
ตำรวจภาค 6 จับ 4 ผู้ต้องหาคดีชวนลงทุนผ่าน TikTok โยงกว่า 270 คดี ขออายัดคริปโตกว่า 6.6 ล้านบาท
ตำรวจภูธรภาค 6 แถลงเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 ว่าคดีชวนทำงานโปรโมตผลไม้แปรรูปผ่าน TikTok ก่อนชวนลงทุน เชื่อมโยงกันกว่า 270 คดีทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายรวมราว 25 ล้านบาท ตำรวจจับผู้ต้องหาได้ 4 ราย และประสานแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องเพื่อขออายัดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท
พล.ต.ท.วรวัฒน์ มะลิ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เป็นผู้นำแถลง พร้อมทีมสืบสวนของภาค 6 และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์
ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าหลอกอย่างไร
ตามที่ตำรวจแถลง ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าใช้ TikTok โฆษณาชวนทำงานโปรโมตสินค้าผลไม้แปรรูป ก่อนชวนเข้ากลุ่ม LINE แล้วขอให้โอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นค่าซื้อตำแหน่งงานหรือเงินร่วมลงทุนซื้อหุ้นบริษัท ตำรวจระบุว่าช่วงแรกมีการจ่ายผลตอบแทนจริง ก่อนปิดระบบและตัดการติดต่อเมื่อผู้เสียหายโอนเงินเพิ่ม
Phitsanulok Hotnews รายงานว่าขบวนการนี้แอบอ้างชื่อและภาพสินค้าของบริษัทผลไม้แห่งหนึ่งเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และแบ่งระดับสมาชิกเป็น V1 ถึง V4 โดยอ้างว่าระดับสูงจะได้ผลตอบแทนมากกว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ย้ำว่าการที่ชื่อหรือภาพสินค้าของบริษัทใดถูกนำไปแอบอ้าง ไม่ได้หมายความว่าบริษัทต้นทางมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
ตำรวจค้นเป้าหมาย 5 จุดพร้อมกัน แบ่งเป็นเชียงใหม่ 3 จุด เชียงรายและตากจังหวัดละ 1 จุด ตำรวจจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 4 ราย เป็นชาย 3 ราย หญิง 1 ราย หนึ่งในนั้นเป็นกรรมการบริษัท ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 รายยังหลบหนีและอยู่ระหว่างติดตามตัว
ตำรวจยึดและขออายัดอะไรบ้าง
ทรัพย์ที่ตำรวจตรวจยึด ได้แก่ รถยนต์หรู 4 คัน โฉนดที่ดิน 5 ฉบับ สินค้าแบรนด์เนม 15 รายการ โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 11 เล่ม Phitsanulok Hotnews รายงานว่ามูลค่ารวมประมาณ 20 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 6.6 ล้านบาทยังอยู่ในขั้นประสานขออายัดกับแพลตฟอร์ม
ข้อกล่าวหาเบื้องต้นที่ตำรวจแจ้งมี 4 ข้อ คือร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
พล.ต.ท.วรวัฒน์ ฝากเตือนให้ระวังการลงทุนออนไลน์ที่อ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ โดยเฉพาะแบบที่เริ่มจากให้ทำภารกิจง่ายๆ เพื่อรับค่าตอบแทน ก่อนชวนให้เพิ่มเงินลงทุนหรือจ่ายเงินเลื่อนระดับสมาชิก ถ้าถอนเงินไม่ได้ ไม่ควรโอนซ้ำตามที่อ้างว่าเป็นค่าภาษีหรือค่าธรรมเนียม และควรเก็บหลักฐานการสนทนา สลิปโอนเงิน และข้อมูลบัญชีไว้แจ้งความ
ดูวิธีสังเกตและป้องกันมิจฉาชีพเพิ่มเติมได้ใน10 วิธีป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์
สิ่งที่ยังไม่รู้
- รายงานของสื่อทั้งสองแหล่งไม่ระบุชื่อผู้ต้องหาและไม่ระบุว่ากรรมการบริษัทที่ถูกจับเป็นกรรมการของบริษัทใด ยังไม่มีคำชี้แจงจากฝ่ายผู้ต้องหา
- คริปโตกว่า 6.6 ล้านบาทเป็นการประสานขออายัด ยังไม่ระบุว่าอยู่บนแพลตฟอร์มไหนและอายัดได้ครบหรือไม่
- ภาพรวมการคืนเงินให้ผู้เสียหายทั้งหมดยังไม่มีข้อมูล
- ผู้ต้องหาทุกรายยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา คดียังไม่มีคำพิพากษา
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ตำรวจเผยหลอกลงทุนเสียหาย 80 ล้านบาทในสัปดาห์เดียว ขณะบัญชีม้าคริปโตพุ่ง 27% ทั้งปี
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: MGR Online (22 ต.ค. 2569), Phitsanulok Hotnews (22 ต.ค. 2569)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
จากข้อมูลที่ตำรวจแถลง คดีนี้เริ่มจากงานโปรโมตสินค้าบนแอปที่คนใช้ทุกวัน ส่วนคริปโตปรากฏในขั้นที่ตำรวจขออายัดทรัพย์ ซึ่งยังไม่ระบุว่าเชื่อมกับเงินของผู้เสียหายอย่างไร ข้อสังเกตทั่วไปสำหรับผู้อ่านคือ งานที่ต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะได้ทำ เป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบให้ดีก่อนโอน
ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com