ซาอุฯ ถอนตัวจากโครงการ mBridge ของจีน หลังทรัมป์ขู่ภาษี BRICS 100% ไทยยังอยู่ในโครงการ
22 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ซาอุฯ ถอนตัวจากโครงการ mBridge ของจีน หลังทรัมป์ขู่ภาษี BRICS 100% ไทยยังอยู่ในโครงการ

ธนาคารกลางซาอุดีอาระเบีย (SAMA) ถอนตัวออกจากโครงการ mBridge แพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนที่มีจีนเป็นแกนนำ ตามรายงานของ Financial Times โดย SAMA เข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 และยุติการมีส่วนร่วมหลังขั้นตอนพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) เสร็จสิ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ การถอนตัวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2568 แล้ว แต่เพิ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในเดือนกันยายน 2569 นี้เอง

mBridge คืออะไร

mBridge ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 จากความร่วมมือของ BIS Innovation Hub (หน่วยงานนวัตกรรมของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ) กับธนาคารกลางของจีน ฮ่องกง ไทย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป้าหมายคือให้ธนาคารกลางแต่ละประเทศออกและทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองบนบัญชีแยกประเภทร่วมกัน เพื่อให้การชำระเงินข้ามพรมแดนและการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเร็วขึ้นและถูกลง พร้อมลดบทบาทของดอลลาร์สหรัฐฯ ในฐานะสกุลเงินตัวกลาง

จังหวะเวลาที่สอดคล้องกับแรงกดดันจากสหรัฐฯ

แหล่งข่าวใกล้ชิดบอกกับ FT ว่า "ไม่ควรตีความเกินจริง" จากการตัดสินใจของซาอุดีอาระเบีย เพราะระดับการมีส่วนร่วมของประเทศในโครงการนี้จำกัดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาที่ข่าวนี้ถูกเปิดเผยสอดคล้องกับช่วงที่สหรัฐฯ กดดันประเทศต่างๆ ที่หาทางเลี่ยงระบบที่พึ่งพาดอลลาร์ โดยประธานาธิบดีทรัมป์เคยขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 100% กับชาติกลุ่ม BRICS ที่เดินหน้าหาทางเลือกแทนระบบดอลลาร์

Eswar Prasad ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ให้ความเห็นว่าพันธมิตรของสหรัฐฯ ต่างมองเห็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของ mBridge แต่ก็ "อ่อนไหวอย่างมากต่อแรงต้านจากสหรัฐฯ" ต่อโครงการใดๆ ที่อาจลดความสำคัญของดอลลาร์ พร้อมมองว่าการถอนตัวครั้งนี้คือการ "เลือกความระมัดระวังมากกว่าความกล้าหาญ" ทั้งที่โครงการนี้อาจมีประโยชน์อยู่จริง

ตัวเลขการเติบโตก่อนถอนตัว

ข้อมูลล่าสุดถึงเดือนพฤศจิกายน 2568 ระบุว่า mBridge ประมวลผลธุรกรรมไปแล้ว 4,047 รายการ รวมมูลค่ากว่า 55,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากเดือนตุลาคม 2565 ที่มีเพียง 160 รายการ มูลค่ารวมราว 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

ใครยังอยู่ในโครงการบ้าง

ก่อนหน้านี้ BIS เองก็ถอนตัวออกจากบทบาทเชิงรุกไปแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 โดยให้เหตุผลว่าเป็น "ผลตามธรรมชาติของความเป็นผู้ใหญ่ของโครงการ" ไม่ใช่ความล้มเหลว หลังจากนั้นการดำเนินงานได้ย้ายไปอยู่ภายใต้นิติบุคคลใหม่ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง แม้รายละเอียดด้านธรรมาภิบาลยังไม่เปิดเผยชัดเจน ปัจจุบันธนาคารกลางที่ยังคงพัฒนาโครงการนี้ต่อมี 4 แห่ง คือจีน ฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไทย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งโครงการนี้อยู่

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 จีนรุกหนัก! แพลตฟอร์ม mBridge โต 2,500 เท่า ท้าทายระบบชำระเงินดอลลาร์สหรัฐ
👉 แบงก์ชาติจีน (PBOC) สั่งจับตา "Stablecoin-CBDC" ใกล้ชิด หลังบทบาทการชำระเงินข้ามพรมแดนพุ่งทั่วโลก

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ทีมข่าวมองว่าการถอนตัวของซาอุดีอาระเบียสะท้อนภาพความสมดุลเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน ระหว่างการเป็นสมาชิก BRICS กับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและพลังงานที่ลึกซึ้งกับสหรัฐฯ ที่น่าสนใจสำหรับผู้อ่านไทยคือธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงอยู่ในโครงการนี้ต่อไป ในช่วงที่สหรัฐฯ กดดันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ต่อประเทศที่เข้าร่วมโครงการทางเลือกของระบบดอลลาร์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรติดตามต่อว่าไทยจะเลือกเดินตามแนวทางไหนหากแรงกดดันนี้ทวีความรุนแรงขึ้น

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com