ปกบทความ Bitcoin ETF จากคำขอแรกถึงวันอนุมัติ

ประวัติ Bitcoin Spot ETF จากคำปฏิเสธสิบปีถึงวันที่ SEC อนุมัติ 11 กองพร้อมกัน

ไล่ไทม์ไลน์ Bitcoin Spot ETF ตั้งแต่คำขอฉบับแรกของฝาแฝด Winklevoss ปี 2013 จนถึงวันที่ SEC อนุมัติ 11 กองพร้อมกันในปี 2024 พร้อมตัวเลขจากเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐจริง และคำอธิบายว่าทำไมตัวเลขจำนวนเหรียญของกลุ่ม ETF ถึงไม่ตรงกันสักที่

วันที่ 10 มกราคม 2024 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์สหรัฐหรือ SEC อนุมัติ Spot Bitcoin ETF พร้อมกัน 11 กอง ปิดฉากการรอคอยที่ยาวนานกว่าสิบปีนับจากคำขอฉบับแรก บทความนี้ไล่ตั้งแต่ว่า ETF คืออะไร ทำไมการอนุมัติครั้งนั้นถึงถูกเรียกว่าเปลี่ยนเกม เกิดอะไรขึ้นจริงหลังจากนั้น และคนไทยเข้าถึงได้แค่ไหนตามกฎปัจจุบัน

ETF คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับ Bitcoin

ETF ย่อมาจาก Exchange Traded Fund คือกองทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง ผู้ลงทุนซื้อขายผ่านบัญชีหลักทรัพย์ที่ใช้อยู่แล้ว ไม่ต้องเปิดบัญชีใหม่กับผู้ให้บริการเฉพาะทาง

สำหรับ Bitcoin สิ่งที่ ETF เปลี่ยนไม่ใช่ตัวเหรียญ แต่เป็นประตูที่ใช้เข้า

  • ไม่ต้องดูแลกุญแจเอง กองทุนเป็นผู้เก็บรักษาเหรียญผ่านผู้รับฝากที่อยู่ในกำกับ ผู้ลงทุนไม่ต้องจัดการ Seed Phrase หรือกังวลว่าจะทำกุญแจหาย
  • อยู่ในระบบที่นักลงทุนสถาบันใช้ได้ กองทุนบำนาญ กองทุนรวม และที่ปรึกษาการเงินจำนวนมากมีข้อบังคับว่าลงทุนได้เฉพาะหลักทรัพย์ที่จดทะเบียน ETF จึงเป็นทางเดียวที่เงินกลุ่มนี้เข้าถึง Bitcoin ได้
  • มีตัวเลขเปิดเผยทุกวัน ยอดเงินไหลเข้าออกของแต่ละกองถูกรายงานเป็นรายวัน ทำให้วัดความต้องการของนักลงทุนสถาบันได้เป็นครั้งแรก จากเดิมที่ทำได้แค่คาดเดาจากข้อมูลบนเชน

ข้อแลกเปลี่ยนคือผู้ถือหน่วย ETF ไม่ได้ถือ Bitcoin จริงในมือ ถอนออกมาเป็นเหรียญไม่ได้ ซื้อขายได้เฉพาะเวลาที่ตลาดหุ้นเปิด และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี ซึ่งเป็นสิ่งที่คนถือเหรียญเองไม่ต้องจ่าย

ไดอะแกรมเทียบ Spot ETF กับ Futures ETF ว่ากองทุนถืออะไรอยู่จริง

ภาพ: Spot ETF ถือเหรียญจริงไว้กับผู้รับฝาก ส่วน Futures ETF ถือสัญญาซื้อขาย ล่วงหน้าที่ต้องหมุนสัญญาใหม่เมื่อครบกำหนด ซึ่งเป็นที่มาของต้นทุนที่ต่างกัน

Spot ETF ต่างจาก Futures ETF อย่างไร

ก่อนปี 2024 สหรัฐมี Bitcoin ETF อยู่แล้ว แต่เป็นแบบ Futures ซึ่งต่างกันที่สิ่งที่กองทุนถือจริง

  • Spot ETF กองทุนซื้อ Bitcoin จริงมาเก็บไว้ ราคาหน่วยลงทุนจึงอิงกับราคาเหรียญโดยตรง
  • Futures ETF กองทุนถือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคา Bitcoin ไม่ได้ถือเหรียญเลย และต้องหมุนสัญญาเมื่อใกล้ครบกำหนด ซึ่งมีต้นทุนแฝงที่ทำให้ผลตอบแทนคลาดจากราคาจริงเมื่อถือยาว

ความต่างนี้อธิบายว่าทำไมวงการถึงรอ Spot ETF มาตลอด เพราะ Futures ETF ที่ได้อนุมัติไปตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021 แก้โจทย์ได้ไม่หมด ทั้งยังส่งสัญญาณแปลกว่าหน่วยงานกำกับยอมรับสัญญาที่อ้างอิงราคา แต่ไม่ยอมรับการถือสินทรัพย์จริง

