Project Eleven เปิดตัวเครื่องมือกู้คืน Bitcoin หลังภัยควอนตัม แต่ยังช่วย BTC 1.1 ล้านเหรียญของ Satoshi ไม่ได้
20 July 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

Project Eleven เปิดตัวเครื่องมือกู้คืน Bitcoin หลังภัยควอนตัม แต่ยังช่วย BTC 1.1 ล้านเหรียญของ Satoshi ไม่ได้

บริษัทวิจัยด้านควอนตัม Project Eleven ร่วมกับ Jim Posen หัวหน้านักพัฒนาระบบ Binius (ระบบพิสูจน์แบบ Zero-Knowledge ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วการคำนวณด้าน Hashing) ได้พัฒนาเครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าของกระเป๋า Bitcoin พิสูจน์ความเป็นเจ้าของเหรียญได้แม้หลัง "Q-Day" หรือวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถถอดรหัส Private Key จาก Public Key ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ใช้ไม่ได้กับ BTC ราว 1.1 ล้านเหรียญที่เชื่อว่าเป็นของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin เนื่องจากกระเป๋าเหล่านั้นถูกสร้างขึ้นก่อนที่ระบบ Wallet แบบต้นไม้ (Hierarchical Deterministic Wallet) จะถือกำเนิดในปี 2012

 

🧩 ปัญหาที่ข้อเสนอ BIP-361 ไม่เคยแก้ได้ทั้งหมด

 

ข้อเสนอ BIP-361 (Bitcoin Improvement Proposal ข้อเสนอปรับปรุงโปรโตคอลของ Bitcoin) ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนเมษายนโดย Jameson Lopp นักพัฒนา Bitcoin ชื่อดัง ร่วมกับผู้ร่วมเขียนอีก 5 คน มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยเสนอให้ระงับการฝากเงินใหม่เข้ากระเป๋าที่เสี่ยงหลังผ่านไป 3 ปี และ "แช่แข็ง" เหรียญที่เหลืออยู่หลังผ่านไป 5 ปี

 

ปัญหาคือ ข้อเสนอนี้จะทำให้เหรียญกว่า 1 ใน 3 ของอุปทาน Bitcoin ทั้งหมดติดอยู่ในสถานะแช่แข็ง รวมถึง BTC ประมาณ 1.1 ล้านเหรียญที่เชื่อว่าเป็นของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin ในนามแฝง ซึ่งไม่ได้เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2010-2011

 

แผนเดิมของ BIP-361 เคยสัญญาไว้ว่าจะมีขั้นตอนกู้คืนโดยใช้เทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof (การพิสูจน์แบบไม่เปิดเผยข้อมูล คือวิธีที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งพิสูจน์ให้อีกฝ่ายเชื่อว่าตนรู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลนั้นเลย) แต่ก็เป็นเพียงแนวคิดที่ยังไม่มีใครสร้างจริงจนถึงตอนนี้

 

⚛️ Q-Day คืออะไร ทำไมถึงน่ากลัว

 

"Q-Day" คือจุดที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังมากพอจะคำนวณย้อนกลับหา Private Key จาก Public Key ได้ ซึ่งจะทำให้ผู้โจมตีสามารถเซ็นธุรกรรมจากกระเป๋าใดก็ตามที่เคยเปิดเผย Public Key ต่อสาธารณะมาก่อน โดยมีข้อมูลระบุว่า BTC มากกว่า 34% ของอุปทานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้ เพราะหลัง Q-Day มาถึง ลายเซ็นดิจิทัลจะไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้อีกต่อไป เนื่องจากผู้โจมตีก็สามารถสร้างลายเซ็นปลอมได้เหมือนกัน บล็อกเชนจะแยกไม่ออกว่าใครคือเจ้าของตัวจริง

 

ระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ใช้หลักการที่เรียกว่า Elliptic Curve Cryptography (การเข้ารหัสด้วยเส้นโค้งวงรี ระบบที่ Private Key สร้าง Public Key ผ่านการคำนวณทางเดียว) แต่ Shor's Algorithm (อัลกอริทึมควอนตัมที่เผยแพร่ในปี 1994 สำหรับแก้โจทย์ที่คอมพิวเตอร์ทั่วไปทำไม่ได้) สามารถนำ Public Key มาคำนวณย้อนกลับหา Private Key ได้

 

ในทางกลับกัน ระบบ Hashing ที่ Bitcoin ใช้ยังปลอดภัยกว่ามาก เพราะ Grover's Algorithm (อัลกอริทึมควอนตัมอีกแบบที่ใช้โจมตีระบบ Hashing) ทำได้เพียงลดความยากลงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ทำลายระบบทั้งหมด กระเป๋า Bitcoin สมัยใหม่ที่สร้างขึ้นแบบต้นไม้ (Derivation Tree) ผ่านฟังก์ชัน HMAC-SHA512 จึงยังคงปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพราะผู้โจมตีที่เจาะกระเป๋าลูกได้ ก็ไม่สามารถไต่ขึ้นไปหากระเป๋าแม่ที่อยู่เหนือขึ้นไปในต้นไม้ได้

 

🔐 เทคโนโลยีของ Project Eleven ทำงานอย่างไร

 

Project Eleven ร่วมกับ Jim Posen หัวหน้านักพัฒนาระบบ Binius (ระบบพิสูจน์แบบ Zero-Knowledge ที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการคำนวณด้าน Hashing โดยเฉพาะ) ได้สร้างระบบพิสูจน์ที่ให้ผู้ใช้พิสูจน์ว่าตนรู้จัก Key ที่อยู่เหนือกระเป๋าของตนในโครงสร้างต้นไม้ โดยไม่ต้องเปิดเผย Key นั้นเลย และผูกการพิสูจน์เข้ากับธุรกรรมโอนย้ายที่เฉพาะเจาะจง

