เผาเหรียญ (Token Burn) คืออะไร? BNB ETH LUNC เผาไปเท่าไหร่ และเผาแล้วราคาขึ้นจริงไหม
27 September 2026•ความรู้พื้นฐาน•โดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

เผาเหรียญ (Token Burn) คืออะไร? BNB ETH LUNC เผาไปเท่าไหร่ และเผาแล้วราคาขึ้นจริงไหม

เผาเหรียญ (Token Burn) คือการส่งเหรียญไปยังที่อยู่ที่ไม่มีใครใช้ได้ สรุปรูปแบบการเผา 5 แบบ ตัวเลขจริงของ BNB Auto-Burn, ETH EIP-1559, LUNC และ SHIB พร้อมวิธีเช็คว่าเผาจริง

การเผาเหรียญ (Token Burn) เป็นคำที่ได้ยินบ่อยในข่าวคริปโต ไม่ว่าจะเป็น Binance เผา BNB ทุกไตรมาส Ethereum เผาค่าธรรมเนียมทุกธุรกรรม หรือชุมชน Terra Classic เก็บภาษีเผา LUNC หลังเหรียญล่มในปี 2022 หลายคนเข้าใจว่าเผาเหรียญแล้วราคาต้องขึ้น แต่ข้อมูลจริงบอกอีกแบบ บทความนี้อธิบายตั้งแต่กลไกพื้นฐานว่าเผาเหรียญคืออะไร เหรียญที่เผาไปอยู่ที่ไหน รูปแบบการเผาที่โปรเจกต์ใหญ่ใช้ ไปจนถึงตัวเลขจริงของ BNB, ETH, LUNC และ SHIB ว่าเผาไปแล้วเท่าไหร่ และส่งผลต่อราคาจริงแค่ไหน

เผาเหรียญ (Token Burn) คืออะไร?

การเผาเหรียญคือการส่งเหรียญไปยังที่อยู่กระเป๋าที่ไม่มีใครถือกุญแจส่วนตัว (Private Key) หรือให้ Smart Contract ทำลายเหรียญทิ้ง เหรียญส่วนนั้นจึงออกจากระบบถาวร ไม่มีใครนำกลับมาใช้ได้อีก ผลคือจำนวนเหรียญหมุนเวียนในตลาดลดลง

เหรียญที่ถูกเผาไปอยู่ที่ไหน

คำว่า "เผา" ไม่ได้หมายถึงเหรียญหายไปจาก Blockchain จริงๆ เพราะทุกอย่างบน Blockchain ถูกบันทึกถาวร สิ่งที่เกิดขึ้นคือเหรียญถูกส่งไปยัง Burn Address ซึ่งเป็นที่อยู่ที่สร้างขึ้นให้ถูกต้องตามรูปแบบ แต่ไม่มีใครรู้กุญแจส่วนตัว เหรียญที่เข้าไปจึงถูกขังไว้ตลอดกาล ใครก็เปิดดูยอดคงค้างได้ แต่ไม่มีใครโอนออกได้

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดบน Bitcoin คือที่อยู่ 1BitcoinEaterAddressDontSendf59kuE ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ที่อยู่กิน Bitcoin อย่าส่งมา" ที่อยู่นี้สร้างขึ้นจากตัวอักษรที่อ่านออกได้ การจะได้กุญแจส่วนตัวของที่อยู่แบบนี้แทบเป็นไปไม่ได้ทางคณิตศาสตร์ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนส่ง BTC เข้าไปรวม 13.41738369 BTC และไม่เคยมีการใช้จ่ายออกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่อยู่ 1BitcoinEaterAddressDontSendf59kuE ถือ 13.41738369 BTC และไม่เคยใช้จ่ายออก

ที่มา: mempool.space (26 ก.ย. 2569)

ฝั่ง Ethereum และ BNB Chain ที่อยู่ที่นิยมใช้เผาคือ 0x000000000000000000000000000000000000dEaD ส่วนหลายโปรเจกต์ใช้ Smart Contract ที่มีฟังก์ชัน burn ลดตัวเลข Total Supply ในสัญญาลงโดยตรง ความต่างสำคัญคือ การส่งเข้า Burn Address ทำให้เหรียญใช้ไม่ได้ แต่ตัวเลข Total Supply ในสัญญาอาจยังนับรวมอยู่ ขณะที่การเผาผ่านฟังก์ชัน burn ทำให้ตัวเลขนั้นลดลงจริง ผู้ที่ดูข้อมูล Supply ควรเข้าใจความต่างนี้ เพราะเว็บข้อมูลแต่ละเจ้าอาจนับไม่เหมือนกัน

