วิเคราะห์ตลาด Bitcoin: ร่วงหลุด $78,000 หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน แม้ ETF ไหลเข้าเปิดเดือนบวก
02 September 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

วิเคราะห์ตลาด Bitcoin: ร่วงหลุด $78,000 หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน แม้ ETF ไหลเข้าเปิดเดือนบวก

Bitcoin (BTC) เทรดอยู่ที่ประมาณ 77,100-77,400 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันที่ 2 กันยายนตามเวลาไทย ลดลงกว่า 2% ในรอบ 24 ชั่วโมง และติดลบราว 1.3% ในรอบสัปดาห์ หลังราคาเคยพุ่งขึ้นไปแตะเกือบ 81,282 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในอิหร่าน เมื่อเวลาเที่ยงวันตามเวลาสหรัฐฯ ฝั่งตะวันออกของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk-Off) ทันที

 

สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน จุดชนวนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันผ่าน X ว่ากองทัพสหรัฐฯ เริ่มโจมตีเป้าหมาย IRGC ในอิหร่าน สืบเนื่องจากความพยายามวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และเหตุโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ตามคำกล่าวของประธานาธิบดี Donald Trump โดย CENTCOM ระบุเพิ่มเติมว่าอิหร่านยังโจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่ด้วย ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยสิ่งที่สื่อทางการเรียกว่า "ปฏิบัติการเด็ดขาด" ต่อฐานทัพสหรัฐฯ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรงทันทีหลังข่าวนี้เผยแพร่ออกมา

ทั้งนี้ ราคา Bitcoin มีความอ่อนไหวต่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มาตลอดทั้งปีนี้ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ที่อิหร่านและอิสราเอลปะทะกันก่อนหน้านี้ ซึ่งรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นคือราคามักเผชิญแรงกดดันขาลงเมื่อมีข่าวสงคราม ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาเมื่อ Trump ส่งสัญญาณความหวังเรื่องข้อตกลงหยุดยิง

 

ทำไมราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นถึงกดดัน Bitcoin

ปฏิกิริยาทันทีของ Bitcoin ต่อราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นมักเป็นไปในทิศทางลบ เพราะพลังงานที่แพงขึ้นหมายถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมักทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องเลื่อนการลดอัตราดอกเบี้ยออกไป ซึ่งจำกัดสภาพคล่องที่ Bitcoin ต้องการเพื่อสร้างโมเมนตัมขาขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Kevin Warsh ประธานเฟด เพิ่งกล่าวสุนทรพจน์สำคัญครั้งแรกในฐานะผู้นำธนาคารกลางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังลดลงไม่เพียงพอ ทำให้ล่าสุดนักเทรดในตลาดไม่ได้คาดการณ์การลดดอกเบี้ยในปีนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กลับเริ่มคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยแทน ซึ่งในอดีต Bitcoin มักทำผลงานได้ดีในสภาวะดอกเบี้ยต่ำ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ Bitcoin เพิ่งมีเดือนสิงหาคมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดช่วงหนึ่ง หลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศจะขยายวงเงินโครงการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเสริมสภาพคล่องอย่างน้อยเป็นสองเท่า เพื่อตอบสนองต่อต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งการประกาศดังกล่าวส่งผลลบต่อค่าเงินดอลลาร์ แต่กลับเป็นผลดีต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน (Non-Yielding Asset) อย่าง Bitcoin และทองคำ

 

ฟันด์โฟลว์ ETF เปิดเดือนกันยายนเป็นบวก แม้ราคาจะร่วง

ในอีกด้านหนึ่ง กองทุน Bitcoin Spot ETF ของสหรัฐฯ กลับมีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 142 ล้านดอลลาร์ ในวันเปิดตลาดเดือนกันยายน ถือเป็นสัญญาณฟันด์โฟลว์เชิงบวกหลังจากที่เม็ดเงินไหลออกในรอบซื้อขายก่อนหน้าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เคยตัดจบสถิติไหลเข้าต่อเนื่องหลายวันติดต่อกัน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความต้องการลงทุน Bitcoin ผ่านช่องทางที่มีการกำกับดูแลยังคงเคลื่อนไหวอยู่ แม้ปลายเดือนสิงหาคมตลาดจะผันผวนหนักก็ตาม ทั้งนี้ เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กองทุน ETF ของสหรัฐฯ มีเม็ดเงินไหลเข้ารวมกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นเดือนที่มีเม็ดเงินไหลเข้ามากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าไม่ควรตีความข้อมูลฟันด์โฟลว์รายวันเพียงวันเดียวมากเกินไป เพราะตัวเลขอาจได้รับผลกระทบจากการปรับพอร์ต การเทรด Basis Trade การเคลื่อนไหวเฉพาะกองทุน การทำกำไร หรือจังหวะสิ้นเดือนได้เช่นกัน สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขรายวันคือแนวโน้มต่อเนื่องในระยะถัดไป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 วิเคราะห์ตลาด Bitcoin: ยืนใกล้ $80,000 แม้โวลุ่ม Spot ชะลอ ฟันด์โฟลว์ ETF ยังแข็งแกร่ง
👉 Tom Lee ทำนาย Bitcoin พุ่ง 2 เท่าแตะ $150,000 หากเฟดคงดอกเบี้ย 15 ก.ย. นี้

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Bitcoin Magazine, CoinDesk (Farside Investors)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรที่ตลาด Bitcoin มักประเมินต่ำเกินไปในช่วงที่ตลาดกำลังคึกคัก การร่วงลงครั้งนี้เกิดจากเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่ชัดเจน ไม่ใช่สัญญาณพื้นฐานของ Bitcoin ที่เปลี่ยนไป และรูปแบบในอดีตก็แสดงให้เห็นว่าตลาดมักฟื้นตัวกลับเมื่อความตึงเครียดคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาดัชนี Fear and Greed ที่แม้จะยังอยู่ในโซน "โลภ" (Greed) ที่ระดับ 62 แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงเร็วได้หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางบานปลายต่อ

สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามตลาด Bitcoin ควรแยกให้ออกระหว่างความผันผวนระยะสั้นจากข่าวภูมิรัฐศาสตร์ กับทิศทางฟันด์โฟลว์สถาบันระยะยาวที่ยังคงเป็นบวก และไม่ควรตัดสินใจซื้อขายจากความผันผวนของวันใดวันหนึ่งเพียงอย่างเดียว

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com