ช่องโหว่ Coldcard ลามหนัก! เหยื่อพุ่ง 4,500 ที่อยู่ เสียหายกว่า 2,983 ล้านบาท
ความเสียหายจากช่องโหว่กระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ลุกลามหนักขึ้นต่อเนื่อง หลังพบว่าที่อยู่กระเป๋า (Address) ถูกโจมตีแล้วรวม 4,585 แห่งใน 3 ระลอก มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งขึ้นเป็น 1,367 BTC หรือราว 89 ล้านดอลลาร์ตามราคาตลาดปัจจุบัน ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569
🌊 ไล่เรียง 3 ระลอกการโจมตี
ระลอกแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มีเงินถูกขโมยไป 1,083 BTC จาก 1,196 ที่อยู่ ภายในเวลาเพียง 41 นาที เฉลี่ยแล้วเหยื่อแต่ละรายสูญเงินไปเกือบ 1 BTC เต็ม ส่วนระลอกที่ 3 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันศุกร์ถึงวันเสาร์ตามเวลาสากล มีเงินถูกโอนออกไป 208 BTC จาก 1,912 ที่อยู่ แต่เฉลี่ยแล้วเหยื่อแต่ละรายสูญเงินเพียงราว 0.1 BTC เท่านั้น สะท้อนว่าผู้โจมตีเปลี่ยนเป้าหมายไปยังกระเป๋าที่มียอดคงเหลือน้อยลงแทน
🔬 ต้นตอช่องโหว่ย้อนไปถึงเฟิร์มแวร์ปี 2564
รายงานระบุว่าต้นตอของช่องโหว่มาจากเฟิร์มแวร์ Coldcard เวอร์ชันที่ออกในเดือนมีนาคม 2564 ซึ่งส่งกระบวนการสร้าง Seed ไปใช้ตัวสุ่มเลขแบบซอฟต์แวร์ (Software Randomization) ที่คาดเดาได้ แทนที่จะใช้ตัวสร้างเลขสุ่มจากฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์เอง ทำให้เกิดชุดคีย์ (Key) ที่มีขอบเขตจำกัดและสามารถทำซ้ำได้ ผู้โจมตีจึงสามารถคำนวณคีย์เหล่านี้แบบออฟไลน์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวอุปกรณ์จริงเลย
🎯 กลยุทธ์การโจมตีที่เปลี่ยนไปในระลอก 3
รูปแบบการโจมตีในระลอกที่ 3 เปลี่ยนไปจากเดิมหลายจุด โดยเงินของเหยื่อแต่ละรายถูกส่งไปยังปลายทางแยกกันเป็นรายบุคคล แทนที่จะรวมเข้าที่อยู่กลาง (Collector Address) เดียวเหมือนระลอกก่อนหน้า นอกจากนี้ยังเปลี่ยนไปใช้เอาต์พุตแบบ Pay-to-Witness-Script-Hash แทนเอาต์พุตแบบคีย์เดี่ยว และรวบรวมเหยื่อเฉลี่ยครั้งละราว 6 ราย ต่างจากระลอกแรกที่ประมวลผลเหยื่อครั้งละ 1 รายเท่านั้น รวมถึงสแกนเฉพาะเส้นทางอนุพันธ์ (Derivation Path) เริ่มต้นเท่านั้น ไม่ได้ไล่สแกนหลายสาขาเหมือนก่อน
🕵️ Galaxy Research ชี้แนวโน้มยังไม่จบ
Galaxy Research (ทีมวิจัยของ Galaxy Digital บริษัทการลงทุนด้านคริปโต) เป็นผู้ตรวจพบการโจมตีระลอกที่ 3 และตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทีมวิจัยเชื่อว่าแต่ละระลอกน่าจะมาจากผู้โจมตีรายเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าทั้ง 3 ระลอกเชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดของบล็อกเชนที่ไม่สามารถเปิดเผยการประสานงานเบื้องหลังธุรกรรมแยกกันได้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Coinkite เตือนด่วน! Coldcard Mk3 มีช่องโหว่ เงินหาย 594 BTC มูลค่า $38 ล้าน
👉 ช่องโหว่ Coldcard $38 ล้าน สั่นคลอนความเชื่อมั่น Self-Custody อาจดันเงินเข้า ETF
👉 ช่องโหว่ Coldcard ลามถึงไทย! ผู้ใช้รายหนึ่งเผยเงินเก็บ 0.71 BTC หายเกลี้ยงกระเป๋า🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk (เขียนโดย Shaurya Malwa) / coindesk.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ตัวเลขที่พุ่งจาก 594 BTC เป็น 1,367 BTC ภายในเวลาไม่กี่วัน สะท้อนว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จบไปแล้ว แต่ยังเป็นการโจมตีที่ดำเนินอยู่และปรับกลยุทธ์ตลอดเวลา การที่ระลอกล่าสุดหันไปเจาะกระเป๋ายอดน้อยแทนยอดใหญ่ ยิ่งสะท้อนว่าผู้โจมตีตั้งใจไล่เก็บให้ครบทุกที่อยู่ที่มีความเสี่ยง ไม่ใช่แค่เลือกเป้าหมายใหญ่เท่านั้น ผู้ใช้ Coldcard ที่เคยสร้าง Seed ในช่วงปี 2564-2566 ที่ยังไม่ได้ย้ายเงินออก ควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะความเสี่ยงยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Coldcard, Galaxy Research, Bitcoin หาย, Self-Custody, Coinkite
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com