เหรียญที่ถูกเผาถูกขังไว้ใน Burn Address ที่ไม่มีใครถือกุญแจ

ทำไมโปรเจกต์ต้องเผาเหรียญ

เหตุผลที่โปรเจกต์เลือกเผาเหรียญมีหลายแบบ และแต่ละแบบส่งผลไม่เท่ากัน

  • ลดจำนวนเหรียญ ถ้าความต้องการเท่าเดิมแต่เหรียญในตลาดน้อยลง แต่ละเหรียญก็มีสัดส่วนของมูลค่ารวมมากขึ้น เป็นหลักคิดเดียวกับบริษัทที่ซื้อหุ้นคืนแล้วยกเลิกหุ้น
  • เป็นส่วนหนึ่งของกลไกค่าธรรมเนียม บางเครือข่ายเผาค่าธรรมเนียมทิ้งแทนที่จะจ่ายให้ผู้ตรวจสอบธุรกรรมทั้งหมด เพื่อให้ค่าธรรมเนียมสะท้อนความต้องการใช้งานจริงและผูกมูลค่าเหรียญเข้ากับการใช้เครือข่าย
  • ส่งสัญญาณต่อตลาด การเผาเหรียญที่ทีมหรือบริษัทถืออยู่แสดงว่าทีมยอมสละส่วนของตัวเอง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าจะไม่เทขายใส่ตลาด
  • แก้ Tokenomics ที่ตั้งไว้ใหญ่เกินไป เช่น เหรียญ KUB ของเครือ Bitkub ที่เผาทิ้ง 890 ล้านเหรียญในครั้งเดียวเมื่อ 9 สิงหาคม 2021 เหลือจำนวนสูงสุด 110 ล้านเหรียญ เพื่อให้สอดคล้องกับค่า Gas ที่ปรับลดลง
  • เป็นกลไกฉันทามติ เรียกว่า Proof of Burn ที่ใช้การเผาเหรียญเป็นหลักฐานว่าผู้เข้าร่วมยอมเสียต้นทุนจริง (อธิบายในหัวข้อถัดไป)

ภาพรวมของการออกแบบจำนวนเหรียญ การแจกจ่าย และกลไกเพิ่มหรือลดเหรียญ อ่านพื้นฐานเพิ่มได้ที่ Tokenomics คืออะไร

รูปแบบการเผาเหรียญที่พบบ่อย

โปรเจกต์ใหญ่ในตลาดใช้วิธีเผาเหรียญต่างกัน แบ่งได้เป็น 5 แบบหลัก

รูปแบบการเผาเหรียญ 5 แบบ Buyback and Burn, Fee Burn, Burn Tax, One-time Burn และ Proof of Burn

  • Buyback and Burn โปรเจกต์หรือบริษัทนำรายได้ไปซื้อเหรียญคืนจากตลาดแล้วเผาทิ้ง คล้ายการซื้อหุ้นคืน ตัวอย่างคือ BNB ในยุคแรกที่ Binance นำกำไรมาซื้อคืนแล้วเผาทุกไตรมาส
  • Fee Burn เครือข่ายเผาค่าธรรมเนียมส่วนหนึ่งอัตโนมัติทุกธุรกรรม เช่น Ethereum หลังอัปเกรด EIP-1559 และ BNB Chain ผ่านข้อเสนอ BEP-95
  • Burn Tax เก็บภาษีเป็นเปอร์เซ็นต์จากทุกการโอนแล้วนำไปเผา เช่น Terra Classic (LUNC) หลังเหรียญล่มในปี 2022
  • One-time Burn เผาครั้งใหญ่ครั้งเดียวเพื่อปรับโครงสร้าง เช่น KUB ในปี 2021 หรือการที่ Vitalik Buterin เผา SHIB ที่ได้รับมาฟรีในปี 2021
  • Proof of Burn ใช้การเผาเป็นกลไกแจกเหรียญใหม่หรือยืนยันธุรกรรม เช่น Counterparty ที่ให้คนเผา BTC เพื่อแลกเหรียญ XCP ในปี 2014

