ตำรวจเผยหลอกลงทุนเสียหาย 80 ล้านบาทในสัปดาห์เดียว ขณะบัญชีม้าคริปโตพุ่ง 27% ทั้งปี
20 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ตำรวจเผยหลอกลงทุนเสียหาย 80 ล้านบาทในสัปดาห์เดียว ขณะบัญชีม้าคริปโตพุ่ง 27% ทั้งปี

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC หรือ ศปอส.ตร. สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เปิดสถิติคดีหลอกลวงออนไลน์ประจำสัปดาห์วันที่ 9-15 สิงหาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พบมีคดีที่รับแจ้งผ่าน Thaipoliceonline รวม 6,060 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 260 ล้านบาท ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า (2-8 ส.ค.) ทั้งจำนวนคดี 364 คดี และมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

 

💰 หลอกลงทุนครองแชมป์มูลค่าความเสียหาย

 

แม้ "การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ" จะมีจำนวนคดีมากที่สุดถึง 4,682 คดี คิดเป็น 77.3% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างความเสียหายสูงสุดกลับเป็น "การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน" ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเกือบ 80 ล้านบาท คิดเป็น 30.7% ของความเสียหายทั้งหมด สะท้อนว่าคดีลงทุนแม้จะมีจำนวนน้อยกว่า แต่ความเสียหายต่อเคสสูงกว่ามาก

 

🪙 มุมคริปโต: บัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่ง 27.83%

 

สถิติของ ACSC สัปดาห์นี้ไม่ได้แยกย่อยว่าคดีหลอกลงทุนเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลกี่คดี แต่ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เปิดเผยเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ช่วยฉายภาพว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพใช้มากขึ้นเรื่อยๆ โดย ก.ล.ต. ระบุว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 มีการระงับ "บัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัล" (บัญชีเทรดคริปโตที่ถูกใช้รับโอนหรือฟอกเงินจากการหลอกลวง) ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสะสมแล้ว 60,968 บัญชี เพิ่มขึ้น 27.83% จาก 47,692 บัญชี ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. 1207 รับแจ้งเบาะแสและให้คำปรึกษารวม 4,530 ครั้งในช่วงครึ่งปีแรก เพิ่มขึ้นกว่า 150% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

✅ วิธีเช็คก่อนโอนเงินลงทุนตามคำแนะนำ ACSC

 

ACSC แนะนำ 3 ขั้นตอนป้องกันความเสี่ยงก่อนลงทุนทุกชนิด หนึ่ง ตรวจสอบผ่านแอป SEC Check First ของ ก.ล.ต. ต้องพบชื่อบริษัทชัดเจน สถานะ "ได้รับอนุญาต" มีเลขที่ใบอนุญาตและที่อยู่ตรวจสอบได้ สอง ตรวจสอบชื่อบัญชีก่อนโอนเงินทุกครั้งต้องตรงกับชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาหรือมีการเปลี่ยนบัญชีรับโอนบ่อยครั้ง ให้ถือว่าเป็นมิจฉาชีพทันที สาม ระวังแอปพลิเคชันปลอมที่เลียนแบบชื่อและโลโก้แอปทางการ แม้จะดาวน์โหลดจาก App Store หรือ Google Play ก็ไม่ได้การันตีความปลอดภัยเสมอไป

 

ด้านสถิติพื้นที่ กรุงเทพมหานครมีการแจ้งความมากที่สุด 138 คดี มูลค่าเสียหาย 63.3 ล้านบาท ตามด้วยนนทบุรี 36 คดี และเชียงใหม่ 27 คดี ส่วนกลุ่มเหยื่อยังคงเป็นผู้หญิงวัย 21-30 ปี ที่ครองสถิติกลุ่มเสี่ยงสูงสุดต่อเนื่องมาหลายเดือน ในสัปดาห์นี้ ACSC ยังประสานธนาคารระงับการโอนเงินของผู้เสียหายได้ทัน 13 ราย มูลค่ารวมกว่า 6 แสนบาท

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เตือนภัยสแกมคริปโตที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 CIB เตือน "Romance Scam ยุค AI" — สร้างคนรักทิพย์ ปูทางหลอกลงทุนคริปโต อ้างผลตอบแทน 20-30%
👉 เครือข่ายสแกมปอยเปตใช้ ChatGPT ปั้นบทหลอกคนไทยลงทุนคริปโตผ่าน Romance Scam

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (เฟซบุ๊ก) และ ก.ล.ต. (ผ่านรายงานของ Prachachat)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ตัวเลขที่น่าสนใจคือคดีหลอกลงทุนมีจำนวนน้อยกว่าคดีซื้อขายสินค้ามาก แต่ความเสียหายต่อเคสกลับสูงกว่าหลายเท่า ยิ่งเมื่อดูข้อมูลบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำว่าแพลตฟอร์มคริปโตกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ฟอกเงินและหลอกเหยื่อ นักลงทุนไทยโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานตอนต้นที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดต่อเนื่องมาหลายเดือน ควรใช้เวลาไม่กี่นาทีเช็คผ่าน SEC Check First ทุกครั้งก่อนโอนเงินลงทุน โดยเฉพาะข้อเสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติหรือถูกเร่งรัดให้ตัดสินใจเร็ว

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: หลอกลงทุน, ACSC, ก.ล.ต., SEC Check First, บัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัล, สแกมคริปโต, ตำรวจไซเบอร์

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com