
ตายแล้วบิตคอยน์ไปไหน? ผู้เชี่ยวชาญ Right Shift แนะวิธีส่งต่อมรดกดิจิทัลไม่ให้สูญหาย
บิตคอยน์อาจเป็นสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่มีอายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่สำหรับคนที่ศึกษาจนเข้าใจ นี่คือสินทรัพย์ที่ควรค่าแก่การเก็บรักษาส่งต่อเป็นมรดกให้ลูกหลานในอีกหลายสิบปีข้างหน้า คำถามที่ตามมาคือเมื่อถึงวันที่เราไม่อยู่แล้ว บิตคอยน์จะถูกส่งไปถึงคนที่เราอยากให้ได้รับอย่างไร โดยไม่สูญหายหรือถูกขโมยไประหว่างทาง อาจารย์ขิง สิรภพ นิลบดี Head of Bitcoin Education บริษัท ไรท์ ชิฟท์ จำกัด (Right Shift) ได้แบ่งปันแนวทางบริหารจัดการมรดกบิตคอยน์ตามรูปแบบการถือครองที่แตกต่างกัน
3 รูปแบบการถือบิตคอยน์ ผลต่อการส่งต่อมรดก
กรณีถือบิตคอยน์ผ่านตัวกลางในประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือถือหน่วยลงทุน Bitcoin ETF ในตลาดหุ้นไทยหรือต่างประเทศผ่านแอปไทย เมื่อเจ้าของบัญชีเสียชีวิต ทายาทสามารถขอคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก แล้วนำคำสั่งศาลพร้อมใบมรณบัตรและบัตรประชาชนไปยื่นกับผู้ให้บริการเพื่อขอบริหารจัดการสินทรัพย์ตามกระบวนการปกติ ส่วนกรณีถือผ่านตัวกลางต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนในไทย กระบวนการจะยุ่งยากขึ้น เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีนโยบายกรณีผู้ใช้เสียชีวิตไม่เหมือนกัน ทั้งเอกสารและค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน รวมถึงความยากในการดำเนินการทางกฎหมายข้ามเขตอำนาจศาล ส่วนกรณีเก็บรักษาด้วยตัวเอง (Self-custody) ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการให้ Private Key หรือ Seed Phrase ตกไปถึงทายาทอย่างปลอดภัย ซึ่งมีความท้าทาย 2 มิติหลัก

มิติแรก: ทายาทเข้าถึงได้ถูกจังหวะหรือไม่
โจทย์คือทำอย่างไรให้ทายาทเข้าถึงบิตคอยน์ได้เฉพาะตอนที่เราไม่อยู่แล้วเท่านั้น หากเก็บ Seed Phrase ไว้ในตู้เซฟแล้วบอกทายาทไว้ล่วงหน้าเฉยๆ ก็มีความเสี่ยงที่ทายาทจะเข้าถึงได้ตั้งแต่เรายังมีชีวิตอยู่ การให้ทนายถือกุญแจสำรองเปิดเซฟได้เฉพาะวันที่เราเสียชีวิตแล้วเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงขึ้น สามารถสร้างกระเป๋าแบบ Multisig ที่ใช้หลาย Private Key ร่วมกันล็อกเงินไว้ เช่นแบบ 2-of-3 ที่แบ่ง Seed หนึ่งชุดให้ทายาท อีกชุดให้ทนาย เมื่อเราเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายจึงร่วมมือกันนำบิตคอยน์ออกมาได้ หรือใช้บริการ Collaborative Multisig ที่ช่วยเก็บ Key บางส่วนและส่งมอบให้ทายาทเมื่อถึงเวลา หรือแม้แต่เขียนสคริปต์แบบ Dead Man's Switch ที่ปลดล็อกให้ทายาทอัตโนมัติเมื่อเหรียญไม่ถูกเคลื่อนไหวนานเกินกำหนด
มิติที่สอง: ทายาทมีความรู้พอจะใช้งานอย่างปลอดภัยหรือไม่