เผาเหรียญ BNB: ระบบ Auto-Burn ทุกไตรมาส

BNB เปิดตัวในปี 2017 ด้วยจำนวนเหรียญทั้งหมด 200 ล้าน BNB และตั้งเป้าระยะยาวว่าจะลดให้เหลือ 100 ล้าน BNB ผ่านการเผาเป็นรอบ ช่วงแรก Binance เผาจากกำไรของกระดานเทรดทุกไตรมาส ต่อมาปลายปี 2021 เปลี่ยนมาใช้ระบบ BNB Auto-Burn ที่คำนวณจำนวนที่ต้องเผาจากสูตรตายตัว ไม่ขึ้นกับกำไรของ Binance อีกต่อไป BNB Chain อธิบายว่าจำนวนที่เผาแต่ละรอบปรับตามราคา BNB และจำนวนบล็อกที่เครือข่ายสร้างในไตรมาสนั้น ถ้าราคาเฉลี่ยต่ำ จำนวน BNB ที่เผาจะมากขึ้น และหลังอัปเกรด Lorentz, Maxwell และ Fermi ที่ทำให้บล็อกเกิดถี่ขึ้น ทีมได้ปรับพารามิเตอร์ในสูตรเพื่อรักษาแนวคิดเดิมไว้

การเผาครั้งล่าสุดคือรอบที่ 36 เมื่อ 15 กรกฎาคม 2026 เผาไป 1,615,827.795 BNB มูลค่าราว 931.7 ล้านดอลลาร์ ณ เวลาเผา เหรียญถูกส่งไปที่อยู่ 0x...dEaD บน BNB Chain และหลังรอบนี้เหลือ BNB ทั้งหมด 133,166,127.91 BNB คิดเป็นว่าเผาไปแล้วราว 66.83 ล้าน BNB หรือ 33.4% ของจำนวนเริ่มต้น ยังเหลืออีกราว 33.17 ล้าน BNB กว่าจะถึงเป้า 100 ล้าน

ประกาศการเผา BNB รอบที่ 36 เผา 1,615,827 BNB เหลือ Supply 133,166,127 BNB

ที่มา: BNB Chain Blog (15 ก.ค. 2569)

นอกจาก Auto-Burn รายไตรมาส BNB ยังมีการเผาแบบ Real-time ผ่านข้อเสนอ BEP-95 ที่เปิดใช้เดือนพฤศจิกายน 2021 โดยเผาค่า Gas ส่วนหนึ่งของทุกบล็อกทิ้งทันที BNB Chain ระบุในประกาศรอบที่ 36 ว่ากลไกนี้เผาไปแล้วราว 291,000 BNB ซึ่งน้อยกว่าการเผารายไตรมาสเพียงรอบเดียวหลายเท่า

จำนวน BNB ทั้งหมดหลังการเผาแต่ละรอบ (ล้าน BNB) เป้าหมายสุดท้าย 100 ล้าน
1 พ.ย. 67
หลังรอบที่ 29
144.10 ล้าน
15 ก.ค. 69
หลังรอบที่ 36
133.17 ล้าน
1 พ.ย. 6723 ม.ค. 6810 ก.ค. 6827 ต.ค. 6815 ม.ค. 6915 เม.ย. 6915 ก.ค. 69
ที่มา: ประกาศทางการ BNB Chain รอบที่ 29, 30, 32 ถึง 36 (ข้ามรอบ 31 เพราะหน้าทางการพิมพ์ตัวเลข Supply ผิด)

กราฟด้านบนแสดงว่าจำนวน BNB ลดลงค่อนข้างสม่ำเสมอ รอบละราว 1.4 ถึง 1.8 ล้าน BNB ถ้าอัตรานี้คงที่ จะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะถึงเป้า 100 ล้าน ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือหน้าประกาศทางการของรอบที่ 31 (เมษายน 2025) พิมพ์ตัวเลข Supply คงเหลือเป็น 139,311,899.514 BNB ซึ่งไม่ตรงกับการคำนวณจากรอบก่อนและหลัง ตัวเลขที่ถูกน่าจะอยู่ที่ราว 140.89 ล้าน BNB กราฟนี้จึงข้ามจุดของรอบนั้นไป

Ethereum เผาค่าธรรมเนียมตั้งแต่ EIP-1559

Ethereum เริ่มเผาเหรียญตั้งแต่อัปเกรด London เมื่อ 5 สิงหาคม 2021 ที่บล็อก 12,965,000 ซึ่งมาพร้อมข้อเสนอ EIP-1559 ข้อเสนอนี้แบ่งค่าธรรมเนียมเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือ Base Fee ที่เครือข่ายกำหนดตามความแออัด และถูกเผาทิ้งทั้งหมด ส่วนที่สองคือ Priority Fee หรือทิปที่ผู้ใช้จ่ายให้ผู้สร้างบล็อกเพื่อให้ธุรกรรมได้คิวเร็วขึ้น ผลคือยิ่งมีคนใช้ Ethereum มาก ETH ก็ยิ่งถูกเผามาก