สิบเอ็ดปีของการถูกปฏิเสธ

เส้นทางกว่าจะถึงวันอนุมัติยาวนานกว่าที่หลายคนจำได้

  • 2013 ฝาแฝด Winklevoss ยื่นคำขอ Spot Bitcoin ETF เป็นรายแรกของโลก
  • 2017 SEC ปฏิเสธคำขอของ Winklevoss ด้วยเหตุผลว่าตลาด Bitcoin ยังเสี่ยงต่อการปั่นราคา
  • 2021 SEC อนุมัติ Bitcoin Futures ETF แต่ยังปฏิเสธ Spot ETF ต่อไป
  • มิถุนายน 2022 Grayscale ยื่นฟ้อง SEC หลังถูกปฏิเสธคำขอแปลงกองทุน Bitcoin Trust ของตัวเองเป็น ETF
  • สิงหาคม 2023 ศาลอุทธรณ์สหรัฐเขตดีซีตัดสินให้ Grayscale ชนะ โดยระบุว่า SEC อธิบายเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างสมเหตุสมผล ในเมื่ออนุมัติ Futures ETF ไปแล้ว
  • 10 มกราคม 2024 SEC อนุมัติ Spot Bitcoin ETF พร้อมกัน 11 กอง

จุดเปลี่ยนที่แท้จริงคือคำตัดสินของศาลในเดือนสิงหาคม 2023 ไม่ใช่การเปลี่ยนใจของหน่วยงานกำกับ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สะท้อนอยู่ในถ้อยแถลงของประธาน SEC เองในวันอนุมัติ

9 มกราคม 2024 วันที่บัญชี X ของ SEC ถูกแฮก

หนึ่งวันก่อนการอนุมัติจริง เกิดเหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานของวงการ

เวลาประมาณ 16.11 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐ บัญชี X ของ SEC โพสต์ข้อความว่าอนุมัติ Spot Bitcoin ETF แล้ว ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นทันทีกว่า 1,000 ดอลลาร์ ก่อนที่โพสต์จะถูกลบภายในไม่ถึง 30 นาที และ SEC ออกมาชี้แจงว่าบัญชีถูกแฮก

สองวันต่อมา SEC ระบุว่าผู้ไม่หวังดีเข้าควบคุมเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีด้วยวิธีที่เรียกว่า SIM swap ซึ่งเป็นการหลอกผู้ให้บริการมือถือให้ย้ายเบอร์ไปยังซิมของคนร้าย ต่อมาในเดือนตุลาคม 2024 เอฟบีไอจับกุมผู้ต้องหาได้

เหตุการณ์นี้ถูกยกมาพูดถึงบ่อยในสองบริบท บริบทแรกคือความเปราะบางของการยืนยันตัวตนด้วย SMS ซึ่งเป็นบทเรียนด้านความปลอดภัยที่ใช้ได้กับทุกคน บริบทที่สองคือความอ่อนไหวของตลาดต่อข่าวชิ้นเดียว แม้จะเป็นข่าวที่อยู่ในโพสต์เดียวและมีอายุไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

10 มกราคม 2024 วันที่อนุมัติจริง

คำแถลงของประธาน ก.ล.ต. สหรัฐ วันที่ 10 มกราคม 2024 เรื่องการอนุมัติ Spot Bitcoin ETP

ภาพ: คำแถลงต้นฉบับของ Gary Gensler ประธาน ก.ล.ต. สหรัฐ ลงวันที่ 10 มกราคม 2024 ระบุเองว่าตั้งแต่ปี 2018 ถึงมีนาคม 2023 คณะกรรมการปฏิเสธคำขอมาแล้วกว่า 20 ฉบับ และที่ต้องกลับลำเพราะศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าเหตุผลที่เคยใช้ปฏิเสธนั้นอธิบายไม่พอ ที่มา: ก.ล.ต. สหรัฐ

คำอนุมัติจริงมาถึงในวันถัดมา และสิ่งที่ตามมาทันทีคือถ้อยแถลงของ Gary Gensler ประธาน SEC ในขณะนั้น ซึ่งชัดเจนว่าไม่ได้ออกมาด้วยความยินดี

"While we approved the listing and trading of certain spot Bitcoin ETP shares today, we did not approve or endorse Bitcoin."

Gary Gensler ประธาน SEC ในถ้อยแถลงวันที่ 10 มกราคม 2024 หลังการอนุมัติราวหนึ่งชั่วโมง

ใจความคือแม้วันนี้จะอนุมัติให้จดทะเบียนและซื้อขายหน่วยลงทุนที่อ้างอิง Bitcoin ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าอนุมัติหรือรับรองตัว Bitcoin เอง ประโยคนี้สรุปท่าทีของหน่วยงานกำกับได้ครบในบรรทัดเดียว คืออนุมัติเพราะคำตัดสินของศาลทำให้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธต่อ ไม่ใช่เพราะเปลี่ยนมุมมองต่อสินทรัพย์

วันแรกของการซื้อขาย

การซื้อขายเริ่มวันที่ 11 มกราคม 2024 และตัวเลขวันแรกทำลายสถิติของกลุ่ม ETF ที่เปิดตัวใหม่ทั้งหมด

  • ปริมาณซื้อขายวันแรกราว 4,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการเปิดตัวของ ETF กลุ่มอื่นที่เคยมีมาอย่างเทียบกันไม่ติด
  • มีกองเปิดพร้อมกัน 11 กอง จากผู้จัดการกองทุนทั้งรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง BlackRock และผู้เล่นเดิมในวงการคริปโตอย่าง Grayscale และ Bitwise
  • ค่าธรรมเนียมกลายเป็นสนามแข่งทันที หลายกองประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมช่วงแรกเพื่อแย่งส่วนแบ่ง

