DOG Mode ปะทะ BIP-110: ศึกธรรมาภิบาล Bitcoin รอบใหม่ ที่ไม่มีฝ่ายไหนรอมติใคร
19 July 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

DOG Mode ปะทะ BIP-110: ศึกธรรมาภิบาล Bitcoin รอบใหม่ ที่ไม่มีฝ่ายไหนรอมติใคร

ลีโอนิดัส (Leonidas) ผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ Runestone และผู้นำคนสำคัญของวงการ Ordinals-Runes บน Bitcoin ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 เปิดตัวไคลเอนต์ Bitcoin แบบโอเพนซอร์สชื่อ "DOG Mode" ผ่านโพสต์บน X โดยไม่ได้แก้กฎ Consensus ของเครือข่าย แต่เล็งเป้าไปที่ "Relay Policy" หรือนโยบายการส่งต่อธุรกรรมเริ่มต้นของ Bitcoin Core ซึ่งเป็นสิ่งที่กำหนดว่าธุรกรรมใดจะถูกกระจายไปทั่วเครือข่ายก่อนที่นักขุดจะบรรจุลงบล็อก การเคลื่อนไหวนี้เท่ากับเป็นคำตอบโต้ต่อ BIP 110 ข้อเสนอที่ต้องการจำกัดพื้นที่บล็อกสำหรับข้อมูลที่ไม่ใช่การเงิน และได้จุดประเด็นถกเถียงเชิงปรัชญาขึ้นมาอีกครั้งว่า Bitcoin ควรเป็นตลาดเสรีที่เปิดกว้างสำหรับทุกธุรกรรม หรือควรเป็นระบบสาธารณูปโภคที่สงวนพื้นที่ไว้เพื่อการชำระเงินเป็นหลัก

 

⚖️ ธรรมาภิบาล Bitcoin ที่ไม่ได้อยู่แค่ในโค้ด

 

ข้อถกเถียงเรื่องธรรมาภิบาลของ Bitcoin มักถูกมองว่าวนเวียนอยู่กับกฎที่เขียนไว้ในโค้ดของบล็อกเชนต้นแบบสายแรกของโลก แต่ศึกล่าสุดนี้ชี้ว่าความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก

 

DOG Mode ไม่ได้พยายามเขียนกฎ Consensus (กฎเกณฑ์ที่กำหนดว่าบล็อกใดถูกต้องตามเครือข่าย หากฝ่าฝืนโหนดจะหลุดออกจากเครือข่ายทันที) ใหม่ แต่เล็งเป้าไปที่ค่าเริ่มต้นของ Relay Policy ที่ Bitcoin Core และซอฟต์แวร์โหนดอื่นๆ ใช้งานอยู่ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าธุรกรรมที่ถูกต้องตามกฎจะถูกส่งต่อไปทั่วเครือข่ายหรือไม่ ก่อนที่นักขุดจะเลือกบรรจุมันลงในบล็อก

 

🎨 Leonidas กับจุดยืนฝั่ง Ordinals

 

ลีโอนิดัสเป็นผู้สนับสนุนหลักของโปรโตคอล Ordinals (โปรโตคอลที่ฝังข้อมูล เช่น รูปภาพหรือข้อความ ลงบนบล็อกเชน Bit> โดยตรง มักใช้สร้างโทเคนไม่สามารถทดแทนกันได้หรือ NFT เวอร์ชัน Bitcoin) ก่อนหน้านี้ BIP 110 (ข้อเสนอปรับปรุง Bitcoin ฉบับที่ 110) ต้องการเข้มงวดกฎเครือข่ายเพื่อทำให้ธุรกรรมประเภทนี้ทำได้ยากขึ้น จนถูกฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาว่าเป็นการเซ็นเซอร์ นักพัฒนาชื่อดังอย่าง เจมสัน ลอปป์ (Jameson Lopp) เคยเขียนบล็อกโพสต์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า BIP 110 จะบั่นทอนคุณสมบัติสำคัญสองข้อของ Bitcoin คือความต้านทานการเซ็นเซอร์และความคาดเดาได้ของกฎเครือข่าย

 