ข้อมูลจาก ultrasound.money เว็บติดตามการเผา ETH ระบุว่าตั้งแต่ EIP-1559 ถึง 26 กันยายน 2026 ETH ถูกเผาไปแล้วราว 4,639,248 ETH แต่การเผาช่วงหลังลดลงมาก 30 วันล่าสุดเผาไปเพียงราว 1,299 ETH เพราะธุรกรรมจำนวนมากย้ายไปทำบน Layer 2 ที่ค่าธรรมเนียมถูกกว่า ค่า Base Fee บนเครือข่ายหลักจึงต่ำลง

ultrasound.money แสดง Supply ของ ETH ปัจจุบันราว 122.08 ล้าน ETH

ที่มา: ultrasound.money (26 ก.ย. 2569)

ช่วงหลัง The Merge เมื่อ 15 กันยายน 2022 ซึ่ง Ethereum เปลี่ยนเป็น Proof of Stake และลดการออกเหรียญใหม่ลงมาก มีช่วงที่ ETH ถูกเผามากกว่าที่ออกใหม่ จนเกิดคำว่า "Ultrasound Money" หรือเงินที่จำนวนลดลงเรื่อยๆ แต่ตัวเลขจริงตลอด 4 ปีบอกว่าภาพนั้นไม่ได้อยู่ถาวร

จำนวน ETH ทั้งหมดหลัง The Merge (ล้าน ETH แกนตั้งไม่เริ่มที่ศูนย์ ช่วงทั้งหมดต่างกันราว 1.7%)
15 ก.ย. 65
The Merge
120.52 ล้าน
1 เม.ย. 67
จุดต่ำสุด
120.07 ล้าน
26 ก.ย. 69
ล่าสุด
122.08 ล้าน
15 ก.ย. 651 ก.ค. 661 เม.ย. 671 ม.ค. 681 ต.ค. 681 เม.ย. 6926 ก.ย. 69
ที่มา: ultrasound.money (API supply-over-time ค่ารายวัน 00:00 UTC ค่าล่าสุด 26 ก.ย. 2569 10:10 UTC)

Supply ของ ETH ลดลงจาก 120.52 ล้าน ETH ตอน The Merge ไปต่ำสุดราว 120.07 ล้าน ETH ในเดือนเมษายน 2024 จากนั้นเริ่มเพิ่มขึ้นกลับ และ ณ 26 กันยายน 2026 อยู่ที่ราว 122.08 ล้าน ETH สูงกว่าตอน The Merge ราว 1.29% บทเรียนจาก ETH คือการเผาแบบผูกกับการใช้งานไม่ได้การันตีว่าเหรียญจะลดลงเสมอ ถ้าการใช้งานบนเครือข่ายหลักลดลง เงินเฟ้อจากการออกเหรียญใหม่ก็จะชนะการเผา อ่านพื้นฐานของ Ethereum เพิ่มได้ที่ Ethereum คืออะไร

เผาเหรียญ LUNC: ภาษีเผาหลัง Terra ล่ม

ในเดือนพฤษภาคม 2022 Stablecoin UST ของเครือข่าย Terra หลุดการตรึงค่ากับดอลลาร์ กลไกของระบบพิมพ์เหรียญ LUNA ออกมาจำนวนมหาศาลเพื่อพยุง UST จนจำนวน LUNA พุ่งขึ้นเป็นราว 6.9 ล้านล้านเหรียญ ราคาแทบเป็นศูนย์ เหรียญเดิมถูกเปลี่ยนชื่อเป็น LUNC (Terra Classic) หลังจากทีมผู้ก่อตั้งแยกไปตั้งเครือข่ายใหม่ รายละเอียดกลไกที่พังอ่านได้ที่ ความเสี่ยงของ Algorithmic Stablecoin

ชุมชนผู้ถือ LUNC จึงหวังใช้การเผาเหรียญดึงจำนวนเหรียญกลับลงมา ไทม์ไลน์ภาษีเผาเป็นดังนี้

  • กันยายน 2022 ชุมชนโหวตเก็บภาษีเผา 1.2% จากทุกธุรกรรม LUNC
  • ตุลาคม 2022 ปริมาณซื้อขายบนเครือข่ายลดลงกว่า 90% ในช่วงสองสัปดาห์หลังเริ่มเก็บภาษี ชุมชนจึงโหวตผ่าน Proposal 5234 ลดภาษีเหลือ 0.2%
  • ปี 2023 ข้อเสนอนโยบายเศรษฐกิจฉบับใหม่ปรับภาษีขึ้นเป็น 0.5%
  • สิงหาคม 2026 CryptoTicker รายงานว่าชุมชนโหวตผ่าน Proposal 12223 ปรับภาษีขึ้นเป็น 1.5% โดยส่วนที่เผาจริงคือ 1.2 จุด (ข้อมูลนี้ยังยืนยันจากหน้าโหวตบนเครือข่ายโดยตรงไม่ได้ และตัวติดตามบางแห่งยังแสดงอัตรา 0.5%)

