Coinkite เตือนด่วน! Coldcard Mk3 มีช่องโหว่ เงินหาย 594 BTC มูลค่า $38 ล้าน
Coinkite บริษัทผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บ Bitcoin ยี่ห้อ Coldcard ออกคำเตือนด่วนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ถึงผู้ใช้อุปกรณ์รุ่น Coldcard Mk3 ที่สร้าง Seed Phrase (ชุดคำกู้คืนกระเป๋า) ด้วยเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 4.0.1 ขึ้นไป ว่าเงินในกระเป๋าอาจตกอยู่ในความเสี่ยง หลังพบช่องโหว่ด้าน Entropy (ความสุ่มของตัวเลขที่ใช้สร้างคีย์) ที่อ่อนแอ ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถคำนวณ Private Key ย้อนกลับได้ ตามรายงานของ The Block
💰 เงินถูกโอนออกไปแล้วเท่าไหร่
ข้อมูลจากบล็อกเชนพบว่ามีการโอน Bitcoin ออกจากที่อยู่แบบ Single-Signature (ลายเซ็นเดียว) จำนวน 500 ที่อยู่ รวมมูลค่า 594.5 BTC หรือราว 38.3 ล้านดอลลาร์ ในธุรกรรมที่ประสานกันภายในบล็อก 960188 ถึง 960191 นอกจากนี้ยังพบธุรกรรมก่อนหน้าอีก 695 รายการที่อาจเกี่ยวข้องกัน มูลค่ารวม 488.1 BTC ซึ่งหากนับรวมทั้งหมดอาจสูงถึง 1,082.6 BTC
🎯 รุ่นไหนได้รับผลกระทบบ้าง
ช่องโหว่นี้กระทบเฉพาะ Coldcard รุ่น Mk3 ที่ใช้เฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 4.0.1 (เดือนมีนาคม 2564) จนถึงเวอร์ชัน 5.0.3 เท่านั้น โดย Coinkite ระบุว่ารุ่น Mk4, Q และ Mk5 ไม่ได้รับผลกระทบจากการวิเคราะห์เบื้องต้น ส่วนสถานะของรุ่น Mk2 ยังไม่ชัดเจน โดย James O'Beirne นักพัฒนา Bitcoin ตั้งข้อสังเกตว่ารุ่นนี้อาจมีความเสี่ยงเช่นกัน แม้ Coinkite จะไม่ได้รวมอยู่ในประกาศเตือนก็ตาม
Coinkite ระบุในแถลงการณ์ว่า "เพื่อความปลอดภัยสูงสุด Coinkite ขอเตือนผู้ใช้ทุกคนที่สร้าง Seed ด้วย Mk3 บนเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 4.0.1 (มีนาคม 2564) หรือเวอร์ชันใดๆ ที่ตามมา ว่าเงินของท่านอาจตกอยู่ในความเสี่ยง"
🛡️ ผู้ใช้ควรทำอย่างไร
Coinkite แนะนำทางเลือกไว้ 3 แนวทาง ได้แก่ การตั้งรหัสผ่านเสริม BIP-39 (Passphrase) ที่แข็งแรงและไม่ซ้ำใครบนอุปกรณ์แล้วย้ายเงินไปยังกระเป๋าใหม่ที่เกิดจากรหัสผ่านนั้น, การสร้าง Seed ทดแทนบนเครื่อง Mk3 เครื่องใหม่ที่ยังไม่เคยใช้งาน (รันเฟิร์มแวร์ 4.1.9) โดยใช้การทอยลูกเต๋าอย่างน้อย 99 ครั้งเพื่อสร้างความสุ่มเอง หรือทางเลือกที่แนะนำที่สุดคือการย้ายไปใช้ Seed ใหม่ที่สร้างจาก Coldcard รุ่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ผู้ที่ตั้งรหัสผ่าน BIP-39 ไว้กับ Seed เดิมอยู่แล้วจะมีความเสี่ยงต่ำกว่าผู้ใช้ทั่วไป
James O'Beirne ย้ำว่าผู้ที่เก็บ Bitcoin ด้วยกุญแจเดียว (Single Key) ที่สร้างจาก Coldcard Mk3 ในช่วงปี 2564-2566 โดยไม่มีการทอยลูกเต๋าเอง ไม่มีรหัสผ่านเสริม และไม่ได้ใช้ระบบ Multi-Signature (หลายลายเซ็น) "ควรย้ายเงินออกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" ด้าน Clay Garrett จากทีมความปลอดภัยของ The Block ระบุว่า "มีธุรกรรมก่อนหน้า 695 รายการที่มีลายนิ้วมือดิจิทัลตรงกับชุดธุรกรรมที่ยืนยันแล้ว"
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Zilliqa เตือนช่องโหว่แอป Ledger เปิดช่องขโมยคีย์ส่วนตัว มีเงินสูญจริงจากกระเป๋าเย็น
👉 Ledger แฉเจอช่องโหว่ชิป Trezor Safe 7 ด้านซีอีโอโต้ลั่น 'เงินยังปลอดภัย 100%'🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (เขียนโดย Danny Park) / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
เหตุการณ์นี้เป็นเคสช่องโหว่กระเป๋าฮาร์ดแวร์ที่มีเงินสูญเสียจริงในระดับใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของปีนี้ และเป็นเคสที่ 3 ที่เกี่ยวกับกระเป๋าฮาร์ดแวร์ชื่อดังในรอบไม่กี่เดือน ต่อจาก Ledger และ Trezor ผู้ใช้ในไทยที่มี Coldcard Mk3 โดยเฉพาะที่สร้าง Seed ไว้ในช่วงปี 2564-2566 ควรตรวจสอบเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของตัวเองทันทีและดำเนินการตามคำแนะนำของ Coinkite โดยเร็ว การรอช้าอาจทำให้เงินที่เหลือถูกโอนออกไปก่อนได้
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Coldcard, Coinkite, Hardware Wallet, Bitcoin Security, ช่องโหว่
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงด้านการลงทุน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com