สิงคโปร์เปิดทางรับรอง Stablecoin ต่างชาติ ในกรอบกำกับดูแลของ MAS ห้ามจ่ายดอกเบี้ยผู้ถือ
01 September 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

สิงคโปร์เปิดทางรับรอง Stablecoin ต่างชาติ ในกรอบกำกับดูแลของ MAS ห้ามจ่ายดอกเบี้ยผู้ถือ

MAS (Monetary Authority of Singapore ธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลการเงินของสิงคโปร์) เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อยกระดับกรอบกำกับดูแล Stablecoin (โทเคนดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ) จากนโยบายที่เคยประกาศไว้ตั้งแต่ปี 2566 ให้กลายเป็นกฎหมายที่บังคับใช้จริง ผ่านการแก้ไขพระราชบัญญัติบริการชำระเงิน (Payment Services Act) พร้อมทบทวนจุดยืนเดิมที่เคยจำกัดเฉพาะ Stablecoin ที่ออกในสิงคโปร์เท่านั้น เปิดทางให้รับรอง Stablecoin ต่างชาติบางส่วนเข้าสู่กรอบกำกับดูแลได้เป็นครั้งแรก

 

เปิดทางรับรอง Stablecoin ต่างชาติและการออกร่วมข้ามพรมแดน

ข้อเสนอสำคัญข้อแรกคือ Stablecoin ที่ออกร่วมกันระหว่างผู้ออกในสิงคโปร์กับผู้ออกต่างชาติ อาจเข้าเกณฑ์ได้รับการกำกับดูแลภายใต้กรอบนี้และติดฉลาก "MAS-regulated stablecoin" ได้ หากสามารถบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้อย่างเพียงพอ ข้อเสนอที่สองคือ MAS กำลังพิจารณารับรอง Stablecoin ที่ออกในต่างประเทศจำนวนจำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เทียบเคียงได้กับมาตรฐานของสิงคโปร์ โดยเน้นการใช้งานในธุรกรรมค้าส่งข้ามพรมแดนเป็นหลัก

ข้อเสนอนี้เป็นการทบทวนจุดยืนเดิมของ MAS เมื่อปี 2566 ที่กำหนดว่า Stablecoin ที่จะเข้าเกณฑ์ได้ต้องออกในสิงคโปร์เท่านั้น โดยครั้งนั้น MAS ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะความยากในการสร้างมาตรฐานที่เทียบเท่ากันและความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลประเทศอื่น รวมถึงความท้าทายเชิงเทคนิคในการตรวจสอบที่มาของ Stablecoin ที่ปะปนกันจากหลายแหล่ง และการยืนยันว่าเงินสำรองในต่างประเทศเพียงพอต่อการรองรับคำขอไถ่ถอนหรือไม่

 

ข้อกำหนดหลักสำหรับผู้ออก Stablecoin

กรอบดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่ Stablecoin สกุลเงินเดียว (Single-Currency Stablecoin: SCS) ที่ออกในสิงคโปร์และผูกมูลค่ากับเงินดอลลาร์สิงคโปร์หรือสกุลเงินกลุ่ม G10 โดยผู้ออกที่ได้รับใบอนุญาตต้องถือครองสินทรัพย์สำรองครอบคลุมอย่างน้อย 100% ของโทเคนที่หมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ในรูปแบบสินทรัพย์สภาพคล่องสูงความเสี่ยงต่ำ แยกบัญชีออกจากทรัพย์สินของผู้ออกเอง ฝากไว้กับผู้รับฝากที่ได้รับอนุมัติ และต้องผ่านการรับรองโดยผู้ตรวจสอบอิสระเป็นรายเดือน พร้อมรองรับการไถ่ถอนที่มูลค่าพาร์ภายในกรอบเวลา 5 วันทำการ นอกจากนี้ยังต้องมีเงินทุนขั้นต่ำตามเกณฑ์ (สูงกว่าระหว่าง 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือ 50% ของค่าใช้จ่ายดำเนินงานรายปี) โดยผู้ออกที่ไม่ใช่ธนาคารและมีมูลค่าเกิน 5 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ต้องขอใบอนุญาต Major Payment Institution เพิ่มเติม ส่วนธนาคารได้รับการยกเว้นเรื่องใบอนุญาตแต่ยังต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เนื้อหาเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ มีเพียงผู้ออกที่เข้าเกณฑ์ครบถ้วนเท่านั้นที่สามารถใช้ฉลาก "MAS-regulated stablecoin" ได้

 

