เซย์เลอร์ เปิดฉากดุเดือด! ชี้ BIP-110 คือทางเลือกที่ผิด เสี่ยงทำลายความเป็นกลาง Bitcoin
ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ประธานบริหารของ Strategy บริษัทถือครอง Bitcoin (BTC) รายใหญ่ที่สุดในโลกระดับองค์กร ออกมาโพสต์บทความยาวกว่า 3,700 คำบน X.com เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อคัดค้าน BIP-110 ข้อเสนอปรับปรุงโปรโตคอล Bitcoin ที่มุ่งจำกัดธุรกรรมที่ไม่เกี่ยวกับการเงิน โดยยกเหตุผลมาถึง 110 ข้อ พูดง่ายๆ ก็คือ เซย์เลอร์มองว่าการแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนกฎ Consensus นั้นอันตรายกว่าปัญหาที่พยายามจะแก้เสียอีก
🔥 BIP-110 คืออะไร ทำไมถึงเป็นประเด็นร้อน
BIP-110 (Bitcoin Improvement Proposal-110) ถูกเสนอขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยนักพัฒนา Bitcoin นามแฝง "Dathon Ohm" โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการฝัง Ordinals (โปรโตคอลที่ใช้จารึกข้อมูล เช่น รูปภาพ ลงบน Satoshi หน่วยย่อยที่สุดของ Bitcoin) และข้อมูลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ธุรกรรมทางการเงิน ไม่ให้มาถล่มเครือข่ายจนระบบทำงานหนักเกินจำเป็น เพื่อรักษาการใช้งานหลักของ BTC ในฐานะระบบเงินสดแบบ Peer-to-Peer (การโอนเงินโดยตรงระหว่างบุคคลโดยไม่ผ่านตัวกลาง)
ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Luke Dashjr ผู้ก่อตั้ง Ocean (Mining Pool หรือกลุ่มขุด Bitcoin ที่รวมพลังการขุดจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน) ขณะที่ฝ่ายคัดค้านนำโดย Adam Back ซีอีโอของ Blockstream (บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Bitcoin ชั้นนำ) ซึ่งเคยวิจารณ์ BIP-110 ว่าเป็น "ภารกิจไล่ควบคุมความคิดคนอื่น" และขัดกับจิตวิญญาณ Cypherpunk ของ Bitcoin ที่เน้นความเป็นอิสระและไร้การเซ็นเซอร์
💬 เซย์เลอร์พูดอะไรบ้าง
ในโพสต์ของเขา เซย์เลอร์เปิดประเด็นด้วยการให้เกียรติฝั่งที่สนับสนุน BIP-110 โดยยอมรับว่าเป้าหมายของพวกเขา เช่น การรักษาให้การ Validate (ตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม) เข้าถึงได้ง่าย ปกป้องผู้ดูแล Node จากต้นทุนและเนื้อหาที่ไม่พึงประสงค์ และรักษาค่าธรรมเนียมการโอนให้อยู่ในระดับที่จ่ายไหว ล้วนเป็นความกังวลที่ "จริงจัง" และเขาเองก็เห็นด้วยกับเป้าหมายเหล่านั้น
แต่เขาไม่เห็นด้วยกับ "วิธีแก้ปัญหา" โดยย้ำว่าบทความนี้วิจารณ์ที่ตัวข้อเสนอ ไม่ใช่ตัวบุคคล และเชื่อว่า Bitcoin จะแข็งแกร่งที่สุดเมื่อชุมชนสามารถถกเถียงกันอย่างดุเดือดได้โดยไม่มองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู
จุดยืนหลักของเซย์เลอร์คือ Bitcoin ควรยึด "กฎที่เป็นกลาง (Neutral Rules)" ไม่ตัดสินเนื้อหาของธุรกรรม และควรปล่อยให้กลไกตลาด ค่าธรรมเนียม และนโยบายของแต่ละ Node เป็นตัวจัดการธุรกรรมที่ไม่พึงประสงค์ แทนการเปลี่ยนกฎ Consensus (กฎเกณฑ์ร่วมที่ทุก Node ต้องยึดถือเพื่อให้เครือข่ายทำงานสอดคล้องกัน) เพราะเขามองว่าเมื่อใดที่เปิดบรรทัดฐานให้แก้กฎ Consensus เพื่อกรองธุรกรรมบางประเภทได้ ก็จะเปิดประตูให้เกิดการแก้ไขที่ร้ายแรงกว่านี้ในอนาคต
โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก โดยข้อมูล ณ เวลา 12.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ วันอาทิตย์ มียอดรับชมแล้ว 879,000 ครั้ง มีการตอบกลับ 692 ครั้ง และรีทวีต 852 ครั้ง
⚖️ ศึกที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ Blocksize Wars
