
ทรัมป์จัดโต๊ะกลมปราบสแกมคริปโต ตัวเลขอายัด 701 ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ไม่ตรงกัน DOJ ระบุจับ 7 รายในไทย
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จัดโต๊ะกลมเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ โดยบอกว่าชาวอเมริกันสูญเงินเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.7 แสนล้านบาท ที่ 33.575 บาทต่อดอลลาร์ ตามอัตรา Frankfurter วันที่ 21 ต.ค. 2569) ในปี 2568 จากการแอบอ้าง แรนซัมแวร์ และศูนย์สแกม และเจ้าหน้าที่อายัด "เงินดิจิทัล" ที่เกี่ยวกับมิจฉาชีพต่างชาติไว้แล้ว 1,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่ Cointelegraph รายงาน ทีมข่าวอ่านรายงานของ Cointelegraph และ CoinDesk รวมถึงเอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) และคำสั่งประธานาธิบดีที่เกี่ยวข้องเอง พบว่าตัวเลขเงินที่อายัดไว้ซึ่งเจ้าหน้าที่และสื่อใช้ไม่ตรงกัน และรายงานที่อ่านไม่ระบุว่ามีมาตรการใหม่ประกาศในงาน
โต๊ะกลมวันพุธ มีอะไรบ้าง
รายละเอียดต่อไปนี้มาจาก Cointelegraph (หลังงาน) และ CoinDesk (ก่อนงาน) ซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวที่ไม่ระบุชื่อ ทีมข่าวไม่ได้ดูวิดีโอถ่ายทอดสดของงานเอง
- ผู้ร่วมงานที่ Cointelegraph ระบุ: ทรัมป์ พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหม ท็อดด์ แบลนช์ (Todd Blanche) อัยการสูงสุด และมาร์กเวย์น มัลลิน (Markwayne Mullin) รัฐมนตรีความมั่นคงมาตุภูมิ
- ทรัมป์ใช้คำว่า "cybercurrency" ซึ่ง Cointelegraph เรียกว่าเป็นคำเก่าที่ใช้เรียกคริปโต และทั้งเขากับแบลนช์ไม่ได้พูดคำว่า "คริปโต" หรือ "สินทรัพย์ดิจิทัล" ตรงๆ ขณะที่ Reuters รายงานก่อนงานว่าประเด็นหลักคือการปราบสแกมคริปโตข้ามชาติ
- ทรัมป์บอกว่าเจ้าหน้าที่ป้องกันความสูญเสียได้ 1,600 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 หลังคำสั่งประธานาธิบดีเดือนมีนาคม ตามที่ Cointelegraph รายงาน ช่วงเวลาที่อ้างไม่ชัด เพราะคำสั่งลงนามเมื่อ มี.ค. 2569
- Cointelegraph รายงานว่าไม่มีมาตรการคว่ำบาตรใหม่ การดำเนินคดีใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงหน่วยปราบปรามที่ประกาศในงาน ตัวเลขที่มีเป็นตัวเลขเดิมที่ผูกกับคำสั่งประธานาธิบดี
- CoinDesk รายงานก่อนงานว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวจะพูดถึงยุทธศาสตร์ยึดเงินและปิดปฏิบัติการของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ทำศูนย์สแกมด้วยสแกมสร้างความสัมพันธ์ ฟิชชิง และแรนซัมแวร์ ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อของงาน
ตัวเลขเรื่องเงินที่อายัด ไม่ตรงกัน
ทีมข่าวรวบรวมตัวเลขที่เจอจากแหล่งต่างๆ ซึ่งนับต่างวันและต่างหน่วยงาน
