Bitcoin-ทองคำ เคลื่อนไหวสอดคล้องกันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระแส Debasement Trade หนุนแรง
02 September 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Bitcoin-ทองคำ เคลื่อนไหวสอดคล้องกันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระแส Debasement Trade หนุนแรง

ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient ตัวเลขที่บ่งชี้ว่าราคาสินทรัพย์สองชนิดเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากน้อยเพียงใด) ระหว่างราคา Bitcoin (BTC) และทองคำในรอบ 90 วัน แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ค่าในรอบ 30 วันก็แตะระดับสูงสุดในรอบปีที่ 0.8 สะท้อนกระแส "Debasement Trade" ที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาด Wall Street ตามรายงานของ The Block

 

ทำไม Correlation นี้ถึงสำคัญ

ตลอดปีนี้ Bitcoin มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทองคำและตลาดหุ้นในทิศทางขาลงเป็นหลัก หมายความว่าเมื่อหุ้นร่วง Bitcoin ก็มักร่วงตาม แต่เมื่อหุ้นปรับตัวขึ้น Bitcoin กลับไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามไปด้วยเสมอ การที่ค่าสหสัมพันธ์กับทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่น่าจับตา เพราะบ่งชี้ว่าตอนนี้ Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับทองคำมากขึ้นทั้งขาขึ้นและขาลง

 

แนวคิด Debasement Trade คืออะไร

Debasement Trade คือแนวคิดการลงทุนที่เชื่อว่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และสินทรัพย์ที่รัฐบาลค้ำประกันโดยรวมจะเสื่อมค่าลง นักลงทุนจึงมองหาที่หลบภัยในสินทรัพย์แข็ง (Hard Asset) ซึ่งแต่เดิมหมายถึงทองคำเป็นหลัก แต่ในช่วงหลังขยายมารวมถึง Bitcoin ด้วย โดยนักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคบางรายมองว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านที่ทำให้การเสื่อมค่าของเงินดอลลาร์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ทั้งนี้ กองทุน ETF ทั้งของทองคำและ Bitcoin ต่างก็ติดอันดับกองทุนที่มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงสุด 10 อันดับแรกในตลาดขณะนี้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุน Bitcoin ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ แม้ยอดรวมตั้งแต่ต้นปีจะยังอยู่ที่ราว 1,890 ล้านดอลลาร์ แต่กองทุนรายตัวอย่าง IBIT ของ BlackRock กลับมีเม็ดเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีสูงถึง 1,200 ล้านดอลลาร์

 

ประวัติศาสตร์บอกอะไรเราบ้าง

ค่าสหสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับทองคำเคยพุ่งขึ้นแรงในลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ครั้งแรกในไตรมาส 4 ปี 2563 ซึ่งค่าสหสัมพันธ์แตะระดับ 0.6 ก่อนจะปรับตัวลดลง ตามมาด้วย Bitcoin ที่ปรับตัวขึ้นถึง 172% ในเวลาต่อมา ส่วนครั้งที่สองในไตรมาส 4 ปี 2565 ค่าสหสัมพันธ์ปรับตัวขึ้นจากใกล้ 0 มาอยู่ที่ราว 0.5 ก่อนที่ Bitcoin จะปรับตัวขึ้นเกือบ 350% ในช่วง 14 เดือนถัดมา ซึ่งรูปแบบในอดีตทั้งสองครั้งบ่งชี้ว่าจุดที่ Bitcoin เริ่ม "แยกทาง" (Decorrelate) จากทองคำหลังค่าสหสัมพันธ์พุ่งขึ้นแรง มักเป็นจุดที่ตลาดกระทิงเริ่มต้นขึ้นจริงๆ

 

ดัชนี Fear and Greed พุ่งแรง แต่ยังไม่ทำสถิติ

ดัชนี Fear and Greed Index (ดัชนีวัดอารมณ์ตลาดในสเกล 0-100 โดย 0 คือกลัวสุดขีดและ 100 คือโลภสุดขีด) ของ Bitcoin ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 68 ซึ่งจัดอยู่ในโซน "โลภ" (Greed) หลังจากที่เคยแตะจุดต่ำสุดของปีที่ระดับ 5 ในโซนกลัวสุดขีด (Extreme Fear) มาก่อน โดยการดีดตัวขึ้นแรงเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 17-21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 เท่าที่เคยมีมา โดยดัชนีปรับขึ้นมากกว่า 10 จุดต่อวันติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีจะดีดตัวแรง แต่นักลงทุนในตลาดกลับไม่รู้สึกถึงความผันผวนหรือความคึกคักในระดับที่มักเกิดขึ้นตอนตลาดใกล้จุดสูงสุดหรือใกล้ฟองสบู่แตก โดยในปี 2569 นี้ ดัชนีปรับตัวจากจุดต่ำสุด 5 ขึ้นไปสูงสุดที่ 74 คิดเป็นช่วงห่าง 69 จุด ซึ่งอยู่อันดับที่ 6 จาก 9 ปีล่าสุดเท่านั้น ยังห่างไกลจากปี 2562 ที่ดัชนีเคยแกว่งจากจุดต่ำ 5 ไปสูงถึง 95 คิดเป็นช่วงห่างถึง 90 จุด สะท้อนว่าหากตลาดกำลังอยู่ในช่วงต้นของขาขึ้นจริง ก็ยังมีพื้นที่ให้ปรับตัวขึ้นต่อได้อีกมาก

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 นักกลยุทธ์มองเป้า Bitcoin $180,000 หาก Treasury เร่งซื้อคืนพันธบัตรต่อเนื่อง
👉 ดัชนี Fear and Greed Index เข้าสู่ "Extreme fear" หลังราคา Bitcoin ลดลงครั้งใหญ่

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ต้องย้ำว่าค่าสหสัมพันธ์และรูปแบบในอดีตเป็นเพียงข้อมูลเชิงสถิติที่ช่วยให้เห็นบริบท ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมแต่อย่างใด แม้ในอดีตทั้งสองครั้งที่ค่าสหสัมพันธ์พุ่งสูงจะตามมาด้วยขาขึ้นใหญ่ของ Bitcoin แต่บริบททางเศรษฐกิจมหภาคในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันไป นักลงทุนควรใช้ข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ ไม่ใช่จุดตัดสินใจเพียงจุดเดียว

สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามทั้งตลาด Bitcoin และทองคำ การที่สองสินทรัพย์เคลื่อนไหวสอดคล้องกันมากขึ้นก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการบริหารพอร์ตกระจายความเสี่ยง เพราะหมายความว่าการถือทั้งสองสินทรัพย์พร้อมกันในช่วงนี้อาจไม่ได้ช่วยกระจายความเสี่ยงได้มากเท่าช่วงเวลาปกติ

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com