ช่องโหว่ Coldcard ลามหนัก! เหยื่อพุ่ง 4,500 ที่อยู่ เสียหายกว่า 2,983 ล้านบาท
02 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ช่องโหว่ Coldcard ลามหนัก! เหยื่อพุ่ง 4,500 ที่อยู่ เสียหายกว่า 2,983 ล้านบาท

ความเสียหายจากช่องโหว่กระเป๋าฮาร์ดแวร์ Coldcard ลุกลามหนักขึ้นต่อเนื่อง หลังพบว่าที่อยู่กระเป๋า (Address) ถูกโจมตีแล้วรวม 4,585 แห่งใน 3 ระลอก มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งขึ้นเป็น 1,367 BTC หรือราว 89 ล้านดอลลาร์ตามราคาตลาดปัจจุบัน ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569

 

🌊 ไล่เรียง 3 ระลอกการโจมตี

 

ระลอกแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มีเงินถูกขโมยไป 1,083 BTC จาก 1,196 ที่อยู่ ภายในเวลาเพียง 41 นาที เฉลี่ยแล้วเหยื่อแต่ละรายสูญเงินไปเกือบ 1 BTC เต็ม ส่วนระลอกที่ 3 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงวันศุกร์ถึงวันเสาร์ตามเวลาสากล มีเงินถูกโอนออกไป 208 BTC จาก 1,912 ที่อยู่ แต่เฉลี่ยแล้วเหยื่อแต่ละรายสูญเงินเพียงราว 0.1 BTC เท่านั้น สะท้อนว่าผู้โจมตีเปลี่ยนเป้าหมายไปยังกระเป๋าที่มียอดคงเหลือน้อยลงแทน

 

🔬 ต้นตอช่องโหว่ย้อนไปถึงเฟิร์มแวร์ปี 2564

 

รายงานระบุว่าต้นตอของช่องโหว่มาจากเฟิร์มแวร์ Coldcard เวอร์ชันที่ออกในเดือนมีนาคม 2564 ซึ่งส่งกระบวนการสร้าง Seed ไปใช้ตัวสุ่มเลขแบบซอฟต์แวร์ (Software Randomization) ที่คาดเดาได้ แทนที่จะใช้ตัวสร้างเลขสุ่มจากฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์เอง ทำให้เกิดชุดคีย์ (Key) ที่มีขอบเขตจำกัดและสามารถทำซ้ำได้ ผู้โจมตีจึงสามารถคำนวณคีย์เหล่านี้แบบออฟไลน์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าถึงตัวอุปกรณ์จริงเลย

 

🎯 กลยุทธ์การโจมตีที่เปลี่ยนไปในระลอก 3

 

รูปแบบการโจมตีในระลอกที่ 3 เปลี่ยนไปจากเดิมหลายจุด โดยเงินของเหยื่อแต่ละรายถูกส่งไปยังปลายทางแยกกันเป็นรายบุคคล แทนที่จะรวมเข้าที่อยู่กลาง (Collector Address) เดียวเหมือนระลอกก่อนหน้า นอกจากนี้ยังเปลี่ยนไปใช้เอาต์พุตแบบ Pay-to-Witness-Script-Hash แทนเอาต์พุตแบบคีย์เดี่ยว และรวบรวมเหยื่อเฉลี่ยครั้งละราว 6 ราย ต่างจากระลอกแรกที่ประมวลผลเหยื่อครั้งละ 1 รายเท่านั้น รวมถึงสแกนเฉพาะเส้นทางอนุพันธ์ (Derivation Path) เริ่มต้นเท่านั้น ไม่ได้ไล่สแกนหลายสาขาเหมือนก่อน

 

🕵️ Galaxy Research ชี้แนวโน้มยังไม่จบ

 

Galaxy Research (ทีมวิจัยของ Galaxy Digital บริษัทการลงทุนด้านคริปโต) เป็นผู้ตรวจพบการโจมตีระลอกที่ 3 และตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทีมวิจัยเชื่อว่าแต่ละระลอกน่าจะมาจากผู้โจมตีรายเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าทั้ง 3 ระลอกเชื่อมโยงกันจริงหรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดของบล็อกเชนที่ไม่สามารถเปิดเผยการประสานงานเบื้องหลังธุรกรรมแยกกันได้

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Coinkite เตือนด่วน! Coldcard Mk3 มีช่องโหว่ เงินหาย 594 BTC มูลค่า $38 ล้าน
👉 ช่องโหว่ Coldcard $38 ล้าน สั่นคลอนความเชื่อมั่น Self-Custody อาจดันเงินเข้า ETF
👉 ช่องโหว่ Coldcard ลามถึงไทย! ผู้ใช้รายหนึ่งเผยเงินเก็บ 0.71 BTC หายเกลี้ยงกระเป๋า

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk (เขียนโดย Shaurya Malwa) / coindesk.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ตัวเลขที่พุ่งจาก 594 BTC เป็น 1,367 BTC ภายในเวลาไม่กี่วัน สะท้อนว่านี่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จบไปแล้ว แต่ยังเป็นการโจมตีที่ดำเนินอยู่และปรับกลยุทธ์ตลอดเวลา การที่ระลอกล่าสุดหันไปเจาะกระเป๋ายอดน้อยแทนยอดใหญ่ ยิ่งสะท้อนว่าผู้โจมตีตั้งใจไล่เก็บให้ครบทุกที่อยู่ที่มีความเสี่ยง ไม่ใช่แค่เลือกเป้าหมายใหญ่เท่านั้น ผู้ใช้ Coldcard ที่เคยสร้าง Seed ในช่วงปี 2564-2566 ที่ยังไม่ได้ย้ายเงินออก ควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด เพราะความเสี่ยงยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Coldcard, Galaxy Research, Bitcoin หาย, Self-Custody, Coinkite

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com