- 701,962,392.15 ดอลลาร์: DOJ ระบุว่ากองกำลังปราบศูนย์สแกม (Scam Center Strike Force) อายัดคริปโตไว้ ตามข่าวของ DOJ เมื่อ 23 เมษายน 2569 ซึ่งทีมข่าวอ่านจากข้อความที่เผยแพร่ซ้ำ พร้อมยึดโดเมน .com 503 รายการ
- ราว 833 ล้านดอลลาร์: CoinDesk รายงานก่อนงานว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบอกว่าเงินคริปโตที่เกี่ยวกับสแกมต่างประเทศถูกระงับแล้ว ราว 833 ล้านดอลลาร์ และยึดเว็บไซต์คริปโตฉ้อโกง 503 แห่ง
- ราว 938 ล้านดอลลาร์: สื่อบางแห่ง เช่น Crypto News Flash รายงานว่ากองกำลังฯ อายัดสะสมถึงเดือนกันยายน ทีมข่าวไม่พบเอกสารของ DOJ ที่ยืนยันตัวเลขนี้
- 1,000 ล้านดอลลาร์: ตัวเลขที่ทรัมป์พูดในงานตามที่ Cointelegraph รายงาน โดยไม่ระบุว่านับรวมอะไร
- ตัวเลข 503 ที่ CoinDesk เรียกว่าเป็นเว็บไซต์ที่ยึดภายใต้หน่วยงานความมั่นคงมาตุภูมิ ตรงกับจำนวนโดเมนที่ DOJ ระบุเมื่อเมษายน และตัวเลข "เกือบ 9,000 ราย" ที่ CoinDesk รายงานว่าผู้ถูกแจ้งว่ากำลังถูกหลอก ตรงกับ 8,935 รายที่ DOJ ระบุ ณ มีนาคม 2569
เงินที่อายัดคือเงินที่ถูกแช่แข็งระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย ไม่ได้แปลว่าคืนผู้เสียหายแล้ว ทีมข่าวไม่พบตัวเลขเงินที่คืนผู้เสียหายแล้วในเอกสารที่อ่าน
ความเสียหายตามตัวเลข FBI
รายงานอาชญากรรมอินเทอร์เน็ตปี 2568 ของ FBI (IC3) ซึ่งทีมข่าวอ่านผ่านรายงานของ HSToday, Sumsub และ Fox ระบุว่าความเสียหายรวม 20,877 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับตัวเลข 20,000 ล้านดอลลาร์ที่ทรัมป์พูด โดยส่วนที่เกี่ยวกับคริปโต 11,370 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.8 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน และการหลอกลงทุนคริปโตเป็นสาเหตุเสียหายสูงสุดที่ 7,200 ล้านดอลลาร์ ตัวเลข 7,200 ล้านดอลลาร์สอดคล้องกับที่ DOJ ระบุในข่าวเดือนมิถุนายน ทีมข่าวไม่ได้อ่านรายงาน IC3 ฉบับเต็มเอง
มาตรการที่มีอยู่แล้ว
- คำสั่งประธานาธิบดีเลขที่ 14390 ลงนาม 6 มีนาคม 2569 ทีมข่าวอ่านบนเว็บไซต์ทำเนียบขาว ให้หน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการภายใน 120 วัน ให้อัยการสูงสุดจัดลำดับความสำคัญในการดำเนินคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์ รวมถึงศูนย์สแกม และให้รัฐมนตรีต่างประเทศกดดันรัฐบาลต่างประเทศที่ปล่อยให้มีกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ด้วยมาตรการเช่นจำกัดความช่วยเหลือ คว่ำบาตร และจำกัดวีซ่า คำสั่งไม่ได้เอ่ยถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือคริปโตโดยเฉพาะ
- คำสั่งยังให้อัยการสูงสุดเสนอโครงการคืนเงินผู้เสียหาย (Victims Restoration Program) ใน 90 วัน ซึ่งทีมข่าวไม่พบข้อมูลว่าเริ่มแล้วหรือไม่