การเปลี่ยนแปลงกฎ Consensus ของ Bitcoin เกิดขึ้นได้ยากมาก จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมความพยายามปรับกฎเหล่านี้ถึงดูสั่นสะเทือนวงการทุกครั้ง และในแง่หนึ่ง DOG Mode ก็คือภาพสะท้อนกลับด้านในเชิงปรัชญาของ BIP 110 นั่นเอง

 

ฝ่ายสนับสนุน BIP 110 มองว่า Bitcoin คือสาธารณูปโภคที่พื้นที่บล็อกอันจำกัดควรสงวนไว้สำหรับการชำระเงินเป็นหลัก ส่วนธุรกรรมที่บรรจุข้อมูลหนักอย่าง Ordinals คือการบริโภคทรัพยากรจำกัดที่ควรได้รับการปกป้อง แม้ต้องแลกมาด้วยการออกกฎ Consensus ใหม่ก็ตาม ขณะที่ DOG Mode เริ่มต้นจากจุดยืนตรงข้าม ลีโอนิดัสมองว่า Bitcoin ควรเป็นตลาดที่เป็นกลางสำหรับพื้นที่บล็อก ที่ธุรกรรมใดๆ ก็มีความชอบธรรมเท่าเทียมกัน ตราบใดที่ผู้ส่งจ่ายค่าธรรมเนียมตามราคาตลาด แทนที่จะขอ "อนุญาต" ผ่านการอัปเกรดโปรโตคอล DOG Mode เลือกจะรื้อข้อจำกัดเชิงนโยบายที่ผู้สนับสนุนเชื่อว่า Bitcoin ไม่เคยต้องการมาแต่แรก

 

🧮 ตัวเลขที่ DOG Mode จะเปลี่ยน

 

ตามรายละเอียดที่ลีโอนิดัสเผยแพร่ DOG Mode จะขยายเพดานขนาดธุรกรรมมาตรฐานจาก 400,000 Weight Unit (หน่วยวัดขนาดธุรกรรมเทียบกับความจุบล็อก) เป็นราว 3.9 ล้าน Weight Unit เทียบกับความจุสูงสุดของหนึ่งบล็อกที่ 4 ล้าน Weight Unit และจะลด Dust Limit (ขีดจำกัดมูลค่าขั้นต่ำของ Output ที่โหนดจะยอมส่งต่อ) จากเดิมช่วง 294-546 satoshi เหลือเพียง 1 satoshi ลีโอนิดัสระบุว่าการยกเลิกขีดจำกัดนี้จะช่วยปลดล็อกเงินราว 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 840.8 ล้านบาท คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ = 33.631 บาท ข้อมูลจาก Trading Economics ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569) ที่ปัจจุบันถูก "ล็อก" อยู่ในรูปของ Output ส่วนเกินของธุรกรรม Ordinals และ Runes (โปรโตคอลออกโทเคนที่ซื้อขายได้บนเครือข่าย Bitcoin)

 

🌐 ความเสี่ยงต่อโครงสร้างเครือข่าย: Mempool กระจัดกระจาย

 

ข้อเสนอนี้ยังโยงไปถึงคำถามที่ละเอียดอ่อนกว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin หากมีโหนดจำนวนมากพอเริ่มรันซอฟต์แวร์นโยบายที่ต่างกัน Mempool (พื้นที่พักธุรกรรมที่รอการยืนยันก่อนถูกบรรจุลงบล็อก) ของเครือข่ายก็อาจแตกกระจายมากขึ้น กฎ Consensus จะยังคงสมบูรณ์อยู่ก็จริง แต่ส่วนต่างๆ ของเครือข่ายอาจส่งต่อธุรกรรมที่ต่างกัน ซึ่งกระทบต่อการประเมินค่าธรรมเนียมและความเร็วที่ธุรกรรมบางประเภทจะไปถึงนักขุด

 

ความแตกแยกลักษณะนี้มีอยู่แล้วในระดับหนึ่ง แต่ DOG Mode อาจขยายช่องว่างนั้นให้กว้างขึ้น ด้วยการส่งเสริมให้ธุรกรรมที่โหนดค่าเริ่มต้นส่วนใหญ่ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ส่งต่อ ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น

 

💼 ท้าทายธุรกิจนายหน้าธุรกรรม

 