นอกจากภาษีเผา Binance ยังประกาศนำค่าธรรมเนียมเทรดครึ่งหนึ่งจากคู่ที่เกี่ยวกับ LUNC ไปซื้อแล้วเผาทุกเดือน ตัวติดตาม luncmetrics รวมยอดที่ Binance เผาไว้ราว 89,700 ล้าน LUNC ณ 26 กันยายน 2026

LUNC ถูกเผารวม 459,345,349,763 LUNC คิดเป็น 6.65% ของ Supply ทั้งหมด

ที่มา: LuncScan.com (26 ก.ย. 2569)

ภาพจาก LuncScan แสดงว่าตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2022 จนถึงวันนี้ LUNC ถูกเผาไปแล้วรวม 459,345,349,763 LUNC ฟังดูมาก แต่คิดเป็นเพียง 6.65% ของ Supply ทั้งหมด ซึ่งยังเหลือราว 6.45 ล้านล้าน LUNC เมื่อคิดจากอัตราเผาในสัปดาห์ล่าสุด LUNC จะลดลงได้เพียงราว 0.37% ต่อปี หรือต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจำนวนเหรียญจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ราคาปิดรายเดือน LUNC (ดอลลาร์) หลังเริ่มเก็บภาษีเผา
ก.ย. 65
เริ่มภาษีเผา 1.2%
$0.000304
มี.ค. 67
จุดสูงสุดรอบหลัง
$0.000159
ก.ย. 69
$0.000056
ก.ย. 65ธ.ค. 65ก.ย. 66มี.ค. 67ธ.ค. 67มิ.ย. 68ธ.ค. 68ก.ย. 69
ที่มา: Binance คู่ LUNCUSDT ราคาปิดรายเดือน ดึง 26 ก.ย. 2569 (เดือน ก.ย. 2569 ยังไม่ปิดเดือน)

ราคาเล่าเรื่องเดียวกัน ราคาปิดของ LUNC บน Binance ในเดือนกันยายน 2022 ซึ่งเป็นเดือนที่เริ่มเก็บภาษี 1.2% อยู่ที่ราว 0.000304 ดอลลาร์ และ ณ ปลายกันยายน 2026 อยู่แถว 0.000056 ดอลลาร์ ลดลงราว 81.5% แม้จะเผาต่อเนื่องมากว่า 4 ปี กรณี LUNC จึงเป็นตัวอย่างชัดว่าการเผาเหรียญแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าจำนวนเหรียญตั้งต้นใหญ่เกินไปและความต้องการใช้งานจริงหายไปแล้ว

SHIB: วันที่ Vitalik Buterin เผาเหรียญมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

ทีมผู้สร้าง Shiba Inu (SHIB) เคยส่ง SHIB ครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดไปให้ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum โดยไม่ได้ขอ เพื่อหวังใช้ชื่อเสียงของเขา เมื่อ 17 พฤษภาคม 2021 Vitalik เผา SHIB 90% ของที่เหลืออยู่ในกระเป๋า รวมกว่า 410 ล้านล้านเหรียญ มูลค่าราว 6,700 ล้านดอลลาร์ในเวลานั้น คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของ SHIB ที่หมุนเวียนทั้งหมด พร้อมให้เหตุผลว่า

"ผมไม่ได้อยากเป็นศูนย์กลางของอำนาจแบบนั้น"

Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum อธิบายการเผา SHIB (รายงานโดย CoinDesk 17 พฤษภาคม 2021) ต้นฉบับ "I don't want to be a locus of power of that kind"

จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ Vitalik ไม่ได้ส่งไปที่ 0x...dEaD แต่ส่งไปที่อยู่ 0xdead000000000000000042069420694206942069 ซึ่งปัจจุบันยังถือ SHIB อยู่ 410,436,800,982,900 SHIB ตามข้อมูลบน Etherscan และเพราะเป็นการส่งเข้า Burn Address ไม่ใช่เรียกฟังก์ชัน burn ตัวเลข Max Total Supply ในสัญญาจึงยังแสดงเกือบ 1,000 ล้านล้านเหรียญ

ที่อยู่ 0xdead...42069 ที่ Vitalik Buterin ใช้เผา SHIB ยังถือ SHIB 410 ล้านล้านเหรียญ

ที่มา: Etherscan (26 ก.ย. 2569)