แต่สิ่งที่หลายคนจำได้มากกว่าตัวเลขวันแรกคือราคาที่ไม่ได้พุ่งอย่างที่คาด กลับย่อลงในสัปดาห์ถัดมา ซึ่งมีคำอธิบายที่ชัดเจนและไม่เกี่ยวกับความล้มเหลวของ ETF เลย

ราคา BTC รอบวันที่ SEC อนุมัติ Spot Bitcoin ETF (ธ.ค. 2023 ถึง มี.ค. 2024)
1 ธ.ค. 23
$37,711.79
10 ม.ค. 24
SEC อนุมัติ
$46,143.31
23 ม.ค. 24
จุดต่ำสุดหลังข่าว
$39,505.09
13 มี.ค. 24
$71,489.22
1 ธ.ค. 235 ม.ค. 2410 ม.ค. 2411 ม.ค. 2423 ม.ค. 2414 ก.พ. 245 มี.ค. 2413 มี.ค. 24
ที่มา: Blockchain.com ราคาปิดรายวันเฉลี่ยหลายกระดาน

ราคาปิดวันอนุมัติอยู่ที่ 46,143 ดอลลาร์ แล้วไหลลงไปต่ำสุดที่ 39,505 ดอลลาร์ ในวันที่ 23 มกราคม คิดเป็นการลดลงราว 14% จากวันอนุมัติ ก่อนจะกลับขึ้นไปที่ 71,489 ดอลลาร์ในวันที่ 13 มีนาคม หรือขึ้นราว 55% จากวันอนุมัติภายในสองเดือน

ทำไมราคาร่วงหลังข่าวดี คำตอบอยู่ที่ GBTC

Grayscale Bitcoin Trust หรือ GBTC ไม่ใช่กองใหม่ แต่เป็นกองทุนที่มีอยู่ก่อนแล้วและถูกแปลงสภาพเป็น ETF ในวันเดียวกัน ความต่างนี้สำคัญมาก

ก่อนแปลงสภาพ ผู้ถือ GBTC ขายหน่วยคืนกองทุนไม่ได้ ต้องขายในตลาดรองซึ่งราคามักต่ำกว่ามูลค่าสินทรัพย์จริง คนที่ติดอยู่ในกองมาหลายปีจึงรอวันที่ไถ่ถอนได้ พอแปลงเป็น ETF สำเร็จ แรงขายที่อั้นไว้ก็ออกมาพร้อมกัน

อีกปัจจัยคือค่าธรรมเนียม GBTC คิดค่าบริหาร 1.5% ต่อปี ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม ขณะที่ IBIT ของ BlackRock คิด 0.25% ส่วนต่างระดับนี้ทำให้เงินย้ายกองอย่างรวดเร็ว

ผลสะสมคือ GBTC มีเงินไหลออกรวมกันหลายหมื่นล้านดอลลาร์นับจากวันแปลงสภาพ และสูญเสียสินทรัพย์ไปเกินสองในสามของที่เคยมี ขณะที่เงินส่วนใหญ่ไม่ได้ออกจากตลาด Bitcoin แต่ย้ายไปอยู่ในกองที่ค่าธรรมเนียมถูกกว่า

บทเรียนจากช่วงนั้นคือตัวเลขเงินไหลเข้าสุทธิของทั้งกลุ่มมีความหมายกว่าตัวเลขของกองใดกองหนึ่ง เพราะการย้ายกองทำให้ภาพรายกองบิดเบือนได้ง่าย

ตัวเลขวันนี้ สองปีหลังเปิดตัว

หน้าข้อมูลกองทุน iShares Bitcoin Trust ETF แสดงขนาดกองทุนและวันเปิดกอง

ภาพ: หน้าข้อมูลกองทุนของ IBIT ซึ่งเป็นกองใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ณ วันที่ 18 กันยายน 2026 มีสินทรัพย์สุทธิ 63,709 ล้านดอลลาร์ ค่าบริหาร 0.25% ต่อปี และเปิดกองวันที่ 5 มกราคม 2024 ที่มา: iShares โดย BlackRock

ข้อมูลจาก CoinGlass ณ วันที่ 19 กันยายน 2026 สรุปภาพรวมของกลุ่ม Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐไว้แบบนี้

  • เงินไหลเข้าสุทธิสะสมราว 55,620 ล้านดอลลาร์ คือยอดที่ไหลเข้า หักยอดที่ไหลออกแล้ว นับตั้งแต่วันเปิดตัว
  • มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมราว 98,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ขยับตามราคาเหรียญในแต่ละวัน
  • ปริมาณซื้อขายรายวันราว 5,770 ล้านดอลลาร์ ตัวนี้แกว่งแรงที่สุดในสามตัว บางวันไม่ถึงครึ่งของตัวเลขนี้ บางวันมากกว่านี้เท่าตัว จึงใช้ดูแนวโน้มได้ แต่ใช้อ้างเป็นค่าประจำไม่ได้

เงินไหลเข้าสุทธิ 55,620 ล้าน กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า 98,800 ล้าน แปลว่ามูลค่าโตขึ้นราว 78% จากเงินที่ใส่เข้าไปจริง ส่วนต่างนั้นมาจากราคาเหรียญที่ขึ้น ระหว่างทาง ไม่ใช่เงินก้อนใหม่

