
นักลงทุนอังกฤษกู้คืน 61 BTC มูลค่า 4.8 ล้านดอลลาร์ หลังล็อกในเอ็กซ์เชนจ์ร้าง 12 ปี เปิดทางล่าขุมทรัพย์ $432M
นักลงทุนชาวอังกฤษที่ใช้ชื่อว่า Chris สามารถกู้คืน Bitcoin จำนวน 61 เหรียญ มูลค่าราว 4.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.3 ล้านปอนด์) ที่ถูกล็อกไว้ในบัญชีของ Intersango เอ็กซ์เชนจ์คริปโตสัญชาติอังกฤษที่ปิดตัวไปเงียบๆ ตั้งแต่ปี 2557 ได้สำเร็จ หลังใช้เวลาต่อสู้ทางกฎหมายนานกว่า 4 เดือน โดยคดีนี้ยังเปิดทางให้บริษัทกฎหมายที่ดูแลคดีค้นพบว่า อาจมี Bitcoin อีกกว่า 5,500 เหรียญ มูลค่ารวมราว 432 ล้านดอลลาร์ ที่ยังไม่มีใครมาอ้างสิทธิ์คืน
เส้นทางกู้คืน 4 เดือน จากบัญชีที่หยุดนิ่งมา 12 ปี
Chris ซื้อ Bitcoin จำนวน 61 เหรียญไว้ตั้งแต่ปี 2554 ผ่านเอ็กซ์เชนจ์ที่ตอนนั้นชื่อ Britcoin ในราคาเฉลี่ยเพียง 2.94 ปอนด์ต่อเหรียญ ใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 1,500 ปอนด์เท่านั้น ก่อนที่เอ็กซ์เชนจ์จะเปลี่ยนชื่อเป็น Intersango และเริ่มมีปัญหาตั้งแต่ปลายปี 2555 บัญชีของเขาถูกอายัดและไม่สามารถเข้าถึงได้อีกเลย
เขาว่าจ้างทีมกฎหมาย CEL Solicitors เข้าดำเนินการเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา และคดีถูกไกล่เกลี่ยจนได้ข้อยุติเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม รวมระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 4 เดือน โดยได้รับ Bitcoin คืนครบทั้ง 61 เหรียญ ซึ่ง ณ ราคาปัจจุบันที่ราว 78,824 ดอลลาร์ต่อเหรียญ เพิ่มมูลค่าขึ้นจากวันที่ซื้อกว่า 6,500 เท่า
จาก Britcoin สู่ Intersango: เอ็กซ์เชนจ์ที่หายไปตั้งแต่ปี 2557
Intersango เริ่มหยุดให้บริการซื้อขายสกุลเงินปอนด์และดอลลาร์ตั้งแต่ปลายปี 2555 ก่อนที่เว็บไซต์จะปิดตัวไปโดยสมบูรณ์ในต้นปี 2557 และบริษัท Intersango Ltd ก็ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนบริษัทอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 ตามข้อมูลจาก Companies House หน่วยงานทะเบียนธุรกิจของสหราชอาณาจักร ทิ้งให้ผู้ใช้จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงทรัพย์สินของตัวเองได้อีกต่อไป
คดีนี้อ้างอิงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์แคลิฟอร์เนียในคดี Norman v. Strateman เมื่อปี 2568 ซึ่งระบุข้อกล่าวหาว่า Patrick Strateman ผู้บริหารที่ปิด Intersango ได้ยึดทรัพย์สินของลูกค้าไว้และปฏิเสธที่จะคืน Bitcoin ให้ผู้ใช้งาน คำวินิจฉัยนี้กลายเป็นกรอบทางกฎหมายสำคัญที่เปิดทางให้อดีตผู้ใช้รายอื่นยื่นเรื่องเรียกร้องทรัพย์สินคืนได้
หลักฐานคือกุญแจสำคัญ ไม่ใช่แค่ข้อมูลบน Blockchain
แม้ข้อมูลธุรกรรมบน Blockchain (บัญชีแยกประเภทสาธารณะที่บันทึกการเคลื่อนไหวของ Bitcoin ทุกรายการ) จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเคลื่อนย้ายเหรียญได้ แต่การพิสูจน์ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริงยังต้องอาศัยหลักฐานอื่นประกอบ เช่น อีเมลที่ผูกกับบัญชี จดหมายโต้ตอบกับ Intersango ใบแจ้งยอดธนาคารที่แสดงการโอนเงินเข้าเอ็กซ์เชนจ์ และ Support Ticket จากระบบบริการลูกค้าเดิม ซึ่งเป็นเอกสารที่หายากมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปเกือบ 15 ปี
"ทีมกฎหมายได้รวบรวมเอกสารเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของของ Chris และตามรอยคริปโตที่เชื่อมโยงกับเอ็กซ์เชนจ์เดิม"
— Ryan Sweetnam ผู้อำนวยการฝ่ายคดีความทางการเงิน CEL Solicitors
ขุมทรัพย์ 432 ล้านดอลลาร์ที่ยังไม่มีเจ้าของ
CEL Solicitors ระบุว่าได้ตามรอยพบ Bitcoin ในกระเป๋าที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับอดีตผู้ใช้ Intersango มากกว่า 5,500 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 433.5 ล้านดอลลาร์ตามราคาปัจจุบัน แม้ตัวเลขนี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันผ่านกระบวนการทางศาลก็ตาม นอกจากนี้ยังมีบันทึกในเอกสารคดีอีกชุดที่ระบุยอดคงเหลือ 15.463 BTC มูลค่าประมาณ 1.22 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีอดีตผู้ใช้ Intersango อีกจำนวนมากที่มีสิทธิ์เรียกร้องทรัพย์สินคืนได้ หากสามารถรวบรวมหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของได้ครบถ้วน
📎 อ่านเพิ่มเติม:
ยังไม่พบรายงานข่าวก่อนหน้าของเราที่เกี่ยวข้องกับกรณี Intersango โดยตรง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate, IBTimes UK
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่ามูลค่า Bitcoin ที่พุ่งสูงขึ้นในปัจจุบัน ทำให้การไล่ตามหาเอกสารเก่าเกือบ 15 ปีที่แล้วกลายเป็นเรื่องคุ้มค่า แม้จะเป็นยอดเงินลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักพันปอนด์ก็ตาม สำหรับใครที่เคยใช้งานเอ็กซ์เชนจ์คริปโตยุคแรกๆ ที่ปิดตัวไปโดยไม่มีคำอธิบาย นี่อาจเป็นจังหวะที่ควรกลับไปค้นอีเมลเก่า ใบแจ้งยอดธนาคาร หรือหลักฐานการทำธุรกรรมที่อาจถูกลืมไว้ เพราะมูลค่าที่เพิ่มขึ้นหลายพันเท่าทำให้ความพยายามตามหาหลักฐานเหล่านั้นมีเหตุผลมากกว่าเดิมมาก
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com