ต่อมาเมื่อ SHIB เปิดเครือข่าย Layer 2 ของตัวเองชื่อ Shibarium ในปี 2023 ก็ได้เพิ่มกลไกเผาค่าธรรมเนียม โดยค่าธรรมเนียม 70% จะถูกแปลงเป็น SHIB แล้วส่งไปยังกระเป๋าที่ใช้จ่ายไม่ได้ ส่วนที่เหลือ 30% กันไว้ดูแลเครือข่าย อ่านเรื่องเหรียญ SHIB เพิ่มได้ที่ Shiba Inu คืออะไร และภาพรวมเหรียญมีมที่ Memecoin คืออะไร

Proof of Burn: เผา Bitcoin แลกเหรียญใหม่

Proof of Burn เป็นกลไกฉันทามติทางเลือกนอกเหนือจาก Proof of Work และ Proof of Stake แนวคิดคือผู้เข้าร่วมพิสูจน์ความจริงจังด้วยการเผาเหรียญของตัวเอง ยิ่งเผามากยิ่งได้สิทธิ์มาก แนวคิดนี้ถูกเสนอในปี 2012 โดย Iain Stewart และเหรียญ Slimcoin ที่เปิดตัวเดือนพฤษภาคม 2014 เป็นเหรียญแรกที่ใช้ Proof of Burn เป็นกลไกสร้างบล็อก ร่วมกับ Proof of Work และ Proof of Stake

กรณีที่คนรู้จักมากกว่าคือ Counterparty (XCP) ระหว่าง 2 มกราคมถึง 3 กุมภาพันธ์ 2014 ผู้ที่อยากได้ XCP ต้องส่ง BTC ไปยังที่อยู่ 1CounterpartyXXXXXXXXXXXXXXXUWLpVr ทุก 1 BTC ที่เผาจะได้ XCP 1,000 ถึง 1,500 เหรียญ ยิ่งเผาเร็วยิ่งได้มาก และแต่ละที่อยู่เผาได้ไม่เกิน 1 BTC วิธีนี้ทำให้ไม่มีทีมพัฒนาคนไหนได้เหรียญฟรีก่อนคนอื่น ทุกคนต้องจ่ายต้นทุนเท่ากัน

ที่อยู่ Proof of Burn ของ Counterparty ถือ 2,130.99793679 BTC ไม่เคยใช้จ่ายออก

ที่มา: mempool.space (26 ก.ย. 2569)

ปัจจุบันที่อยู่นี้ถือ BTC อยู่ 2,130.99793679 BTC ไม่เคยถูกใช้จ่ายออกเลย ตัวเลขนี้ใกล้เคียงกับที่ Wikipedia บันทึกว่ามีการเผาราว 2,140 BTC ในช่วงนั้น แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งให้ตัวเลขไม่ตรงกันเล็กน้อย เพราะมีคนส่ง BTC เข้าที่อยู่นี้เพิ่มหลังช่วงเผาปิดไปแล้วด้วย

เผาเหรียญแล้วราคาขึ้นจริงไหม

คำตอบสั้นๆ คือไม่เสมอไป การเผาลดฝั่ง "อุปทาน" แต่ราคาถูกกำหนดจากทั้งอุปทานและ "อุปสงค์" ถ้าความต้องการซื้อลดลงเร็วกว่าเหรียญที่ถูกเผา ราคาก็ลงได้อยู่ดี ข้อมูลจริงหลายชุดยืนยันเรื่องนี้

ราคาขึ้นกับทั้งอุปทานและอุปสงค์ ไม่ใช่แค่จำนวนเหรียญที่ถูกเผา

  • BNB เมื่อดูราคาปิดของ BNB บน Binance 30 วันหลังการเผา 10 รอบล่าสุด (รอบที่ 27 ถึง 36) พบว่าราคาขึ้น 5 รอบ และลง 5 รอบ สองรอบที่ลงแรงคือรอบที่ 33 (ตุลาคม 2025) ลง 21.7% และรอบที่ 34 (มกราคม 2026) ลง 32.0% ทั้งที่แต่ละรอบเผามูลค่าเกิน 1,200 ล้านดอลลาร์ เหตุผลที่เป็นไปได้คือ Auto-Burn คาดเดาได้ล่วงหน้า ตลาดรับรู้ข้อมูลไปแล้ว ราคาจึงวิ่งตามภาวะตลาดรวมมากกว่า
  • LUNC เผามา 4 ปีกว่า ลด Supply ได้ราว 6.65% แต่ราคาลดลงราว 81.5%
  • ETH เผาไปแล้วกว่า 4.6 ล้าน ETH แต่ Supply หลัง The Merge กลับเพิ่มขึ้น 1.29% เพราะการเผาผูกกับการใช้งาน ไม่ได้ตายตัว
  • งานวิจัยของ Tokenomist ที่ศึกษาโทเคน 11 ตัวที่ทำ Buyback และ Burn (เผยแพร่ 30 กรกฎาคม 2026) พบว่ามีเพียง OKB และ AAVE ที่ทำผลตอบแทนชนะ Bitcoin ได้ชัดเจนใน 30 วันหลังประกาศ และมีเพียง BNB กับ RAY ที่ Supply ลดลงจริง ส่วนแรงกระตุ้นราคาช่วงประกาศมักจางหายเร็ว

