
Hashrate Bitcoin ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่นาน 316 วัน ยาวสุดในรอบ 10 ปี เหตุนักขุดหันไปทำสัญญา AI ระยะยาว
เครือข่าย Bitcoin ผ่านมา 316 วันแล้วโดยไม่สามารถทำ Hashrate (กำลังประมวลผลรวมของเครื่องขุดทั้งเครือข่ายที่ใช้ยืนยันธุรกรรมและรักษาความปลอดภัยของ Blockchain) จุดสูงสุดใหม่ได้ ถือเป็นช่วงแช่แข็งที่ยาวนานที่สุดในรอบ 10 ปี แซงสถิติเดิมที่เคยอยู่ 252 วัน ทั้งที่ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นกว่า 34.9% ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สะท้อนความผิดปกติที่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมขุด
316 วันไร้จุดสูงสุดใหม่ นานสุดในรอบทศวรรษ
ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม Hashrate เฉลี่ย 7 วันของเครือข่าย Bitcoin อยู่ที่ราว 914 Exahash ต่อวินาที (EH/s) ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมที่ 1,151.6 EH/s เมื่อเดือนตุลาคม 2568 อยู่ถึง 20.6% แม้ในสัปดาห์ล่าสุดจะฟื้นตัวขึ้นมาบ้างจากระดับราว 885 EH/s ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 11 สิงหาคม เพิ่มขึ้น 3.3% มาอยู่ที่ 915 EH/s ณ วันที่ 31 สิงหาคม ก็ตาม
ราคาขึ้น แต่ Hashrate กลับลง ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเพียงครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ปี 2012
ปกติแล้วเมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น นักขุดจะได้กำไรมากขึ้นและเปิดเครื่องขุดเพิ่ม ทำให้ Hashrate ไต่ตามราคาขึ้นไปด้วย แต่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้น 34.9% จนทะลุ 81,000 ดอลลาร์ Hashrate กลับลดลง 10.1% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นการสวนทางกันระหว่างราคาและ Hashrate ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งที่ 2 เท่านั้นนับตั้งแต่ปี 2012
เหตุผลที่รอบนี้ต่างจากทุกครั้ง: AI ดึงกำลังขุดออกจากระบบแบบถาวร
ในวงจรขุดแบบดั้งเดิม เมื่อการขุดไม่คุ้มทุน ผู้ประกอบการจะปิดเครื่องชั่วคราว แล้วเปิดกลับมาใหม่ทันทีที่ราคา Bitcoin ฟื้นตัวหรือค่าความยาก (Difficulty ตัวเลขที่กำหนดความยากในการขุดบล็อกใหม่ ปรับตามกำลังขุดรวมของเครือข่าย) ลดลง แต่รอบนี้ต่างออกไป เพราะนักขุดหลายรายเปลี่ยนกำลังไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนไปทำสัญญาระยะยาวด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ High-Performance Computing (HPC) แทน ซึ่งกำลังไฟฟ้าเหล่านี้จะไม่สามารถกลับมาขุด Bitcoin ได้อีก แม้เศรษฐศาสตร์การขุดจะดีขึ้นก็ตาม เพราะติดสัญญาผูกพันระยะยาวไปแล้ว
ตัวอย่างจริงจากบริษัทขุดรายใหญ่
บริษัท IREN ลดกำลังขุดของตัวเองจาก 50 EH/s ในเดือนมิถุนายน 2568 เหลือเพียง 23.2 EH/s ในเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมนำโครงสร้างพื้นฐานไปให้บริการ AI Cloud กำลัง 40 เมกะวัตต์แทน ด้าน TeraWulf เดินเครื่องกำลังไฟฟ้าสำหรับงานคอมพิวเตอร์สำคัญ (Critical-IT) 102 เมกะวัตต์ ควบคู่กับกำลังขุดเดิม 145 เมกะวัตต์ ขณะที่ Riot Platforms เพิ่งเซ็นสัญญาให้บริการคอมพิวเตอร์กับ Anthropic มูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์ ระยะเวลา 20 ปี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงขยายกำลังขุดของตัวเองไปพร้อมกันจนแตะ 44.4 EH/s ส่วน MARA และ Bitdeer ยังคงเดินหน้าขยายกำลังขุดอย่างต่อเนื่องที่ 70.3 EH/s และ 76.7 EH/s ตามลำดับ
"นี่คือตลาดหมี Hashrate เชิงเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อครั้งแรกของ Bitcoin"
— Raphael Zagury ซีอีโอ Twenty One Capital ระบุในเอกสารยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ
สถานะเศรษฐกิจนักขุดตอนนี้
ตัวชี้วัด Puell Multiple (อัตราส่วนรายได้นักขุดรายวันเทียบกับค่าเฉลี่ย 365 วัน ใช้วัดว่านักขุดกำลังทำกำไรมากหรือน้อยกว่าปกติ) เฉลี่ย 30 วันอยู่ที่ 0.73 อยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 16 เท่านั้น สะท้อนรายได้นักขุดที่อ่อนแอ ขณะที่ค่า Difficulty ต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ถึง 18.3% ถือเป็นการปรับลดครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่จีนแบนการขุดคริปโตเมื่อปี 2564 ด้าน Hashprice (รายได้ต่อหน่วยกำลังขุด) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 39.36 ดอลลาร์ต่อ Petahash ต่อวินาทีต่อวัน จากค่าเฉลี่ย 30 วันที่ 34.63 ดอลลาร์
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Hashrate ของ Bitcoin ลดลงถึงระดับเดียวกับเดือนธันวาคม 2022
👉 การฟื้นตัวของ Hashrate ช่วยลดแรงเทขายของนักขุด Bitcoin ในเดือนกรกฎาคม🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: จุดที่น่าจับตาที่สุดของข่าวนี้ไม่ใช่ตัวเลข Hashrate ที่ลดลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่อาจทำให้กลไกฟื้นตัวตามธรรมชาติของ Bitcoin ทำงานช้าลงในระยะยาว เพราะในอดีตเมื่อ Hashrate ร่วง ค่า Difficulty จะปรับลดลงตาม ทำให้นักขุดที่เหลือได้กำไรดีขึ้นและดึงดูดให้เครื่องขุดที่ปิดไปกลับมาทำงานใหม่ แต่ตอนนี้กำลังไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากถูกผูกไว้กับสัญญา AI ระยะยาวนับสิบปี ซึ่งให้ผลตอบแทนที่แน่นอนกว่าการขุด Bitcoin ที่ผันผวนตามราคาเหรียญ นักลงทุนที่ติดตามหุ้นบริษัทขุดจึงควรแยกพิจารณาระหว่างธุรกิจขุด Bitcoin กับธุรกิจให้บริการ AI ของบริษัทเดียวกัน เพราะรายได้ทั้งสองส่วนมีความเสี่ยงและปัจจัยขับเคลื่อนที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com