
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็น ปรับเกณฑ์นักลงทุนไทยซื้อขายอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัลต่างประเทศ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างปรับปรุงหลักเกณฑ์การพาลูกค้าไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อรองรับการให้บริการสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิง หรือ "DA Derivatives" (Digital Asset Derivatives) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้หลักเกณฑ์เหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ
ที่มา: ก.ล.ต. กำหนดสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิงใหม่
คณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้กำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล เป็นสินค้าและตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ. 2/2569 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569 เพื่อยกระดับการพัฒนาตลาดอนุพันธ์ของไทย และให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยปัจจุบัน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX เพื่อกำหนดรายละเอียดข้อกำหนดของสัญญา (Contract Specifications) สำหรับ DA Derivatives ให้เหมาะสมกับลักษณะความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์
ทำไมต้องปรับเกณฑ์ใหม่
ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจสามารถพาลูกค้ากลุ่มผู้ลงทุนทั่วไป (Retail Investor) และผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth: HNW) ไปลงทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในต่างประเทศได้ เฉพาะกรณีที่ผลิตภัณฑ์มีลักษณะและเงื่อนไขทำนองเดียวกับผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในประเทศไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม DA Derivatives ในต่างประเทศมีรูปแบบหลากหลายและระดับความเสี่ยงแตกต่างกันมาก ก.ล.ต. จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้
สาระสำคัญของร่างหลักเกณฑ์ใหม่
ร่างหลักเกณฑ์ที่เปิดรับฟังความเห็นครั้งนี้มีสาระสำคัญ 2 ข้อ ข้อแรก คือการกำหนดลักษณะและเงื่อนไขสำหรับการให้บริการ DA Derivatives ต่างประเทศแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth: UHNW) โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีลักษณะสำคัญสอดคล้องกับ DA Derivatives ที่ซื้อขายในประเทศไทย เช่น สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้อ้างอิง อายุสัญญา อัตราทด (Leverage) และวิธีการส่งมอบหรือชำระราคา นอกจากนี้ ต้องซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่มีการชำระหนี้ผ่านสำนักหักบัญชีกลาง (Central Counterparty: CCP) และศูนย์ซื้อขายนั้นต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เป็นสมาชิกพหุภาคีประเภท Signatory A ของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO MMoU) หรือเป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE)
ข้อที่สอง คือกรณี DA Derivatives ต่างประเทศที่มีลักษณะนอกเหนือจากเกณฑ์ข้อแรก ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถให้บริการได้เฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investor: II) เท่านั้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการประเมินและบริหารความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือความเสี่ยงสูงได้มากกว่าผู้ลงทุนกลุ่มอื่น
ช่องทางแสดงความเห็น
ก.ล.ต. เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย (Legal Hub) โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ทั้งสองช่องทาง หรือทางอีเมล sukritta@sec.or.th และ ekarit@sec.or.th ได้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
📎 อ่านเพิ่มเติม:
👉 ประกาศฉบับเต็มจากสำนักงาน ก.ล.ต.
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงาน ก.ล.ต., Kaohoon
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: การเปิดเฮียริ่งครั้งนี้เป็นก้าวต่อเนื่องจากการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแก้ไขพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมื่อต้นปี 2569 ให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิงได้ตามกฎหมาย สิ่งที่ต้องย้ำคือนี่ยังเป็นเพียงร่างหลักเกณฑ์ที่อยู่ระหว่างรับฟังความเห็น ยังไม่มีผลบังคับใช้จริง และเมื่อประกาศใช้แล้ว นักลงทุนรายย่อยก็ยังต้องผ่านเงื่อนไขที่เข้มงวดพอสมควร ทั้งเรื่องความสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ในประเทศและการซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้มาตรฐานสากลเท่านั้น ไม่ใช่การเปิดเสรีให้ลงทุนอนุพันธ์คริปโตต่างประเทศได้แบบไม่มีการควบคุม
สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามพัฒนาการด้านกฎระเบียบ ควรจับตาคู่ขนานไปกับการเปิดเฮียริ่งเกณฑ์ Crypto ETF ในไทย ที่ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นอยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันเช่นกัน ซึ่งทั้งสองเรื่องล้วนสะท้อนทิศทางที่ทางการไทยพยายามวางกรอบให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการลงทุนที่มีการกำกับดูแลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com