
ก.ล.ต. จับมือ ธปท. ถกผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คุมเข้ม Stablecoin สกัดฟอกเงิน
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดประชุมหารือกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย เพื่อยกระดับแนวทางกำกับดูแลการทำธุรกรรม Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีเป้าหมายลดความเสี่ยงที่อาจถูกนำไปใช้ฟอกเงิน ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือหลีกเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ คาดว่าจะออกหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนได้ภายในปีนี้ ตามประกาศฉบับที่ 165/2569 ของ ก.ล.ต.
📊 วอลุ่ม USDT USDC พุ่ง จุดชนวนความกังวล
ก.ล.ต. ระบุว่าจากการติดตามปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin อย่าง USDT และ USDC พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมบูรณาการเพื่อติดตามและหาแนวทางหรือมาตรการเพิ่มเติม โดยจะนำข้อมูลจากการหารือร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจมาพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสมและปฏิบัติได้จริงต่อไป
🤝 ต่อยอดจากปฏิบัติการร่วม 4 หน่วยงานเมื่อพฤษภาคม
การหารือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากความร่วมมือเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ ก.ล.ต. ธปท. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เคยบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกัน (Joint Operation) เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินและพฤติกรรมธุรกรรมต้องสงสัย ซึ่ง Bitcoinaddict.com เคยรายงานไปแล้ว เพื่อยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัยและสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
🗣️ เสียงจากผู้เกี่ยวข้อง
จอมขวัญ คงสกุล รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า "การหารือร่วมกันในครั้งนี้สะท้อนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ก.ล.ต. ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล... คาดว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนภายในปีนี้" ด้านพิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท. "พร้อมประสานความร่วมมือกับ ก.ล.ต. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin" ขณะที่นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDO) ยืนยันความร่วมมือ พร้อมผลักดันมาตรฐาน Enhanced Due Diligence (EDD) หรือการตรวจสอบลูกค้าความเสี่ยงสูงให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรม
📅 Travel Rule ประกาศเกณฑ์ ส.ค. นี้ บังคับใช้ ก.พ. 2570
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังเตรียมออกหลักเกณฑ์ Travel Rule (มาตรการระบุตัวตนผู้ทำธุรกรรมโอนสินทรัพย์ดิจิทัล) ภายในเดือนสิงหาคม 2569 และเริ่มบังคับใช้จริงภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมมาตรการอื่นที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การจำกัดวงเงินถอนสินทรัพย์ดิจิทัลต่อวันตาม Customer Profiling ระบบ Smart Detection ตรวจจับธุรกรรมต้องสงสัย และเครื่องมือติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับกระเป๋าเสี่ยงหรืออยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 ก.ล.ต. - ปปง. - ธปท. - CIB เปิดพิมพ์เขียวแชร์ข้อมูลเส้นทางการเงิน สกัดช่องทางฟอกเงินคริปโตและบัญชีม้า
👉 ผู้ว่าฯ ธปท. จับมือ ก.ล.ต. ล่าเส้นทางเงิน USDT พบวอลลุ่มพุ่ง 52% สงสัยเป็นเครื่องมือฟอกเงิน🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ข่าวฉบับที่ 165/2569 / sec.or.th
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
การที่หน่วยงานกำกับดูแลไทยขยับจากการ "ติดตาม" มาสู่การ "เรียกผู้ประกอบธุรกิจมาหารือโดยตรง" สะท้อนว่าประเด็น Stablecoin กำลังกลายเป็นวาระเร่งด่วนของ ก.ล.ต. และ ธปท. อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การเฝ้าระวังเชิงรับอีกต่อไป ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยควรเตรียมปรับระบบตรวจสอบลูกค้าและธุรกรรมให้พร้อมรองรับเกณฑ์ Travel Rule ที่จะประกาศเดือนนี้ ส่วนนักลงทุนทั่วไปที่ใช้ Stablecoin ในการซื้อขายก็อาจต้องเจอขั้นตอนยืนยันตัวตนที่เข้มงวดขึ้นในอนาคตอันใกล้
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ก.ล.ต., ธปท., Stablecoin, Travel Rule, ฟอกเงิน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com