- กองกำลังปราบศูนย์สแกมตั้งเมื่อพฤศจิกายน 2568 โดยสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำ D.C. เป็นแกนนำตามข่าว DOJ ส่วน CoinDesk ระบุว่าเล็งสแกมแบบ Pig Butchering ที่ประสานงานจากเมียนมา กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์
- กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (OFAC) คว่ำบาตร Xinbi Guarantee ตลาดบน Telegram เมื่อ 9 กันยายน ซึ่งกระทรวงฯ ระบุว่ามีธุรกรรมสูงสุดราว 24,000 ล้านดอลลาร์ ตามที่เรารายงานไว้ในข่าวทลาย Xinbi Guarantee และคว่ำบาตร ก๊ก อาน (Kok An) สมาชิกวุฒิสภากัมพูชา ในเดือนเมษายน ตามที่เรารายงานไว้ในข่าวคว่ำบาตรก๊ก อาน
ศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขโมยเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันหลายพันล้านดอลลาร์ทุกปี
มุมไทย
รายงานของ Cointelegraph และ CoinDesk ที่อ่านไม่ได้เอ่ยถึงไทย แต่เอกสารของ DOJ ที่ทีมข่าวอ่านระบุว่าประเทศไทยเกี่ยวข้องโดยตรง
- ข่าวของ DOJ เมื่อ 23 เมษายน 2569 ระบุว่าหลังยึดแหล่งสแกมชื่อ Shunda ในเมียนมาราวเดือนพฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ FBI ไปปฏิบัติงานในไทย และร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทยตรวจโทรศัพท์มือถือหลายพันเครื่องและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะกว่า 1,300 เครื่อง รายชื่อสำนักงานของ FBI ที่เกี่ยวข้องรวมสำนักงานกรุงเทพฯ
- ผู้ต้องหาชาวจีน 2 รายที่ DOJ ตั้งข้อหา ถูกเจ้าหน้าที่ไทยจับในไทยในข้อหาเกี่ยวกับการเข้าเมือง
- ข่าวของ DOJ เมื่อ 3 มิถุนายน 2569 เกี่ยวกับ "Disruption Week" ซึ่งทำร่วมกับ Apple, Coinbase, Google, Meta, Microsoft, SpaceX และบริษัทอื่น ระบุว่าบริษัทเอกชนปิดบัญชีโซเชียลมีเดียและอีเมลกว่า 1.4 ล้านบัญชี อายัดคริปโตกว่า 3.8 ล้านดอลลาร์ และผู้ต้องหา 7 รายถูกจับในไทย พร้อมระบุว่าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ของตำรวจไทย (Royal Thai Police Anti Cyber Scam Center) เปิดคดีใหม่
- ศูนย์สแกมที่ DOJ กล่าวถึงตั้งอยู่ในกัมพูชา ลาว และเมียนมา "ตามแนวชายแดนไทย" ตามถ้อยคำในข่าวเดือนมิถุนายน
- เราเคยรายงานเรื่องที่เกี่ยวข้องกับไทยไว้ในข่าว ปปง. ยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์เฉิน จื้อ (10,165 ล้านบาท) และข่าวสถิติหลอกลงทุนของ ACSC
บริบททางการเมือง
Cointelegraph ระบุว่างานนี้ถูกตั้งคำถามเพราะธุรกิจคริปโตของครอบครัวทรัมป์ โดยอ้างรายงานของ Public Citizen (องค์กรเฝ้าระวังผู้บริโภค) ที่ประเมินความเสียหายของนักลงทุนจาก "แผนการ" ที่กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับทรัมป์ราว 4,700 ล้านดอลลาร์ และระบุว่า World Liberty Financial ซึ่งเป็นบริษัทคริปโตของครอบครัวถูกตรวจสอบเรื่องการใช้เหรียญ USD1 ชำระเงินลงทุนใน Binance ข้ออ้างเหล่านี้เป็นของ Public Citizen และ Cointelegraph ทีมข่าวไม่ได้ตรวจเอง และข่าวนี้ไม่ได้บอกว่ากิจกรรมของครอบครัวทรัมป์เกี่ยวข้องกับสแกมที่กล่าวถึง
