ปริศนา Bitcoin OG เผาเงิน 1 ล้านดอลลาร์ทิ้ง หลังโยกเข้า-ออก Custodian อย่างลึกลับ
01 September 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

ปริศนา Bitcoin OG เผาเงิน 1 ล้านดอลลาร์ทิ้ง หลังโยกเข้า-ออก Custodian อย่างลึกลับ

วอลเล็ต Bitcoin (BTC) เก่าแก่ที่นิ่งเงียบมานานเกือบ 12 ปี กลับมาเคลื่อนไหวอย่างลึกลับในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยโอน BTC มูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์เข้าไปยังผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ (Custodian) รายหนึ่ง ก่อนได้รับเงินจำนวนใกล้เคียงเดิมกลับคืนมาใน 3 สัปดาห์ต่อมา และอีก 7 สัปดาห์ถัดจากนั้น เจ้าของกระเป๋าก็ตัดสินใจเผาทำลาย Bitcoin ก้อนดังกล่าวทิ้งอย่างถาวร สร้างความฉงนให้กับนักวิเคราะห์บล็อกเชนทั่วโลกว่าทำไมถึงทำเช่นนี้

 

ไล่ไทม์ไลน์ 3 ขั้นตอนที่ชวนสงสัย

Bennet นักการศึกษาด้านบล็อกเชน อธิบายว่าวอลเล็ตดังกล่าวนิ่งเงียบมานานเกือบ 12 ปี ก่อนจะโอน BTC ทั้งหมด 20.00010537 เหรียญ ไปยัง "ผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์บางประเภท" จากนั้นสามสัปดาห์ต่อมา เงินเกือบทั้งหมดก็ถูกส่งกลับมา (ต่างกันเพียงราว 3 ดอลลาร์) โดยแบ่งเป็น 3 ธุรกรรม จำนวน 7, 7 และ 6.00006037 เหรียญ ส่งติดต่อกัน 3 วัน ก่อนที่อีก 7 สัปดาห์ถัดมา เงินก้อนเดียวกันนี้จะถูกส่งไปยังที่อยู่ที่ไม่สามารถใช้จ่ายได้อีก (Unspendable Address) ซึ่งเท่ากับเป็นการเผาทำลายถาวร

 

ไม่ใช่เหตุการณ์เดี่ยว: ส่วนหนึ่งของปริศนาใหญ่กว่า

เหตุการณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของปริศนาที่ใหญ่กว่า นั่นคือการเผา Bitcoin รวม 107 เหรียญเมื่อเดือนพฤษภาคม คิดเป็นมูลค่าราว 8.5 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้น โดยผลวิเคราะห์บล็อกเชนล่าสุดจาก Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนเชน พบว่า 5 วอลเล็ตที่นำ Bitcoin ไปเผาทำลายในที่สุด มี "สัญญาณบ่งชี้ความเป็นเจ้าของเดียวกันอย่างชัดเจน" โดยทั้ง 5 วอลเล็ตถูกเติมเงินในวันเดียวกันเมื่อเดือนเมษายน 2557 และแต่ละวอลเล็ตต่างก็โอน BTC ไปยังที่อยู่รับฝากเดียวกันของเอ็กซ์เชนจ์รายใหญ่แห่งหนึ่ง โดยสลับกันทำหน้าที่ในลักษณะผลัดเวร เมื่อวอลเล็ตหนึ่งหยุดเคลื่อนไหว อีกวอลเล็ตก็จะเข้ามาทำธุรกรรมต่อด้วยจังหวะและมูลค่าใกล้เคียงกัน

Chainalysis ระบุว่าเงินส่วนใหญ่สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึง Mt. Gox เอ็กซ์เชนจ์คริปโตที่ล่มสลายไปเมื่อปี 2557 บ่งชี้ว่าเจ้าของวอลเล็ตน่าจะเป็นผู้ใช้ Bitcoin ยุคแรกเริ่ม แม้จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าถอนเงินออกมาโดยตรงจาก Mt. Gox ก่อนล่มสลาย เนื่องจากเอ็กซ์เชนจ์หยุดให้บริการตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2557 แต่วอลเล็ตทั้ง 5 กลับเพิ่งถูกเติมเงินในเดือนเมษายนปีเดียวกัน ทั้งนี้ ตัวตนของ Custodian ที่เกี่ยวข้องยังไม่ถูกเปิดเผย โดย Chainalysis ยืนยันเพียงว่าเป็นเอ็กซ์เชนจ์รายใหญ่ แต่ไม่เปิดเผยชื่อบริการที่ตรวจสอบพบ

 