แม้จะส่งต่อ Key ได้สำเร็จ แต่ถ้าทายาทไม่มีความรู้ความเข้าใจ พยายามโอนบิตคอยน์ไปขายเป็นเงินบาทอย่างไม่ถูกวิธี ก็อาจทำเงินสูญหายไปก่อนจะได้รับเงินเข้ากระเป๋า อาจารย์ขิงระบุว่า "บิตคอยเนอร์หลายคนที่ผมรู้จักประสบปัญหานี้คือพวกเขาเองพยายามจะสร้างความเข้าใจเบื้องต้นกับคนในครอบครัว แต่คนในครอบครัวก็ไม่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ หรือไม่ก็เรียนรู้ได้แต่ก็ลืมไปอย่างรวดเร็ว...ทำให้วิธีเดียวที่เราจะทิ้งข้อมูลที่จำเป็นให้คนข้างหลังในวันที่เราไม่อยู่แล้วก็คือการเขียนเป็นเอกสารชี้แจงสั้นๆ ไว้ในที่ที่ทายาทจะเข้าถึงได้หลังจากที่เราตายไปแล้ว" โดยเอกสารนี้ควรระบุรูปแบบการเก็บ (Seed Phrase เดี่ยวหรือ Multisig) มี Passphrase หรือไม่ และแยกให้ชัดว่าข้อมูลใดห้ามเปิดเผยเด็ดขาด (Seed Phrase, Passphrase) กับข้อมูลใดเปิดเผยได้หากจำเป็น (Extended Public Key, Wallet Descriptor, จำนวนเหรียญ)
อย่าลืมเรื่องภาษีมรดก
ตามกฎหมายไทย หากทายาทได้รับมรดกสุทธิรวมทุกประเภททรัพย์สินเกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีจากส่วนที่เกินตามอัตราที่กำหนด แม้บิตคอยน์แบบ Self-custody จะไม่มีใครรู้เห็นโดยตรง แต่การไม่ยื่นแบบหรือไม่ชำระภาษีหากถูกตรวจพบจะมีทั้งภาษีย้อนหลัง ดอกเบี้ย และเงินเพิ่ม ซึ่งอาจถูกตรวจพบง่ายขึ้นเรื่อยๆ จากมาตรการ Travel Rule ที่ ก.ล.ต. เตรียมบังคับใช้ต้นปี 2570 ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของแอดเดรสที่ใช้ถอนเหรียญออกจากแพลตฟอร์มที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
งาน BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026
Right Shift ชวนผู้สนใจเรียนรู้เรื่องนี้เพิ่มเติมที่งาน BITCOIN THAILAND CONFERENCE 2026 จัดขึ้นวันเสาร์ที่ 28 ถึงวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ที่ Samyan Mitrtown Hall ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ มีทั้งเสวนา เวิร์กช็อปสาธิตลงมือทำ และโอกาสพูดคุยกับชาวบิตคอยน์จากทั่วประเทศไทย จำหน่ายบัตรแล้วที่เว็บไซต์ bitcointhailand.co
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 "Self-Custody ตายแล้วเหรอ?" อาจารย์ตั้มไขข้อสงสัยหลังวิกฤต Coldcard ยี่ห้ออื่นไม่กระทบ
👉 ถอดบทเรียน 'อาม่าโดนเชิด 13 ล้าน' เมื่อระบบธนาคารล้มเหลว ปูทางสู่ทางรอดเดียวคือ Self-Custody
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
เรื่องมรดกดิจิทัลเป็นหัวข้อที่นักลงทุนบิตคอยน์ไทยจำนวนมากยังไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ทีมข่าวมองว่าจุดที่น่าสนใจที่สุดในบทความนี้คือการชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่การส่งต่อ Key ให้ถึงมือทายาท แต่รวมถึงการให้ความรู้ทายาทให้ใช้งานเป็นด้วย เพราะต่อให้ส่งต่อสำเร็จ แต่ถ้าทายาทไม่มีความรู้พื้นฐาน เงินก็ยังเสี่ยงสูญหายอยู่ดี เรื่องภาษีมรดกและ Travel Rule ที่กำลังจะมาถึงก็เป็นอีกประเด็นที่ผู้ถือบิตคอยน์จำนวนมากในไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com