ผู้ก่อตั้ง Hut 8 เตือน "เราเสียการควบคุม AI แล้ว" หลังเคยขาย Bitcoin ไปลงทุน AI ก่อนย้ายกำไรกลับมาซื้อคืน
20 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ผู้ก่อตั้ง Hut 8 เตือน "เราเสียการควบคุม AI แล้ว" หลังเคยขาย Bitcoin ไปลงทุน AI ก่อนย้ายกำไรกลับมาซื้อคืน

Marc van der Chijs ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทขุด Bitcoin ชื่อดัง Hut 8 (HUT) ออกมาเตือนว่าการแข่งขันด้าน AI ระหว่างบริษัทเทคโนโลยีและประเทศต่างๆ ได้เร่งพัฒนาการของ AI ให้เร็วเกินกว่าที่มนุษย์จะควบคุมได้ทัน จนอาจกระทบต่อระบบการเงินและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลก โดยเขาเข้าสู่วงการคริปโตมาตั้งแต่ปี 2013 และเคยนำ Hut 8 ปรับตัวจากเหมืองขุด Bitcoin ไปสู่ธุรกิจศูนย์ข้อมูล AI

"เราเสียการควบคุมไปแล้ว"

Van der Chijs ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ว่า "ผมกลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พูดตรงๆ" ก่อนระบุต่อว่า "เราเสียการควบคุมไปแล้วจริงๆ และจนกว่าเราจะได้การควบคุมกลับคืนมา ผมกังวลว่าเรากำลังเดินหน้าเร็วเกินไป"

 

"เราเสียการควบคุมไปแล้วจริงๆ และจนกว่าเราจะได้การควบคุมกลับคืนมา ผมกังวลว่าเรากำลังเดินหน้าเร็วเกินไป" — Marc van der Chijs ผู้ร่วมก่อตั้ง Hut 8

 

ความเสี่ยงต่อระบบธนาคารและโครงสร้างพื้นฐาน

เขาชี้ว่า AI อาจเปิดเผยจุดอ่อนในซอฟต์แวร์ระบบธนาคารรุ่นเก่า (Legacy Banking Software) ที่ยังใช้งานกันอยู่ทั่วโลก ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินที่พึ่งพาระบบเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย และยังกังวลว่าอาจต้องเกิดความปั่นป่วนครั้งใหญ่ต่อระบบการเงินหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเสียก่อน รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลกถึงจะยอมร่วมมือกันวางกรอบกำกับดูแลอย่างจริงจัง

สอดคล้องกับคำเตือนของ Dario Amodei แห่ง Anthropic

มุมมองของ Van der Chijs สอดคล้องกับคำเตือนของ Dario Amodei ซีอีโอ Anthropic ที่เคยระบุว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI จากการที่โมเดลพัฒนาตัวเองแบบวนซ้ำ (Recursive Self-Improvement) มีความเสี่ยงที่จะเกินขอบเขตการควบคุมของมนุษย์ และอาจสร้างความเสียหายในวงกว้างต่อโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งสองคนต่างชี้ไปที่ปัญหาเชิงโครงสร้างเดียวกัน คือการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างบริษัทและประเทศต่างๆ ที่ลงโทษฝ่ายที่เลือกชะลอตัว ทำให้ความปั่นป่วนเชิงระบบหรือความล้มเหลวร้ายแรงดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่มาตรการป้องกันระดับนานาชาติที่แท้จริงจะเกิดขึ้น

ขาย Bitcoin ไปลงทุน AI ก่อนย้ายกำไรกลับมาซื้อคืน

แม้จะกังวลเรื่องความเสี่ยง แต่ Van der Chijs ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายด้านเศรษฐกิจของ AI เขาเรียกการที่ Hut 8 ขยายธุรกิจไปสู่ศูนย์ข้อมูล AI ว่าเป็น "การตัดสินใจที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมา" และบอกว่าถ้าต้องบริหารบริษัทวันนี้ เขาจะทุ่มธุรกิจทั้งหมดไปที่โครงสร้างพื้นฐาน AI

ก่อนหน้านี้เขาเคยขาย Bitcoin จำนวนมากเพื่อนำเงินไปลงทุนใน AI แต่ล่าสุดกลับย้ายกำไรจาก AI นำกลับเข้ามาซื้อคริปโตผ่านกองทุน ETF อีกครั้ง เขาเคยคาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะขึ้นไปถึง 200,000-250,000 ดอลลาร์ ซึ่งไม่เป็นไปตามคาด ส่วนหนึ่งเพราะเม็ดเงินไหลไปกองอยู่ในธุรกิจ AI แทน อย่างไรก็ตาม เขายังยืนยันว่า "ถ้าให้เลือกถือสินทรัพย์ได้แค่อย่างเดียวในบรรดาสินทรัพย์ทั้งหมด ผมจะเลือก Bitcoin"

มองอนาคตตลาดแรงงานและสินทรัพย์เสี่ยง

Van der Chijs คาดการณ์ว่า AI และหุ่นยนต์อาจเข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้ถึง 90-95% ของงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งจะบีบให้รัฐบาลต้องหาแหล่งรายได้ทางเลือกใหม่แทนภาษีเงินได้จากแรงงาน นอกจากนี้เขายังมองว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า หุ้นของ Tesla และ SpaceX อาจให้ผลตอบแทนดีกว่าบริษัทผู้พัฒนา AI ชั้นนำ แม้จะเชื่อว่า AI มีศักยภาพระยะยาวสูงก็ตาม

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 เตือนภัยตรงๆ! CEO Anthropic ขอชะลอพัฒนา AI หวั่นฝูงบอทยึดอินเทอร์เน็ตใน 6-12 เดือน
👉 Anthropic เตือนภัย! AI ใกล้ "พัฒนาตัวเองแบบวนซ้ำ" ได้โดยไร้มนุษย์ควบคุม — สัญญาณสำคัญที่โลกคริปโตต้องจับตา

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ทีมข่าวมองว่าคำเตือนของ Van der Chijs มีน้ำหนักมากกว่าคนทั่วไปที่พูดเรื่องความเสี่ยง AI เพราะเขาเป็นคนที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากกระแส AI ผ่านการปรับธุรกิจ Hut 8 แต่ก็ยังเลือกที่จะย้ายกำไรกลับเข้า Bitcoin สะท้อนว่าแม้แต่คนที่มองบวกกับ AI ด้านเศรษฐกิจ ก็ยังมองสินทรัพย์อย่าง Bitcoin เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วจนคาดเดายาก สำหรับนักลงทุนคริปโต นี่อาจเป็นอีกมุมมองที่ควรพิจารณาประกอบการวางแผนพอร์ตระยะยาว

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com