ทำไมตัวเลขจำนวนเหรียญของกลุ่ม ETF ถึงไม่ตรงกันสักที่

ถ้าลองค้นว่ากลุ่ม ETF ถือ Bitcoin อยู่กี่เหรียญ จะเจอตัวเลขที่ต่างกันเกือบเท่าตัว ระหว่างแหล่งต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เพราะใครผิด แต่เพราะสองตัวเลขนี้วัดคนละอย่าง

  • ยอดเงินไหลเข้าสุทธิแปลงเป็นเหรียญ CoinGlass แสดงไว้ที่ราว 695,700 เหรียญ ตัวนี้คือการเอายอดเงินไหลเข้าสุทธิของแต่ละวันไปหารด้วยราคาของวันนั้น แล้วบวกสะสมกันไปเรื่อยๆ ตรวจได้จากแถวรายวันของเว็บเดียวกัน ที่แสดง 433 ล้านดอลลาร์ คู่กับ 5,670 เหรียญ ซึ่งคิดเป็น 76,367 ดอลลาร์ต่อเหรียญพอดีกับราคาวันนั้น
  • จำนวนเหรียญที่ถืออยู่จริง คิดจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิหารด้วยราคาเหรียญ ที่ 98,800 ล้านดอลลาร์และราคาราว 76,830 ดอลลาร์ จะได้ราว 1.29 ล้านเหรียญ หรือราว 6% ของอุปทานทั้งหมดที่จะมีได้ 21 ล้านเหรียญ

ส่วนต่างระหว่างสองตัวเลขนั้นอยู่ที่ราว 590,000 เหรียญ และมันมีที่มาที่ชัดเจน คือเหรียญที่ Grayscale ถือไว้อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนแปลงสภาพเป็น ETF เหรียญก้อนนั้น เข้ามาอยู่ในกลุ่ม ETF ตั้งแต่วันแรกโดยไม่ถูกนับเป็นเงินไหลเข้า เพราะไม่ได้ซื้อเข้ามาใหม่ แค่เปลี่ยนสถานะของกองที่ถืออยู่ก่อนแล้ว

ตัวเลขของก้อนนั้นตรวจสอบได้จากเอกสารต้นทาง แบบฟอร์ม 10-K ที่ Grayscale Bitcoin Trust ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2024 สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2023 ระบุว่ากองทรัสต์มียอดคงเหลือสุทธิ 619,525.9291702 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าตลาด 26,350,469,813 ดอลลาร์ ที่ราคา 42,533.28 ดอลลาร์ต่อเหรียญตามตลาดหลักที่เอกสารอ้างอิง ซึ่งเป็นยอด ณ สิบเอ็ดวัน ก่อนกองแปลงสภาพเป็น ETF ในวันที่ 11 มกราคม 2024

จำนวน Bitcoin ที่ Grayscale Bitcoin Trust ถือ ตามเอกสาร 10-K
1 ม.ค. 2021
607,039.49 เหรียญ
31 ธ.ค. 2023
619,525.93 เหรียญ
1 ม.ค. 202131 ธ.ค. 202131 ธ.ค. 202231 ธ.ค. 2023
ที่มา: แบบฟอร์ม 10-K ของ Grayscale Bitcoin Trust ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐ 23 ก.พ. 2024

เส้นนี้มาจากตารางกระทบยอดในเอกสาร 10-K ฉบับเดียวกัน กองทรัสต์ถือเหรียญระดับหกแสนกว่า มาตลอดสามปีก่อนแปลงสภาพ และรายการเดียวที่ทำให้จำนวนเหรียญลดลงในปี 2022 กับ 2023 คือค่าธรรมเนียมผู้สนับสนุนที่หักเป็นเหรียญ ปีละ 12,768.43918093 และ 12,515.60028722 เหรียญตามลำดับ ไม่มีรายการไถ่ถอนเลย เพราะตอนนั้นกองยังไม่เปิดให้ไถ่ถอน

ก้อนนี้อธิบายส่วนต่างได้เกือบทั้งหมด ที่เหลืออีกเล็กน้อยมาจากการที่ตัวเลข 1.29 ล้านเหรียญ เป็นค่าประมาณจากการหารมูลค่าสินทรัพย์สุทธิด้วยราคา ไม่ใช่ยอดที่นับเหรียญจริงทีละกอง จึงคลาดได้ตามราคาที่ใช้หารและเวลาที่แต่ละกองรายงาน

บทเรียนจากตรงนี้ใช้ได้กับตัวเลขคริปโตแทบทุกตัว คือก่อนเอาตัวเลขไปเทียบกัน ต้องรู้ก่อนว่ามันวัดอะไร ยอดสะสมของกระแสเงิน กับยอดคงเหลือ ณ วันนี้ เป็นคนละเรื่องกัน และเวลาราคาขยับแรง ความต่างจะยิ่งบานปลาย

Ethereum ETF ตามมาในปีเดียวกัน

ฝั่ง Ethereum มีเรื่องทุนสำรองของบริษัทคู่ขนานกันด้วย ดูได้ที่บทความ Ethereum Treasury

หลังประตูบานแรกเปิด ประตูบานถัดไปก็มาเร็วกว่าที่หลายคนคาด

  • 23 พฤษภาคม 2024 SEC อนุมัติ Spot Ethereum ETF ในขั้นตอนแรก
  • 23 กรกฎาคม 2024 เริ่มซื้อขายจริงพร้อมกัน 8 กองบนตลาด Cboe Nasdaq และ NYSE