ข้อสรุปจากตัวเลขเหล่านี้คือ การเผาเหรียญเป็นปัจจัยบวกระยะยาวได้ ถ้าโปรเจกต์มีรายได้จริงมาซื้อคืนและมีความต้องการใช้งานต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ควรใช้ตัดสินใจซื้อเหรียญ และข่าว "เผาเหรียญ" ที่ใช้ปลุกกระแสระยะสั้นมักไม่ได้ช่วยราคาในระยะยาว

วิธีเช็คว่าโปรเจกต์เผาเหรียญจริงไหม

ข่าวเผาเหรียญตรวจสอบได้เสมอ เพราะทุกการเผาต้องเกิดบน Blockchain สิ่งที่ควรเช็คก่อนเชื่อมีดังนี้

  • ขอดู Transaction ID โปรเจกต์ที่เผาจริงจะเปิดเผยรหัสธุรกรรม (TXID) ให้นำไปค้นบน Block Explorer ได้ เช่น ประกาศของ BNB Chain ทุกรอบมีลิงก์ธุรกรรมแนบไว้ วิธีใช้ Block Explorer อ่านได้ที่ วิธีอ่าน Block Explorer
  • ดูที่อยู่ปลายทาง ต้องเป็น Burn Address ที่ไม่มีใครถือกุญแจ ไม่ใช่กระเป๋าของทีมที่ตั้งชื่อว่า "burn" เฉยๆ วิธีสังเกตง่ายๆ คือ Block Explorer มักติดป้ายที่อยู่เผาที่รู้จักไว้ให้ และที่อยู่แบบนี้จะมีแต่เงินเข้า ไม่เคยมีธุรกรรมส่งออกเลย

ที่อยู่ 0x...dEaD บน Etherscan ติดป้าย Burn และไม่เคยมีธุรกรรมส่งออก

ที่มา: Etherscan (26 ก.ย. 2569)

ภาพจาก Etherscan ด้านบนคือหน้าของที่อยู่ 0x...dEaD บน Ethereum ซึ่งติดป้าย "Null" และ "Burn" ไว้ พร้อมข้อความว่าเป็นที่อยู่ที่โปรเจกต์ใช้เผาโทเคน ที่อยู่นี้ถือ ETH อยู่ราว 12,640 ETH และโทเคนอื่นอีกกว่า 400 ชนิด แต่ช่อง Transactions Sent แสดงว่าไม่เคยมีธุรกรรมส่งออกเลย เพราะไม่มีใครถือกุญแจส่วนตัว

  • เทียบกับ Supply จริง ดูว่าจำนวนที่เผาเทียบกับ Supply ทั้งหมดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขหลักพันล้านเหรียญอาจเป็นแค่เศษเสี้ยวของ Supply แบบกรณี LUNC
  • ดูว่าเผาจากไหน การเผาจากรายได้จริงต่างจากการเผาเหรียญที่ทีมสร้างขึ้นเองฟรีโดยไม่มีต้นทุน
  • ระวังโปรเจกต์ที่ใช้คำว่าเผาเป็นจุดขายหลัก โดยเฉพาะเหรียญเล็กที่สัญญาว่าจะเผาจนราคาพุ่ง มักเป็นสัญญาณของโปรเจกต์ปั่นราคา อ่านวิธีสังเกตเพิ่มได้ที่ รู้ทันกลโกงคริปโต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เผาเหรียญ BNB คืออะไร

คือการที่ BNB Chain นำ BNB ไปส่งยังที่อยู่ที่ไม่มีใครใช้ได้ทุกไตรมาสผ่านระบบ Auto-Burn เพื่อลดจำนวน BNB จาก 200 ล้านเหรียญให้เหลือ 100 ล้านเหรียญ ถึงรอบที่ 36 (15 กรกฎาคม 2026) เหลือ BNB ทั้งหมด 133,166,127.91 BNB

BNB เผาเหรียญเมื่อไหร่

BNB เผาเหรียญรายไตรมาส ปีละ 4 รอบ ช่วงกลางเดือนแรกของไตรมาสโดยประมาณ ประกาศทางการของแต่ละรอบเผยแพร่บนบล็อกของ BNB Chain พร้อมจำนวนที่เผาและลิงก์ธุรกรรม