 

ผลการทดสอบถือว่าน่าประทับใจ บนเครื่อง MacBook Air รุ่น M5 การสร้างหลักฐานพิสูจน์ใช้เวลาเพียง 243 มิลลิวินาที (ด้วย CPU 4 คอร์) การตรวจสอบใช้เวลา 40 มิลลิวินาที และใช้หน่วยความจำเพียงประมาณ 2 กิกะไบต์โดยไม่ต้องพึ่ง GPU เลย อีกทั้งยังไม่ต้องมีขั้นตอน Trusted Setup (การตั้งค่าเริ่มต้นที่ต้องอาศัยความไว้วางใจจากบุคคลที่สาม) ซึ่งบริษัทระบุว่าเร็วกว่าต้นแบบก่อนหน้าราว 16-60 เท่า ขึ้นอยู่กับว่านับรวมขั้นตอนตั้งค่าเริ่มต้นหรือไม่

 

🚫 ทำไมถึงช่วย Satoshi ไม่ได้

 

จุดสำคัญที่สุดคือ เทคโนโลยีนี้ใช้ได้เฉพาะกระเป๋าที่มีโครงสร้างแบบต้นไม้ (Derivation Tree) ซึ่งมาพร้อมกับมาตรฐาน BIP-32 ที่เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2012 เท่านั้น

 

ก่อนหน้านั้น กระเป๋า Bitcoin ทุกใบถูกสร้างขึ้นแบบสุ่มและเป็นอิสระต่อกัน ไม่มี Seed Phrase ไม่มีเส้นทางการสร้าง Key และไม่มี Key แม่ที่อยู่เหนือกว่า Satoshi Nakamoto ขุด Bitcoin ในช่วงปี 2009-2010 และหายตัวไปตั้งแต่ปี 2011 เหรียญเหล่านั้นจึงอยู่ในรูปแบบ Pay-to-Public-Key ที่มี Public Key ถูกเขียนไว้บนบล็อกเชนโดยตรง ไม่มีอะไรอยู่ "เหนือ" กระเป๋าเหล่านั้นในเชิงโครงสร้าง เพราะระบบต้นไม้ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นในตอนนั้น ปัญหาเดียวกันนี้ยังใช้กับกระเป๋าอื่นๆ ก่อนปี 2012 อีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นกลุ่มเหรียญเก่าและไม่เคลื่อนไหวที่ BIP-361 พยายามแก้ปัญหาอยู่พอดี

 

บริษัทยอมรับด้วยว่า Prototype นี้ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ (Unaudited) รองรับที่อยู่ Bitcoin เพียง 3 ประเภทเท่านั้น ยังไม่รวม Taproot และยังไม่มีการกู้คืนเหรียญจริงบนบล็อกเชนที่ใช้งานอยู่แต่อย่างใด

 

💭 เปลี่ยนจาก "การล็อก" ไม่ใช่ "การเผาทำลาย"

 

Jameson Lopp เคยกล่าวตรงไปตรงมาว่าตนเองไม่ได้ชอบข้อเสนอ BIP-361 แต่เขียนขึ้นเพราะไม่ชอบทางเลือกอื่นมากกว่า และเสียงคัดค้านที่ดังที่สุดต่อข้อเสนอนี้คือการแช่แข็งเหรียญถือเป็นการทำลายคำมั่นสัญญาเรื่องความเป็นเจ้าของถาวรของ Bitcoin

 

ข้อโต้แย้งนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการแช่แข็งคือจุดจบถาวร แต่หากมีระบบพิสูจน์การกู้คืนที่ใช้งานได้จริง สถานะของเหรียญจะเปลี่ยนจาก "การเผาทำลาย" กลายเป็นเพียง "การล็อก" ที่ยังส่งมอบกุญแจให้กับใครก็ตามที่ยังถือ Seed Phrase อยู่ได้ — แต่ปัญหาคือ Satoshi ไม่เคยมี Seed Phrase ตั้งแต่แรก

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับข้อเสนอแช่แข็ง BTC ของ Jameson Lopp
👉 Adam Back ย้ำ Bitcoin ต้องเริ่มเตรียมระบบต้านควอนตัมวันนี้ แม้ภัยคุกคามยังอยู่ในห้องแล็บ
👉 ผู้เชี่ยวชาญชี้! ปี 2026 ยังไม่ใช่ "วันสิ้นโลกคริปโต" จากควอนตัม แต่ถึงเวลาต้องเริ่มวางแผนรับมือ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict เทคโนโลยีของ Project Eleven ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าวงการ Bitcoin ไม่ได้นิ่งเฉยต่อภัยควอนตัม และช่วยลดข้อกังวลเรื่อง "การแช่แข็งถาวร" ที่เคยเป็นจุดอ่อนใหญ่ของ BIP-361 ได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม กรณีของ Satoshi Nakamoto สะท้อนให้เห็นข้อจำกัดที่แก้ไม่ได้ง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่มาจากยุคแรกเริ่มของ Bitcoin เอง ต้องจับตาดูว่าชุมชน Bitcoin จะหาฉันทามติเรื่องนี้ได้อย่างไรในอนาคต และ Prototype นี้จะพัฒนาไปสู่การใช้งานจริงบนเครือข่ายได้เมื่อใด

 

บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

Tags / คีย์เวิร์ด SEO Bitcoin, Quantum Computing, BIP-361, Project Eleven, Satoshi Nakamoto, ควอนตัม, Zero-Knowledge Proof, Q-Day

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com