จุดที่ต่างจากฝั่ง Bitcoin คือช่วงแรกกองทุน Ethereum ETF ยังไม่รองรับการนำเหรียญไป stake เพื่อรับผลตอบแทน ทำให้ผู้ถือหน่วยได้แค่ส่วนของราคา ไม่ได้ส่วนของผลตอบแทนที่การถือ ETH โดยตรงจะได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ถูกพูดถึงมากและทยอยคลี่คลายในภายหลัง รายละเอียดเรื่องกลไก staking อ่านได้ที่ The Merge คืออะไร

ราคา BTC สองปีหลังเปิดตัว Spot ETF (ม.ค. 2024 ถึง ก.ย. 2026)
10 ม.ค. 24
วันอนุมัติ
$46,143.31
7 ต.ค. 25
จุดสูงสุดตลอดกาล
$124,776.68
14 ก.ย. 26
$76,829.51
10 ม.ค. 2413 มี.ค. 245 ส.ค. 249 ธ.ค. 248 เม.ย. 257 ต.ค. 251 เม.ย. 2614 ก.ย. 26
ที่มา: Blockchain.com ราคาปิดรายวันเฉลี่ยหลายกระดาน

สองปีหลังเปิดตัว ราคาผ่านทั้งขาขึ้นที่ทำสถิติใหม่เหนือแสนดอลลาร์ และขาลงที่ย่อลงเกิน 40% จากจุดสูงสุด การมี ETF จึงไม่ได้ทำให้ความผันผวนหายไป แต่เปลี่ยนว่าใครเป็นคนถือเหรียญระหว่างทาง

ETF เปลี่ยนอะไรในตลาดจริงบ้าง

สองปีผ่านไป ผลที่เห็นชัดแยกได้เป็นสามเรื่อง

  • ผู้ซื้อหน้าใหม่ที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน ที่ปรึกษาการเงินและกองทุนที่มีข้อบังคับเรื่องหลักทรัพย์จดทะเบียน เข้ามาถือ Bitcoin ผ่านช่องทางนี้ได้เป็นครั้งแรก
  • ข้อมูลที่วัดได้รายวัน ยอดไหลเข้าออกกลายเป็นตัวชี้วัดที่นักวิเคราะห์ใช้อ่านอารมณ์ตลาด แทนการเดาจากปริมาณบนกระดานเทรดอย่างเดียว
  • ความผูกพันกับตลาดหุ้นแน่นขึ้น เมื่อเงินสถาบันเข้ามาผ่านบัญชีเดียวกับที่ใช้ซื้อหุ้น การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ก็สัมพันธ์กับภาวะตลาดทุนมากขึ้นตามไปด้วย

สิ่งที่ ETF ไม่ได้เปลี่ยนคือความผันผวน ราคายังขึ้นลงแรงเหมือนเดิม และในบางจังหวะ ETF กลับเป็นตัวเร่ง เพราะเงินสถาบันไหลออกได้เร็วพอกับตอนไหลเข้า

กองไหนเป็นใคร ดูจากตัวย่อ

คำสั่งอนุมัติของ ก.ล.ต. สหรัฐ เลขที่ 34-99306 ระบุชื่อกองทุนทั้ง 11 กองที่ได้รับอนุมัติ

ภาพ: คำสั่งอนุมัติต้นฉบับเลขที่ 34-99306 ลงวันที่ 10 มกราคม 2024 ไล่ชื่อกองทุนทั้ง 11 กองพร้อมตลาดที่จดทะเบียน จะเห็นว่า Grayscale อยู่ลำดับที่หนึ่ง เพราะเป็นการแปลงสภาพกองเดิม ไม่ใช่การเปิดกองใหม่ ที่มา: ก.ล.ต. สหรัฐ

เวลาอ่านข่าวหรือดูตารางเงินไหลเข้าออก จะเจอตัวย่อของแต่ละกองซึ่งดูแล้วงงได้ง่าย ตัวย่อที่เจอบ่อยที่สุดมีดังนี้

  • IBIT ของ BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นกองที่ดูดเงินเข้าได้มากที่สุดในกลุ่มและกลายเป็นกองอ้างอิงเวลาพูดถึงแรงซื้อสถาบัน
  • FBTC ของ Fidelity อีกหนึ่งผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่เข้าวงการคริปโตมานานกว่าเจ้าอื่นในกลุ่มการเงินดั้งเดิม
  • GBTC ของ Grayscale กองเก่าที่แปลงสภาพมาและมีค่าธรรมเนียมสูงที่สุด เป็นต้นเหตุของแรงขายช่วงแรก
  • ARKB ของ ARK Invest ร่วมกับ 21Shares ซึ่งเป็นกองที่นักลงทุนสายเทคโนโลยีติดตาม
  • BITB ของ Bitwise ผู้จัดการกองทุนที่โตมาจากวงการคริปโตโดยตรง

นอกจากห้ากองนี้ยังมีกองอื่นในตารางอย่าง BTCO ของ Invesco และ Galaxy, HODL ของ VanEck, BRRR ของ Coinshares Valkyrie, EZBC ของ Franklin Templeton และ BTCW ของ WisdomTree ซึ่งขนาดเล็กกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

สิ่งที่ควรดูเวลาเทียบกองไม่ใช่แค่ชื่อผู้จัดการ แต่เป็นค่าธรรมเนียมรายปีกับสภาพคล่องในการซื้อขาย เพราะสองอย่างนี้คือต้นทุนจริงที่ผู้ถือหน่วยจ่าย ส่วนราคาอ้างอิงนั้นทุกกองอิงจากราคา Bitcoin เหมือนกันหมด