ประเด็นนี้ยังท้าทายพลวัตที่กำลังก่อตัวขึ้นในเศรษฐกิจของ Bitcoin ผู้ใช้ที่ต้องการกระจายธุรกรรมขนาดใหญ่ผิดปกติหรือไม่เป็นมาตรฐาน มักต้องพึ่งบริการเฉพาะทางหรือความสัมพันธ์โดยตรงกับกลุ่มขุด ตัวอย่างที่เคยมีการรายงานคือบริการ Slipstream ของ MARA (บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่) ที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางตรงให้ธุรกรรมประเภทนี้เข้าถึงนักขุดได้ DOG Mode พยายามทำให้ธุรกรรมเหล่านี้แพร่กระจายผ่านเครือข่าย Peer-to-Peer ได้ง่ายขึ้นด้วยตัวมันเอง ซึ่งอาจลดความได้เปรียบของนายหน้าธุรกรรมสถาบันและช่องทาง Relay ส่วนตัวลงไป

 

🧩 คำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

 

ณ วันที่ประกาศ DOG Mode ยังไม่มีโค้ดจริง ไม่มี Repository และไม่มีการทดสอบประสิทธิภาพใดๆ ลีโอนิดัสเพียงประกาศแนวคิดและขอให้นักพัฒนาช่วยกันเขียนโค้ดเวอร์ชันแรก ส่วน BIP 110 เป็น Soft Fork แบบ UASF (User-Activated Soft Fork คือการอัปเกรดกฎเครือข่ายที่ผู้ใช้หรือโหนดผลักดันเองแทนที่จะรอนักขุด) ที่ต้องได้แรงหนุนจากนักขุดถึง 55% จึงจะผ่าน โดยช่วงส่งสัญญาณภาคบังคับจะเริ่มในเดือนสิงหาคมนี้ แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าการสนับสนุนยังไม่เคยแตะระดับ 1% เลย ด้าน อดัม แบ็ค (Adam Back) ซีอีโอของ Blockstream เคยให้ความเห็นว่าโครงสร้างกระจายศูนย์ของ Bitcoin ไม่ควรเปิดให้ผู้ใช้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งบังคับความชอบส่วนตัวกับผู้อื่น และกระบวนการ Consensus เชิงเทคนิคก็ถูกออกแบบให้ต้านทานการเปลี่ยนแปลงอย่างตั้งใจอยู่แล้ว

 

DOG Mode จะได้รับการยอมรับในวงกว้างหรือไม่ยังเป็นคำถามเปิด แต่ความสำคัญของมันไปไกลกว่าแค่ระบบนิเวศ Ordinals เพราะมันสะท้อนว่าทุกวันนี้ข้อพิพาทเรื่องกฎเครือข่าย Bitcoin กำลังถูกต่อสู้ผ่านซอฟต์แวร์โหนดทางเลือกมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะพึ่งกระบวนการธรรมาภิบาลที่เป็นทางการ

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานรายละเอียดเชิงเทคนิคของ DOG Mode ไว้ก่อนหน้านี้
👉 "DOG Mode" ไพ่ใบใหม่ฝั่ง Ordinals-Runes โต้กลับ BIP 110 ในศึกข้อมูลขยะบน Bitcoin
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk, ForkLog, Decrypt

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ศึกระหว่าง DOG Mode กับ BIP 110 ตอกย้ำว่าโครงสร้างของ Bitcoin เปิดช่องให้ทุกฝ่ายมีทางเลือกได้โดยไม่ต้องรอฉันทามติทั้งเครือข่าย ซึ่งเป็นทั้งจุดแข็งและจุดที่ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในระยะสั้น สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือ DOG Mode จะมีโค้ดจริงและมีนักขุดสนับสนุนมากน้อยแค่ไหน เพราะในตอนนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่รอการพัฒนา ผู้อ่านที่ติดตามวงการ Ordinals และ Runes ควรพิจารณาผลประโยชน์ทับซ้อนของผู้ผลักดันโครงการควบคู่ไปด้วยเสมอ เนื่องจากลีโอนิดัสเองก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งโปรเจกต์ที่แจกจ่ายโทเคน DOG ซึ่งจะได้ประโยชน์โดยตรงจากการเปลี่ยน Dust Limit ที่เขาผลักดัน

 

บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจ

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, DOG Mode, BIP-110, ธรรมาภิบาล Bitcoin, Ordinals, Runes, Bitcoin Core, Leonidas

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com