เผาเหรียญ LUNC ช่วยให้ราคากลับมาได้ไหม

จากข้อมูลถึงปัจจุบันยังไม่ช่วย LUNC เผาไปได้เพียงราว 6.65% ของ Supply ในเวลา 4 ปีกว่า ขณะที่ราคาลดลงราว 81.5% นับจากเดือนที่เริ่มเก็บภาษีเผา เพราะ Supply ตั้งต้นใหญ่มากถึงราว 6.9 ล้านล้านเหรียญ

เหรียญที่ถูกเผาเอากลับคืนมาได้ไหม

ไม่ได้ ถ้าส่งไปยัง Burn Address ที่ไม่มีใครรู้กุญแจส่วนตัว หรือเผาผ่านฟังก์ชัน burn ของ Smart Contract เหรียญนั้นจะออกจากระบบถาวร ข้อควรระวังคือถ้าผู้ใช้ส่งเหรียญไปยังที่อยู่ผิดโดยไม่ตั้งใจ ก็เท่ากับเผาเหรียญของตัวเองไปแล้วเช่นกัน

Buyback and Burn ต่างจากการซื้อหุ้นคืนอย่างไร

หลักคิดคล้ายกัน คือนำรายได้ไปซื้อสินทรัพย์คืนจากตลาดเพื่อลดจำนวนที่หมุนเวียน ความต่างคือบริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยงบการเงินและอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ ส่วนโปรเจกต์คริปโตหลายแห่งไม่มีงบการเงินที่ตรวจสอบได้ ผู้ถือจึงทำได้เพียงตรวจธุรกรรมการเผาบน Blockchain แต่ตรวจไม่ได้ว่าเงินที่ใช้ซื้อคืนมาจากรายได้จริงแค่ไหน

เผาเหรียญกับ Halving ต่างกันอย่างไร

Halving ของ Bitcoin ลดความเร็วในการออกเหรียญใหม่ลงครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำลายเหรียญที่มีอยู่แล้ว ส่วนการเผาเหรียญคือการนำเหรียญที่มีอยู่แล้วออกจากระบบ Bitcoin เองไม่มีกลไกเผาเหรียญในระดับโปรโตคอล

Halving ลดความเร็วการออกเหรียญใหม่ ส่วนการเผาเหรียญนำเหรียญที่มีอยู่ออกจากระบบ

อ่านเรื่อง Halving เพิ่มได้ที่ Bitcoin Halving คืออะไร

ทำไม Ethereum เผาเหรียญแล้ว Supply ยังเพิ่ม

เพราะจำนวน ETH ที่ถูกเผาขึ้นกับค่า Base Fee ซึ่งขึ้นกับความแออัดของเครือข่ายหลัก เมื่อธุรกรรมย้ายไปอยู่บน Layer 2 มากขึ้น ค่า Base Fee ต่ำลง การเผาจึงน้อยกว่า ETH ที่ออกใหม่ให้ผู้ตรวจสอบธุรกรรม Supply จึงเพิ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี 2024

เหรียญที่มีการเผาควรซื้อไหม

บทความนี้ไม่ได้ให้คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การเผาเหรียญเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งใน Tokenomics ควรดูประกอบกับรายได้จริงของโปรเจกต์ การใช้งาน อัตราการออกเหรียญใหม่ และความเสี่ยงอื่น ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษา ความเสี่ยงของการลงทุนคริปโต ประกอบด้วย

สรุป: การเผาเหรียญคือเครื่องมือ ไม่ใช่เวทมนตร์

การเผาเหรียญคือการนำเหรียญออกจากระบบถาวรเพื่อลดจำนวนเหรียญหมุนเวียน ทำได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ Buyback and Burn แบบ BNB การเผาค่าธรรมเนียมแบบ Ethereum ภาษีเผาแบบ LUNC ไปจนถึง Proof of Burn แบบ Counterparty ข้อมูลจริงชี้ว่าการเผาได้ผลดีที่สุดเมื่อมีรายได้หรือการใช้งานจริงรองรับ อย่าง BNB ที่ลด Supply ได้แล้วราวหนึ่งในสามของจำนวนตั้งต้น แต่การเผาเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ราคาขึ้น ดังที่ LUNC และ ETH แสดงให้เห็น ก่อนเชื่อข่าวเผาเหรียญครั้งต่อไป ควรเช็คธุรกรรมจริง เทียบสัดส่วนกับ Supply และดูว่าเผาจากรายได้จริงหรือเปล่า

บทความทั้งหมด