Tom Lee ทำนาย Bitcoin พุ่ง 2 เท่าแตะ $150,000 หากเฟดคงดอกเบี้ย 15 ก.ย. นี้
01 September 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Tom Lee ทำนาย Bitcoin พุ่ง 2 เท่าแตะ $150,000 หากเฟดคงดอกเบี้ย 15 ก.ย. นี้

Tom Lee หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Fundstrat และประธานบริษัท BitMine Immersion Technologies ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มองความกลัวเรื่องตลาดจะร่วงหนักในเดือนกันยายนที่นักลงทุนจำนวนมากกังวลกันอยู่ตอนนี้ อาจกลายเป็นสัญญาณสวนทางที่ทำให้ตลาด "รีบาวด์แรง" แทน โดยเชื่อว่า Bitcoin (BTC) มีโอกาสพุ่งขึ้นเกือบ 2 เท่าแตะระดับ 150,000 ดอลลาร์ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15 กันยายนนี้

 

ทำไม "ความกลัวเดือนกันยายน" ถึงอาจกลายเป็นสัญญาณย้อนกลับ

ความกังวลเรื่องเดือนกันยายนมีหลักฐานทางสถิติรองรับอยู่บ้าง โดยข้อมูลย้อนหลังของปีเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 10 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2529 พบว่าจุดต่ำสุดเฉลี่ยของตลาดหุ้นมักตกอยู่ในช่วงวันที่ 2 กันยายน ตามหลังการปรับตัวลงเฉลี่ยราว 16.77% จากจุดสูงสุดก่อนหน้า และปีนี้ยังมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติม เมื่อกรรมการเฟด 3 ท่านโหวตสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่ Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ ก็เพิ่งใช้สุนทรพจน์ครั้งแรกที่งาน Jackson Hole ให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อ PCE รอบ 6 เดือนที่วิ่งอยู่ที่ 4.1% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ก็ยืนเหนือ 5% ทิ้งห่างจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ราว 3.63% อย่างชัดเจน

Lee กล่าวว่า "ผมเริ่มคิดว่าจากความกังวลที่สะสมขึ้นมาทั้งหมดนี้ ตลาดอาจสร้างเซอร์ไพรส์ให้เราในทิศทางขาขึ้นแทน" พร้อมมองว่าฝูงชนในตลาดตอนนี้กำลังเอนเอียงไปทางความกลัวมากเกินไป

 

จุดชี้ขาดอยู่ที่การประชุมเฟด 15 กันยายน

Lee ยังไม่ได้ยกเลิกมุมมองเรื่องการปรับฐานของตลาด เพียงแต่ย้ายจุดชี้ขาดมาไว้ที่การประชุมเฟดวันที่ 15 กันยายนแทน โดยมุมมองหลักของเขาคือเฟดจะไม่ทั้งขึ้นและไม่ลดดอกเบี้ยในรอบนี้ "ถ้าเฟดไม่ลดดอกเบี้ยและไม่ขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นมุมมองหลักของเรา ผมคิดว่าตลาดน่าจะรีบาวด์ได้แรงมาก" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC พร้อมระบุว่าตัวเลขการจ้างงานและเงินเฟ้อที่จะประกาศก่อนการประชุม หากออกมาอ่อนแอทั้งคู่ ก็จะทำให้ตลาดหยุดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยไปเลย ส่วนกรณีที่ตลาดปรับฐานจริงจนลากยาวไปถึงเดือนตุลาคม Lee มองว่าการปรับฐานน่าจะตื้น โดยดัชนี S&P 500 อาจเริ่มปรับฐานจากเหนือระดับ 8,000 จุด ลงไปแตะจุดต่ำสุดราว 7,300 จุด ก่อนจะกลับขึ้นไปแตะ 8,200 จุดหรือสูงกว่านั้นภายในสิ้นปี

 

4 เหตุผลที่ Lee เชื่อว่าไตรมาส 4 นี้จะเป็นขาขึ้นใหญ่ของคริปโต

Lee ระบุเหตุผล 4 ข้อ ที่ทำให้เขามองบวกต่อคริปโตในเดือนกันยายนและไตรมาส 4 นี้ ได้แก่ หนึ่ง คริปโตเป็นสินทรัพย์มหภาคที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาแล้ว สอง วัฏจักรคริปโตรอบ 4 ปีกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนหน้า ซึ่งมักดึงนักลงทุนที่เคยถอยออกไปให้กลับเข้ามาใหม่ สาม นักลงทุนเกาหลีใต้ที่เคยโยกเงินไปหุ้นกลุ่ม AI ในช่วงต้นปี เริ่มมีปริมาณการซื้อขายคริปโตเพิ่มขึ้นแล้ว และสี่ การผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act (กฎหมายกำหนดหน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) จะเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับ Bitcoin และ Ethereum ในไตรมาสสุดท้ายของปี

Lee กล่าวว่า "มีคนถือครองคริปโตน้อยมากในตอนนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่า Bitcoin สามารถขึ้นไปแตะหลักแสนได้อย่างง่ายดาย" พร้อมชี้ว่านักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าซื้อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตแล้ว โดยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณว่าพวกเขากำลังจัดพอร์ตรอรับไตรมาส 4 ที่แข็งแกร่ง

 

ถ้า Bitcoin ไปแตะ $150,000 แล้ว Ethereum จะไปถึงไหน

Lee เคยให้สัมภาษณ์กับ Milk Road เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า Ethereum (ETH) อาจปรับตัวขึ้นไปแตะราว 6,000 ดอลลาร์ หาก Bitcoin ขึ้นไปถึง 150,000 ดอลลาร์จริง โดยเรียกตัวเลขนี้ว่าเป็นการประมาณการแบบ "ระมัดระวัง" มากกว่าจะเป็นตัวเลขที่ดูดุดัน ขณะที่ Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ก็ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า Ethereum เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีที่สุดในตลาดคริปโตตอนนี้ และอาจปรับตัวขึ้นได้ 3-5 เท่าอย่างรวดเร็ว พร้อมมองว่า Hyperliquid ซึ่งเคยเป็นคู่แข่งด้านผลตอบแทน ไม่ได้มีความน่าดึงดูดเชิงเปรียบเทียบเท่าเดิมอีกต่อไปแล้วในระดับราคาปัจจุบัน

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้

👉 Bitcoin หลุด $80,000 หลัง Warsh พูดที่ Jackson Hole ไม่เชื่อเงินเฟ้อชะลอจริง

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CNBC, Benzinga, BeInCrypto

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ต้องย้ำว่านี่คือมุมมองส่วนตัวของ Tom Lee ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ และ Bitcoin ในราคาปัจจุบันยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อเดือนตุลาคม 2568 อยู่ราว 37% การจะไปแตะ 150,000 ดอลลาร์จริงจึงต้องใช้แรงส่งมหาศาลและปัจจัยหนุนหลายอย่างที่ Lee พูดถึงต้องเป็นจริงพร้อมกันทั้งหมด ทั้งผลการประชุมเฟด ตัวเลขเศรษฐกิจ และการผ่านกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามมุมมองของ Lee ควรรับฟังในฐานะหนึ่งในมุมมองของตลาด ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และควรพิจารณาควบคู่กับความเสี่ยงด้านมหภาคที่ยังไม่แน่นอน โดยเฉพาะท่าทีที่ค่อนข้างระมัดระวังของเฟดชุดปัจจุบันภายใต้การนำของ Kevin Warsh

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com