ETF ต่างจากบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรองอย่างไร

ถ้าอยากเข้าใจฝั่งบริษัทที่ถือเหรียญเป็นทุนสำรองให้ลึกขึ้น อ่านได้ที่บทความกลยุทธ์ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรอง

อีกช่องทางที่คนมักเอามาเทียบกับ ETF คือการซื้อหุ้นของบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นทุนสำรอง ซึ่งสองอย่างนี้ต่างกันมากกว่าที่เห็น

  • ETF อิงราคาเหรียญโดยตรง มูลค่าหน่วยลงทุนขยับตามราคา Bitcoin แทบจะหนึ่งต่อหนึ่งหลังหักค่าธรรมเนียม ไม่มีปัจจัยอื่นมาปน
  • หุ้นบริษัทมีปัจจัยของบริษัทปนอยู่ด้วย ทั้งผลประกอบการของธุรกิจเดิม หนี้สินที่ใช้ระดมทุนมาซื้อเหรียญ และความคาดหวังของตลาดต่อผู้บริหาร ทำให้ราคาหุ้นอาจสูงหรือต่ำกว่ามูลค่าเหรียญที่ถือจริงได้มาก
  • ความเสี่ยงคนละแบบ ETF เสี่ยงเรื่องราคาเหรียญกับความน่าเชื่อถือของผู้รับฝาก ส่วนหุ้นบริษัทเสี่ยงเพิ่มเรื่องโครงสร้างหนี้และการเพิ่มทุนที่ทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมเจือจาง

ช่วงที่ ETF ยังไม่เกิด การซื้อหุ้นบริษัทกลุ่มนี้เคยเป็นทางเลือกไม่กี่ทางที่นักลงทุนสถาบันใช้เข้าถึง Bitcoin ได้ พอ ETF เปิดขึ้นมา เหตุผลข้อนั้นก็หมดไป เหลือเฉพาะคนที่ต้องการผลตอบแทนแบบมี Leverage ซึ่งแลกมาด้วยความผันผวนที่สูงกว่า รายละเอียดเรื่องนี้อ่านต่อได้ที่ Bitcoin Treasury คืออะไร

หลัง Bitcoin และ Ethereum มีเหรียญอื่นตามมาไหม

มี และเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้ตอนปี 2024 ปัจจุบันเว็บที่ติดตามข้อมูล ETF คริปโตแยกหมวดไว้แล้วทั้ง Bitcoin, Ethereum, Solana, XRP และเหรียญอื่นที่มีกองทุนอ้างอิง

สิ่งที่ตามมาพร้อมกันคือคำถามเรื่องคุณภาพของสินทรัพย์อ้างอิง เพราะเหรียญที่เล็กลงมักมีสภาพคล่องต่ำกว่าและกระจุกตัวในมือผู้ถือรายใหญ่มากกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลเดิมที่หน่วยงานกำกับเคยใช้ปฏิเสธ Spot Bitcoin ETF มาหลายปี

สำหรับผู้ลงทุน จุดที่ควรแยกให้ออกคือการมี ETF ไม่ได้แปลว่าสินทรัพย์นั้นปลอดภัยขึ้น มันแปลว่าเข้าถึงง่ายขึ้นเท่านั้น ความเสี่ยงของตัวเหรียญยังเป็นความเสี่ยงเดิมทุกประการ ถ้อยแถลงของประธาน SEC ในวันอนุมัติที่บอกว่าไม่ได้รับรองตัว Bitcoin ก็สื่อเรื่องนี้อยู่แล้วตั้งแต่วันแรก

ไดอะแกรมแสดงช่องทางที่นักลงทุนไทยเข้าถึง Bitcoin ETF ได้

ภาพ: ช่องทางที่คนไทยเข้าถึงกองทุนกลุ่มนี้ได้ กับข้อจำกัดของแต่ละช่องทาง เรื่องผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตและภาระภาษี

คนไทยลงทุนใน Bitcoin ETF ได้ไหม

เรื่องภาษีของการลงทุนข้ามประเทศเป็นคนละเรื่องกับเรื่องช่องทาง อ่านแยกได้ที่บทความภาษีคริปโตในไทย

คำตอบเปลี่ยนไปหลายรอบในช่วงสองปีที่ผ่านมา และยังเป็นเรื่องที่ต้องตามให้ทัน

ช่วงที่ ETF เพิ่งได้รับอนุมัติในสหรัฐเมื่อต้นปี 2024 ก.ล.ต. ไทยชี้แจงว่ายังไม่อนุญาตให้เสนอขายหรือซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ในไทย และผู้ประกอบธุรกิจในไทยยังพาผู้ลงทุนรายย่อยไปลงทุนในกองต่างประเทศไม่ได้

ต่อมามีการเปิดทางให้กองทุนรวมไทยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านต่างประเทศได้ภายใต้เงื่อนไขที่ ก.ล.ต. กำหนด และเริ่มมีกองทุนไทยที่ลงทุนทางอ้อมออกมา

สถานะล่าสุดที่ตรวจสอบได้คือ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศเกี่ยวกับการจัดตั้งและแนวทางการกำกับดูแล crypto ETF ในไทย เลขที่ อนจ. 50/2569 ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม ถึง 20 กันยายน 2569 โดยระบุวัตถุประสงค์ว่าเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีผ่านผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน

