่อยเองได้ตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นความรับผิดชอบที่หนักกว่า และต้องอยู่ใต้การกำกับของ DFSA โดยตรง พูดง่ายๆ ก็คือ แบรนด์โบรกเกอร์รายย่อยใหญ่จากสหรัฐฯ กำลังเลือกศูนย์การเงินที่มีกติกาชัดเจนเป็นฐานขยายธุรกิจคริปโต แต่คำตอบว่าใครสมัครได้บ้าง และค่าธรรมเนียมเท่าไร ยังต้องรอบริษัทประกาศ จนกว่าจะถึงตอนนั้น ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณเชิงทิศทางมากกว่าบริการที่คนทั่วไปจะใช้ได้ทันที

ภาพปก: โลโก้ Robinhood จาก Robinhood ฉากประกอบสร้างด้วย AI

รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com