สิ่งที่ยังไม่รู้
- ไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดที่พูดในงาน เพราะทีมข่าวไม่ได้ดูวิดีโอต้นฉบับ และ Cointelegraph เป็นแหล่งเดียวที่ทีมข่าวอ่านเรื่องถ้อยคำของทรัมป์
- ไม่ทราบว่าตัวเลขเงินอายัด 833 ล้าน 938 ล้าน และ 1,000 ล้านดอลลาร์ นับรวมอะไรและ ณ วันไหน
- ไม่ทราบว่าโครงการคืนเงินผู้เสียหายตามคำสั่งฯ เริ่มแล้วหรือไม่ และคืนไปเท่าไร
- ไม่ทราบว่าจะมีมาตรการกดดันประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มหรือไม่ และจะกระทบไทยอย่างไร
การเปิดเผย: Bitcoin Addict เป็นพันธมิตร (affiliate) ของ Binance TH ซึ่งให้บริการโดย Gulf Binance บริษัทร่วมทุนของ Binance Group ซึ่ง Binance ถูกกล่าวถึงในหัวข้อบริบททางการเมืองข้างต้นตามที่ Cointelegraph รายงาน ทีมข่าวไม่ได้ตรวจเรื่องนั้นเอง
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่องศูนย์สแกมและมาตรการปราบปรามที่เราเคยรายงานไว้
👉 ทลาย Xinbi Guarantee ตลาดสแกมคริปโตบน Telegram ยึดคริปโตได้กว่า 1,718 ล้านบาท
👉 กัมพูชาต้นตอ! แคมป์สแกมคริปโตฟอกเงินทะลุ 12,700 ล้าน FinCEN แฉเหยื่อทั่วสหรัฐฯ
👉 ปปง.ลุยยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ “เฉิน จื้อ–ก๊ก อาน–เบน สมิธ” กว่าหมื่นล้าน ฟอกเงินผ่านคริปโต
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (21 ต.ค. 2569), CoinDesk (21 ต.ค. 2569), คำสั่งประธานาธิบดีเลขที่ 14390 (ทำเนียบขาว), ข่าว DOJ เรื่อง Disruption Week (3 มิ.ย. 2569), ข่าว DOJ เรื่องกองกำลังปราบศูนย์สแกม (23 เม.ย. 2569), CoinDesk (9 ก.ย. 2569), Frankfurter
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อที่ตรวจได้ชัดคือ ทรัมป์จัดโต๊ะกลมเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์เมื่อ 21 ตุลาคม ตัวเลขความเสียหาย 20,000 ล้านดอลลาร์ของปี 2568 ใกล้เคียงกับรายงานของ FBI และเอกสารของ DOJ ยืนยันว่าไทยเป็นจุดปฏิบัติการจริงของการปราบศูนย์สแกม อย่างไรก็ตาม รายงานที่อ่านไม่ระบุมาตรการใหม่ ตัวเลขเงินอายัดที่ใช้ไม่ตรงกัน และเงินที่อายัดไม่ใช่เงินที่คืนผู้เสียหายแล้ว สำหรับผู้อ่านชาวไทย เรื่องนี้แสดงว่าชายแดนไทยถูกพูดถึงในเอกสารสหรัฐฯ และเครือข่ายเหล่านี้ยังหลอกคนไทยด้วย ตามสถิติของตำรวจที่เรารายงานไว้ ทีมข่าวไม่ได้ชี้ว่าเงินใดจะคืนใคร หรือมาตรการสหรัฐฯ จะกระทบไทยอย่างไร สิ่งที่ต้องรอคือรายละเอียดคำพูดของทรัมป์และเจ้าหน้าที่ ความคืบหน้าของโครงการคืนเงิน และมาตรการใหม่ต่อประเทศที่ปล่อยให้มีศูนย์สแกม ทีมข่าวไม่ฟันธงผลของมาตรการ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com