ข้อสำคัญคือนี่ยังเป็นเพียงร่างที่อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ประกาศใช้ จึงยังไม่มี crypto ETF ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย ส่วนตัวเลขเพดานสัดส่วนที่สื่อบางแห่งอ้างถึงเป็นตัวเลขที่เสนอไว้ในร่าง ไม่ใช่เกณฑ์ที่บังคับใช้อยู่

สรุปสถานะที่ใช้ได้ตอนนี้คือ

  • ซื้อ ETF สหรัฐโดยตรงผ่านผู้ให้บริการไทยไม่ได้ เพราะยังไม่อยู่ในขอบเขตที่กฎเปิดให้เสนอขายแก่รายย่อย
  • ลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมไทยที่ไปถือสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ ก.ล.ต. กำหนด
  • ร่างเกณฑ์ crypto ETF ในไทยอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็น คือร่าง อนจ. 50/2569 ที่ปิดรับฟังวันที่ 20 กันยายน 2569 ยังไม่ประกาศใช้ จึงยังไม่มีกองที่ซื้อขายได้จริงในตลาดหลักทรัพย์ไทย

สำหรับคนที่อยากถือ Bitcoin โดยตรง ช่องทางที่ถูกกฎหมายในไทยคือการซื้อผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซื้อหน่วยลงทุน ETF รายละเอียดกรอบกฎหมายไทยอ่านได้ที่ กฎหมายคริปโตไทยที่ต้องรู้

ไดอะแกรมเส้นทางของเงินเมื่อซื้อหน่วย ETF หนึ่งหน่วย

ภาพ: เส้นทางของเงินเมื่อซื้อหน่วยกองทุนหนึ่งหน่วย ตั้งแต่ผู้ลงทุนผ่านโบรกเกอร์ เข้าตลาดหุ้น ไปถึงกองทุนและผู้รับฝากเหรียญ จะเห็นว่ามีตัวกลางกี่ชั้นกว่าจะถึงเหรียญจริง

ETF เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

เมื่อมีสองทางให้เลือกระหว่างถือเหรียญเองกับถือผ่านกองทุน เกณฑ์ตัดสินไม่ใช่ว่าทางไหนดีกว่าโดยรวม แต่อยู่ที่ว่ารับอะไรได้และต้องการอะไร

  • ETF เหมาะกับคนที่ไม่อยากดูแลกุญแจเอง และต้องการให้สินทรัพย์อยู่ในบัญชีเดียวกับการลงทุนอื่น เพื่อความสะดวกเรื่องภาษีและการวางแผนการเงิน
  • ถือเหรียญเองเหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมเต็มที่ อยากโอนได้ตลอดเวลาโดยไม่ขึ้นกับเวลาทำการของตลาด และไม่ต้องการจ่ายค่าธรรมเนียมรายปี
  • ข้อที่มักถูกลืมคือค่าธรรมเนียมสะสม ค่าบริหาร 0.25% ต่อปีฟังดูน้อย แต่ถ้าถือสิบปีก็เป็นต้นทุนที่สะสมขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การถือเหรียญเองมีต้นทุนหลักคือความรับผิดชอบในการเก็บรักษา

คำถามที่พบบ่อย

Spot Bitcoin ETF ได้รับอนุมัติเมื่อไหร่

วันที่ 10 มกราคม 2024 SEC อนุมัติพร้อมกัน 11 กอง และเริ่มซื้อขายจริงวันที่ 11 มกราคม 2024 โดยมีปริมาณซื้อขายวันแรกราว 4,600 ล้านดอลลาร์

ทำไม SEC ถึงยอมอนุมัติหลังปฏิเสธมาสิบปี

จุดเปลี่ยนคือคำตัดสินของศาลอุทธรณ์เขตดีซีในเดือนสิงหาคม 2023 ที่ระบุว่า SEC อธิบายไม่ได้ว่าทำไมอนุมัติ Futures ETF แต่ปฏิเสธ Spot ETF ทั้งที่อ้างอิงราคาจากตลาดเดียวกัน ถ้อยแถลงของประธาน SEC ในวันอนุมัติก็ระบุเองว่าไม่ได้รับรองตัว Bitcoin

ถือหน่วย ETF เท่ากับถือ Bitcoin ไหม

ไม่เท่ากัน ผู้ถือหน่วยมีสิทธิ์ในมูลค่าที่อ้างอิงราคา Bitcoin แต่ไม่ได้ถือเหรียญจริง ถอนออกมาเป็นเหรียญไม่ได้ และซื้อขายได้เฉพาะเวลาที่ตลาดหุ้นเปิดทำการ ต่างจากการถือเหรียญเองที่โอนได้ตลอดเวลา

ทำไมราคาถึงร่วงทั้งที่เป็นข่าวดี

หลักๆ มาจาก GBTC ซึ่งเป็นกองเก่าที่แปลงสภาพเป็น ETF ในวันเดียวกัน ผู้ถือที่รอไถ่ถอนมานานขายออกพร้อมกัน บวกกับค่าธรรมเนียม 1.5% ต่อปีที่สูงกว่ากองใหม่หลายเท่า ทำให้เงินย้ายออกไปกองที่ถูกกว่า เงินส่วนใหญ่ไม่ได้ออกจากตลาด Bitcoin แต่ย้ายกอง

