รัฐบาลเบรกหัวทิ่ม! ยันข่าวขึ้น VAT 10% เป็น "ข่าวปลอม" สวนทางข้อเสนอ ส.ว.
เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า กระแสข่าวการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% ที่แชร์ว่อนโซเชียลมีเดียนั้น เป็นข่าวปลอม พร้อมทั้งแจงประเด็นการพิจารณาออก พ.ร.ก. กู้เงินฉุกเฉิน ว่ายังเป็นเพียงการให้ความเห็นทางกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ตัดสินใจข้ามหัวข้าราชการแต่อย่างใด พูดง่าย ๆ คือ ตอนนี้รัฐบาลมุ่งพิจารณาเฉพาะมาตรการ "บรรเทาภาระ" ค่าใช้จ่ายให้ประชาชนเท่านั้น
🏛️ โฆษกรัฐบาลยันชัด — ไม่มีแผนขึ้น VAT เป็น 10%
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อตอบโต้ข้อความที่ถูกส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์ว่ารัฐบาลกำลังจะปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax — ภาษีที่เก็บจากการบริโภคสินค้าและบริการ) จาก 7% ไปเป็น 10%
โดยระบุชัดเจนว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เป็นความจริง และเน้นย้ำว่า รัฐบาลมีเพียงแผนพิจารณา "มาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย" ให้กับประชาชนเท่านั้น ไม่ได้มีแนวทางเพิ่มภาระภาษีแต่อย่างใด
การออกมาชี้แจงครั้งนี้ถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการสกัดข่าวปลอมที่อาจสร้างความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน
⚖️ ปม พ.ร.ก. กู้เงินฉุกเฉิน — เป็นเพียงความเห็นทางกฎหมาย
อีกประเด็นร้อนที่โฆษกรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงคือ กระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลกำลังเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉิน โดย "ข้ามหัว" ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังที่ยังไม่ทราบเรื่อง
นางสาวรัชดาอธิบายว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เพียงให้ความเห็นทางกฎหมายว่า หากจะออก พ.ร.ก. กู้เงิน ก็สามารถทำได้ตาม มาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดว่าต้องเป็นกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ — เหมือนกับกรณีวิกฤตโควิด-19 ในอดีตที่เคยใช้วิธีนี้มาแล้ว
เมื่อถูกถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันเข้าข่ายมาตรา 172 หรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า "เข้าข่ายนะ" เนื่องจาก:
- เงินคงคลังเหลือไม่มาก
- ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- ปีนี้คาดว่าจะมี Super El Niño ซึ่งจะกระทบผลผลิตทางการเกษตร
ต้องเตรียมพร้อมไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้า
🤝 ยืนยัน — ไม่มีการตัดสินใจข้ามหัวข้าราชการ
โฆษกรัฐบาลย้ำว่า การบริหารราชการแผ่นดินนั้น รัฐบาลและข้าราชการต้องทำงานร่วมกันและรับฟังซึ่งกันและกัน การด่วนสรุปว่ามีการตัดสินใจข้ามหัวข้าราชการจึงเป็น "ความคิดเห็นที่เกินเลยไปมากทีเดียว"
คำชี้แจงนี้สะท้อนว่ารัฐบาลพยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อทั้งประชาชนและกลไกราชการ โดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และสภาพภูมิอากาศ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลไทยด้านการเงินดิจิทัลไว้ก่อนหน้านี้
👉 ก.ล.ต. เคาะเกณฑ์ "G-Token" โทเคนดิจิทัลของรัฐบาล หนุนการออม-ลงทุนประชาชน เริ่มใช้แล้ว 21 ก.ค. 2568
👉 Bitcoin คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่ชาวไทย [อัพเดท 2026]
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: ทำเนียบรัฐบาล / แถลงข่าวโดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การออกมาชี้แจงของรัฐบาลครั้งนี้ช่วยลดความกังวลในตลาดและภาคธุรกิจได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยเผชิญแรงกดดันทั้งจากเศรษฐกิจภายนอกและภายใน อย่างไรก็ตาม สัญญาณเรื่องเงินคงคลังที่เหลือไม่มาก ผนวกกับความเสี่ยงด้านภูมิอากาศและภูมิรัฐศาสตร์ เป็นเรื่องที่ผู้ถือสินทรัพย์ — ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ทองคำ หรือคริปโต — ควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะในอดีตสภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมักกระตุ้นให้นักลงทุนมองหาสินทรัพย์ทางเลือกเพื่อกระจายความเสี่ยงมากขึ้น
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO VAT 10% · ข่าวปลอม · รัฐบาลไทย · พ.ร.ก.กู้เงิน · มาตรา 172 รัฐธรรมนูญ · รัชดา ธนาดิเรก · เศรษฐกิจไทย 2569 · นโยบายการคลัง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com