เบาะแส 10,400 ดอลลาร์ ที่ยังไขปริศนาไม่ได้ทั้งหมด

หนึ่งในวอลเล็ตทั้ง 5 เคยส่ง BTC รวม 19.6 เหรียญ ผ่าน 60 ธุรกรรม ไปยัง Custodian รายเดียวกันในช่วงปี 2565-2567 โดยจำนวน Bitcoin ในแต่ละครั้งแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ราว 0.15 ถึง 0.62 เหรียญ แต่เมื่อคำนวณเป็นมูลค่าดอลลาร์ กลับพบความสม่ำเสมออย่างน่าประหลาดใจ โดย 58 จาก 60 ธุรกรรม มีมูลค่าใกล้เคียงกันที่ราว 10,400 ดอลลาร์ (บวกลบไม่เกิน 10%) แม้ราคา Bitcoin ในช่วงเวลาดังกล่าวจะปรับตัวขึ้นกว่า 4 เท่าก็ตาม ซึ่ง Bennet มองว่ารูปแบบนี้ชวนให้คิดถึงแผนการทยอยขายสินทรัพย์ที่วางไว้ล่วงหน้า แม้จะไม่สามารถพิสูจน์ได้จากข้อมูลบนเชนเพียงอย่างเดียวว่า Bitcoin เหล่านั้นถูกขาย ถือครอง หรือโอนต่อไปที่ใด เนื่องจากเมื่อเงินเข้าสู่ระบบของ Custodian แล้ว จะถูกรวมเข้ากับธุรกรรมอื่นจำนวนมากจนไม่สามารถติดตามต่อได้

อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้ไม่ได้ช่วยอธิบายเหตุการณ์ "ไป-กลับ" มูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคมแต่อย่างใด เพราะครั้งนี้เงินที่ส่งออกไปกลับมาในจำนวนเกือบเท่าเดิม ต่างจากรูปแบบการทยอยขายที่พบก่อนหน้า

 

แล้วทำไมถึงเผาทิ้ง

มีหลายทฤษฎีที่ถูกเสนอขึ้นมา แต่ไม่มีทฤษฎีใดอธิบายหลักฐานทั้งหมดได้ครบถ้วน ทฤษฎีการทยอยขายสินทรัพย์พอจะอธิบายรูปแบบธุรกรรมก่อนหน้าได้ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมเจ้าของถึงส่งเงินก้อนใหญ่ 1 ล้านดอลลาร์ผ่านโครงสร้างเดียวกันในเดือนมีนาคม แล้วรับกลับมาเกือบทั้งหมดในเวลาไม่นาน

อีกความเป็นไปได้คือเจ้าของอาจกำลังทดสอบระบบดูแลสินทรัพย์หรือกระเป๋าเงินเก่าที่ไม่ได้ใช้งานมานาน เพื่อยืนยันว่ากุญแจส่วนตัวและระบบดูแลยังใช้งานได้อยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงเลือกเผาทำลายเงินก้อนนั้นในภายหลัง ขณะที่เหตุผลด้านภาษีหรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบก็เป็นไปได้เช่นกัน แต่ยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ด้านภาษีหรือกฎระเบียบใดเป็นการเฉพาะ ส่วนคำอธิบายด้านความเป็นส่วนตัวก็มีความเป็นไปได้ เนื่องจากการส่งเงินผ่าน Custodian ที่รวมเงินฝากเข้าด้วยกันจะทำให้ติดตามเส้นทางเงินต่อได้ยากขึ้น แต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าทำไมต้องเผาทำลายในท้ายที่สุด

Bennet ยังเสนอทฤษฎีที่มีลักษณะส่วนตัวมากขึ้นว่า อาจเป็นไปได้ที่บุคคลผู้มั่งคั่งซึ่งไม่มีทายาท ตัดสินใจเผาทำลาย Bitcoin ของตนอย่างถาวร เพื่อลดอุปทานรวมของ Bitcoin ในระบบอย่างเปิดเผย แทนที่จะเพียงแค่ทิ้งกุญแจส่วนตัวไปเฉยๆ แต่ก็ยอมรับว่าไม่สามารถพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้จากข้อมูลบนเชนเพียงอย่างเดียวเช่นกัน แม้แต่ Chainalysis เองก็ยอมรับตรงๆ ว่า "ไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนว่าทำไมเจ้าของถึงย้ายเงินก้อนที่นิ่งเงียบมานานผ่าน Custodian รับคืนมาในจำนวนใกล้เคียงเดิม แล้วเผาทำลายทิ้งในที่สุด"

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 บทความต้นฉบับจาก Cointelegraph Magazine

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, Chainalysis

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: เรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดของการวิเคราะห์บล็อกเชน ข้อมูลบนเชนสามารถบอกเราได้อย่างละเอียดว่า "เกิดอะไรขึ้น" แต่ไม่มีวันบอกได้ว่า "ทำไม" ตราบใดที่เจ้าของตัวจริงไม่ออกมาเปิดเผยเอง ทุกทฤษฎีที่นักวิเคราะห์เสนอในตอนนี้ยังเป็นเพียงการคาดเดาที่มีเหตุผลรองรับบางส่วนเท่านั้น ผู้อ่านจึงควรระวังไม่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดใดๆ ที่อาจแพร่กระจายตามมาโดยไม่มีหลักฐานยืนยัน

สำหรับผู้ติดตามข่าวคริปโตในไทย เหตุการณ์นี้ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าตลาด Bitcoin ยังมีเรื่องราวลึกลับจากยุคเริ่มต้นซ่อนอยู่อีกมาก และการเผาเหรียญ Bitcoin แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ก็เป็นการกระทำที่ย้อนกลับไม่ได้และส่งผลต่ออุปทานรวมของ Bitcoin อย่างถาวรทุกครั้งที่เกิดขึ้น

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com