Ethereum ETF มีไหม

มี SEC อนุมัติวันที่ 23 พฤษภาคม 2024 และเริ่มซื้อขายวันที่ 23 กรกฎาคม 2024 พร้อมกัน 8 กอง โดยช่วงแรกยังไม่รองรับการนำเหรียญไป stake เพื่อรับผลตอบแทน

คนไทยซื้อ Bitcoin ETF ของสหรัฐได้ไหม

ซื้อโดยตรงผ่านผู้ให้บริการในไทยไม่ได้ เพราะยังไม่อยู่ในขอบเขตที่เกณฑ์เปิดให้เสนอขายแก่ผู้ลงทุนรายย่อย แต่ลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมไทยที่ไปถือสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศได้ภายใต้เงื่อนไขที่ ก.ล.ต. กำหนด ส่วนการเปิดให้ crypto ETF ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยนั้น ร่างเกณฑ์ อนจ. 50/2569 เพิ่งปิดรับฟังความคิดเห็นวันที่ 20 กันยายน 2569 และยังไม่ประกาศใช้ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้

ไดอะแกรมเทียบว่าการถือ ETF กับการถือเหรียญเองต่างกันตรงไหน

ภาพ: จุดต่างระหว่างการถือหน่วยกองทุนกับการถือเหรียญเอง ทั้งเรื่องใครถือกุญแจ เวลาซื้อขายได้ ค่าธรรมเนียม และสิ่งที่ทำได้กับเหรียญ

ETF ทำให้ Bitcoin ผันผวนน้อยลงไหม

ไม่ ราคายังผันผวนแรงเหมือนเดิม และในบางจังหวะเงินสถาบันที่ไหลออกเร็วก็เป็นตัวเร่งความผันผวนเสียเอง สิ่งที่ ETF เปลี่ยนคือใครเข้าถึงได้และวัดความต้องการได้แค่ไหน ไม่ใช่ลักษณะของราคา

ถ้าผู้จัดการกองทุนมีปัญหา เหรียญที่กองถือไว้จะเป็นอย่างไร

สินทรัพย์ของกองทุนถูกเก็บแยกจากทรัพย์สินของบริษัทผู้จัดการ โดยฝากไว้กับผู้รับฝากที่อยู่ในกำกับ ในทางทฤษฎีจึงไม่ถูกนำไปชำระหนี้ของผู้จัดการถ้าบริษัทมีปัญหา จุดที่ต้องดูจริงๆ คือใครเป็นผู้รับฝาก เพราะกองส่วนใหญ่ในสหรัฐใช้ผู้รับฝากรายเดียวกัน ซึ่งเป็นการกระจุกตัวที่มีคนตั้งข้อสังเกตอยู่

ETF มีความเสี่ยงอะไรที่การถือเหรียญเองไม่มี

สามข้อหลักคือ ค่าธรรมเนียมรายปีที่กัดกินผลตอบแทนเมื่อถือยาว ข้อจำกัดเรื่องเวลาซื้อขายที่ทำได้เฉพาะตอนตลาดหุ้นเปิด ทำให้ปรับพอร์ตช่วงที่ราคาเหวี่ยงแรงนอกเวลาทำการไม่ได้ และการที่ต้องเชื่อถือตัวกลางหลายชั้นตั้งแต่ผู้จัดการกองทุนไปจนถึงผู้รับฝาก ต่างจากการถือเหรียญเองที่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ตัวเราเก็บกุญแจได้ดีแค่ไหน

เหตุการณ์บัญชี X ของ SEC ถูกแฮกคืออะไร

วันที่ 9 มกราคม 2024 หนึ่งวันก่อนอนุมัติจริง บัญชี X ของ SEC ถูกเข้าควบคุมด้วยวิธี SIM swap แล้วโพสต์ข่าวปลอมว่าอนุมัติแล้ว ราคาพุ่งขึ้นกว่า 1,000 ดอลลาร์ก่อนโพสต์ถูกลบภายในไม่ถึง 30 นาที ต่อมาเดือนตุลาคม 2024 เอฟบีไอจับกุมผู้ต้องหาได้

สรุป

Spot Bitcoin ETF ไม่ได้เปลี่ยนตัว Bitcoin เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เปลี่ยนคือใครเข้าถึงได้และเข้าถึงผ่านทางไหน ผลที่วัดได้ชัดที่สุดสองปีให้หลังคือเงินไหลเข้าสุทธิสะสมระดับห้าหมื่นล้านดอลลาร์ และ Bitcoin เกือบเจ็ดแสนเหรียญที่ถูกเก็บไว้ในกองทุนเหล่านี้

สำหรับคนไทย เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องตามต่อ เพราะเกณฑ์อยู่ระหว่างทบทวนและทิศทางคือเปิดกว้างขึ้น แต่จนกว่าจะมีประกาศจริง ช่องทางที่ใช้ได้ยังเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมไทย หรือการซื้อเหรียญโดยตรงผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่มีใบอนุญาต

ที่มา: ถ้อยแถลงของ Gary Gensler วันที่ 10 มกราคม 2024 บน SEC.gov, CoinGlass Bitcoin ETF Fund Flows, CoinDesk รายงานกรณีบัญชี X ของ SEC ถูกแฮก, etf.com เรื่องวันเริ่มซื้อขาย Ethereum ETF

บทความทั้งหมด