ห้ามจ่ายดอกเบี้ยผู้ถือ สอดคล้องเทรนด์กำกับดูแลทั่วโลก

มาตรการใหม่ที่ MAS เสนอเพิ่มเติมคือการห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายดอกเบี้ย ผลตอบแทน หรือสิทธิประโยชน์ใดๆ ที่คำนวณจากยอดถือครอง Stablecoin ของลูกค้า โดย Ho Hern Shin รองผู้ว่าการ MAS ระบุว่า Stablecoin ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างน่าเชื่อถือ "สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ชำระบัญชีที่น่าเชื่อถือในตลาดการเงินที่แปลงเป็นโทเคนได้ พร้อมลดความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานและระบบการเงินในวงกว้าง"

มาตรการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มการกำกับดูแลทั่วโลก โดยกฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ ก็ห้ามผู้ออก Stablecoin จ่ายผลตอบแทนเช่นกัน ขณะที่กฎระเบียบ MiCA ของสหภาพยุโรปห้ามทั้งผู้ออกและผู้ให้บริการจ่ายดอกเบี้ย ส่วนกรอบกำกับดูแลของฮ่องกงก็ห้ามจ่ายดอกเบี้ยจากยอดถือครองเช่นเดียวกัน เหตุผลหลักที่ตรงกันในทุกประเทศคือการป้องกันไม่ให้ Stablecoin กลายเป็นเงินฝากทางเลือกที่ไม่ได้รับการกำกับดูแลแต่จ่ายดอกเบี้ยได้ ซึ่งอาจดึงเงินฝากออกจากระบบธนาคาร

 

มาตรการเสริมอื่นๆ: Stress Test และแผนปิดกิจการ

นอกเหนือจากการห้ามจ่ายดอกเบี้ยแล้ว MAS ยังเสนอให้ผู้ออกต้องทำการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) เป็นรายไตรมาส จัดทำแผนฟื้นฟูและแผนปิดกิจการอย่างเป็นระเบียบสำหรับกรณีที่ผู้ออกประสบปัญหาทางการเงินหรือการดำเนินงาน รวมถึงมาตรการคุ้มครองเงินที่ลูกค้าชำระไว้ก่อนที่ Stablecoin จะถูกออกจริง พร้อมความสามารถในการตรวจสอบ อายัด หรือทำลายโทเคนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย และอาจมีมาตรการจำกัดการหมุนเวียน รวมถึงการถอดออกจากแพลตฟอร์มซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาต สำหรับ Stablecoin ที่มีความสำคัญเชิงระบบแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ MAS ย้ำชัดเจนว่าฉลาก "MAS-regulated stablecoin" ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลรับประกัน ไม่ใช่การประกันเงินฝาก และไม่ได้ขจัดความเสี่ยงด้านการไถ่ถอนออกไปทั้งหมด

 

ขั้นตอนถัดไป

การรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้อยู่ภายใต้เอกสารหมายเลข P015-2026 เปิดรับข้อเสนอแนะจากภาคอุตสาหกรรมจนถึงเวลา 23:59 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ของวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังจากนั้น MAS จะเดินหน้าสรุปการแก้ไขกฎหมายต่อไป โดยยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาบังคับใช้ที่แน่ชัด

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 GENIUS Act ห้าม Stablecoin จ่ายดอกเบี้ย – เปิดทางให้ Tokenized Money Market Funds แย่งส่วนแบ่ง
👉 ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็น ปรับเกณฑ์นักลงทุนไทยซื้อขายอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศ

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph, CryptoTimes

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: น่าสนใจที่วันเดียวกันนี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของไทยเองก็เพิ่งเปิดรับฟังความเห็นเรื่องอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศเช่นกัน สะท้อนแนวโน้มที่หน่วยงานกำกับดูแลทั่วภูมิภาคเอเชียกำลังเร่งวางกรอบกฎหมายให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบที่มีการกำกับดูแลชัดเจนมากขึ้นพร้อมๆ กัน การที่สิงคโปร์เปิดทางรับรอง Stablecoin ต่างชาติ ก็อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ Stablecoin ข้ามพรมแดนใช้งานได้สะดวกขึ้นในอนาคต แต่ก็ต้องจับตาว่ามาตรฐาน "เทียบเคียงได้" ที่ MAS จะใช้พิจารณานั้นเข้มงวดแค่ไหน

สำหรับนักลงทุนไทยที่ใช้งาน Stablecoin สกุลต่างๆ ในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนหรือลงทุนในภูมิภาค ควรติดตามพัฒนาการนี้ต่อเนื่อง เพราะหากกฎหมายผ่านจริง อาจส่งผลต่อ Stablecoin บางสกุลที่ใช้งานอยู่ในตลาดสิงคโปร์ ทั้งในแง่ความน่าเชื่อถือและข้อจำกัดการใช้งานที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com