ข้อพิพาทเรื่อง BIP-110 ถูกมองว่าเป็นความขัดแย้งระดับโปรโตคอลที่โดดเด่นที่สุดในวงการนักพัฒนา Bitcoin นับตั้งแต่ "Blocksize Wars" ช่วงปี พ.ศ. 2558-2560 ซึ่งเป็นครั้งที่ชุมชนถกเถียงกันอย่างหนักว่าคุ้มหรือไม่ที่จะเสี่ยงให้เครือข่ายแตกสาย (Chain Split) เพื่อขยายขนาดบล็อกให้รองรับธุรกรรมได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิค BIP-110 จะยังไม่ถูกเปิดใช้งานจนกว่าจะได้รับการสนับสนุนจาก Node ที่ตรวจสอบบล็อกอย่างน้อย 55% ในช่วง "Period" หนึ่งของ Bitcoin ซึ่งข้อมูลล่าสุดจาก Period ที่ 475 ระหว่างบล็อกที่ 955,584 ถึง 957,599 มีบล็อกที่สนับสนุนข้อเสนอนี้เพียง 1% เท่านั้น
ที่น่าสนใจคือ ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นในช่วงที่กิจกรรม Ordinals อยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการจารึกข้อมูล Ordinals ลงบล็อกเชน Bitcoin เฉลี่ยไม่ถึง 10,000 รายการต่อวันในช่วงเดือนที่ผ่านมา ลดลงอย่างมากจากจุดสูงสุดกว่า 400,000 รายการต่อวันในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566
🧩 มุมมองของทั้งสองฝ่าย
ฝั่งสนับสนุน BIP-110 อย่าง Dashjr มองว่าปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจาก Ordinals เป็น "ภัยคุกคามร้ายแรง" ต่อเครือข่าย จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว พร้อมทั้งยืนยันว่า BIP-110 จะไม่ทำให้เครือข่ายแตกสาย เนื่องจากเป็นการจำกัดชั่วคราวเพียง 1 ปี และจะไม่ทำให้ธุรกรรมที่จ่ายค่าธรรมเนียมแล้วเป็นโมฆะในระยะยาว
ขณะที่ Adam Back และผู้คัดค้านรายอื่นๆ มองว่าความเป็นกระจายศูนย์ของ Bitcoin หมายความว่า "ใครก็ไม่ควรกำหนดมุมมองของตัวเองให้คนอื่นทำตาม" และเห็นว่าการเปลี่ยนกฎเพื่อกรองเนื้อหาบางประเภทนั้นขัดกับหลักการพื้นฐานของ Bitcoin ที่เป็นเงินไร้การอนุญาตและต้านทานการเซ็นเซอร์
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสงครามข้อมูลบน Bitcoin
👉 "DOG Mode" ไพ่ใบใหม่ฝั่ง Ordinals-Runes โต้กลับ BIP 110 ในศึกข้อมูลขยะบน Bitcoin
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ stocktwits.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ข้อพิพาทเรื่อง BIP-110 สะท้อนให้เห็นว่า Bitcoin ยังคงเผชิญคำถามพื้นฐานเรื่อง "ใครควรเป็นผู้กำหนดว่าอะไรคือธุรกรรมที่ถูกต้อง" แม้เครือข่ายจะกระจายศูนย์อย่างสมบูรณ์ก็ตาม การที่บุคคลระดับผู้นำความคิดอย่างเซย์เลอร์ออกมาแสดงจุดยืนอย่างละเอียดถึง 110 ข้อ ตอกย้ำว่าประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องปรัชญาการออกแบบระบบการเงินที่ไร้ตัวกลางในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับการสนับสนุนจาก Node ที่ยังต่ำมาก โอกาสที่ BIP-110 จะถูกเปิดใช้งานในเร็วๆ นี้จึงยังไม่แน่นอน นักลงทุนและผู้ติดตามวงการควรจับตาพัฒนาการของประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาโปรโตคอล Bitcoin ในระยะยาว
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, BIP-110, Michael Saylor, Strategy, Ordinals, Bitcoin Core, Bitcoin Knots, Consensus Rules, Adam Back, Luke Dashjr
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงด้านการลงทุน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง มูลค่าอาจผันผวนได้ตลอดเวลา ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและพิจารณาความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com