ก.ล.ต. ไฟเขียวคุมเข้ม Stablecoin จำกัดโอนวันละ 5 ล้านบาท สกัดฟอกเงิน เปิดรับฟังความเห็น ก.ย. นี้
03 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ก.ล.ต. ไฟเขียวคุมเข้ม Stablecoin จำกัดโอนวันละ 5 ล้านบาท สกัดฟอกเงิน เปิดรับฟังความเห็น ก.ย. นี้

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (คณะกรรมการ ก.ล.ต.) มีมติเห็นชอบหลักการยกระดับการกำกับดูแลการทำธุรกรรม Stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่พยายามรักษามูลค่าให้คงที่ ส่วนใหญ่อิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ) ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อป้องกันการนำ Stablecoin ไปใช้ฟอกเงิน ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเลี่ยงการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการนี้ภายในเดือนกันยายนนี้

 

ที่มา: ธุรกรรม USDT พุ่งจนต้องยกระดับกำกับดูแล

ก.ล.ต. ระบุว่าได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรม Stablecoin ของนักลงทุนผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง พบว่าปริมาณและมูลค่าธุรกรรม Stablecoin โดยเฉพาะเหรียญ USDT มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีพฤติกรรมบางลักษณะที่อาจก่อความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการเลี่ยงโอนเงินระหว่างประเทศ จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อร่วมหาแนวทางยกระดับการกำกับดูแลอย่างเป็นรูปธรรม

 

สาระสำคัญ 4 ข้อของหลักเกณฑ์ใหม่

หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการเห็นชอบมีสาระสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ ข้อแรก กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลการโอน Stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยบัญชีหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลต้นทางและปลายทางต้องผ่านการยืนยันตัวตนว่าเป็นของลูกค้าที่ทำธุรกรรมจริง ห้ามโอนเข้าจากบัญชีผู้อื่นหรือโอนออกไปยังบัญชีผู้อื่น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ Travel Rule (มาตรการบังคับให้ส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับโอนควบคู่กับธุรกรรม) การจัดประเภทลูกค้า การคัดกรองไม่ให้เป็นบัญชีม้าหรือบุคคลที่มีความเสี่ยง และการใช้เครื่องมือติดตามเส้นทางสินทรัพย์ดิจิทัล

ข้อที่สอง ปรับปรุงหลักเกณฑ์ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Exchange) เกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ให้เทียบเคียงกับฝั่งหลักทรัพย์ ข้อที่สาม กำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) แก่นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีมาตรฐานสอดคล้องกับศูนย์ซื้อขายปลายทางที่เชื่อมต่อ และข้อที่สี่ กำหนดแนวทางกำกับดูแลการทำธุรกรรมนอกแพลตฟอร์ม เช่น กรณี Big Lot เพื่อเพิ่มความโปร่งใส

 

จำกัดวงเงินโอนวันละ 5 ล้านบาท ยกเว้นโอนระหว่างผู้ประกอบธุรกิจไทย

ในส่วนของวงเงินธุรกรรม ก.ล.ต. กำหนดว่ามูลค่าการโอน Stablecoin เข้าหรือออกจากบัญชีลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องสอดคล้องกับแหล่งที่มารายได้และฐานะการเงินของลูกค้า โดยจำกัดมูลค่าการโอนเข้าไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย และมูลค่าการโอนออกไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กรณีที่เป็นการโอนระหว่างบัญชีลูกค้าผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทยด้วยกัน จะไม่มีข้อจำกัดวงเงิน 5 ล้านบาทดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ประกอบธุรกิจไทยทั้งต้นทางและปลายทางต้องใช้ Travel Rule ทั้งคู่

 

"ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลให้เท่าทันการพัฒนาการและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยการยกระดับแนวทางกำกับดูแลธุรกรรม Stablecoin ในครั้งนี้ มุ่งป้องกันและลดความเสี่ยงจากการนำ Stablecoin ไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุน"

— นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต.

 

ขั้นตอนต่อจากนี้: เปิดรับฟังความเห็น ก.ย. นี้

ก.ล.ต. ระบุว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่อไป ก่อนจะออกเป็นหลักเกณฑ์บังคับใช้จริงในลำดับถัดไป ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากที่ ก.ล.ต. เคยหารือร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้

👉 ก.ล.ต. จับมือ ธปท. ถกผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คุมเข้ม Stablecoin สกัดฟอกเงิน

👉 ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ Travel Rule คริปโทไทย บังคับเก็บข้อมูลโอนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกธุรกรรม 5 ปี มีผล 27 ก.พ. 2570

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: สำนักงาน ก.ล.ต.

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ตัวเลขที่น่าจับตาที่สุดในหลักเกณฑ์นี้คือเพดานโอนวันละ 5 ล้านบาทต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งกระทบผู้ใช้งานรายใหญ่ที่ทำธุรกรรม Stablecoin มูลค่าสูงโดยตรง แต่ก็มีข้อยกเว้นให้การโอนระหว่างผู้ประกอบธุรกิจไทยด้วยกันไม่ติดเพดานนี้ หากทั้งสองฝ่ายใช้ Travel Rule ครบถ้วน สะท้อนว่า ก.ล.ต. พยายามสร้างแรงจูงใจให้ธุรกรรมไหลอยู่ในระบบที่กำกับดูแลได้ มากกว่าจะผลักดันให้คนหนีไปทำธุรกรรมนอกระบบ ผู้ที่ทำธุรกรรม Stablecoin มูลค่าสูงเป็นประจำควรติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์ฉบับเต็มเมื่อเปิดรับฟังความเห็นในเดือนนี้ เพราะอาจกระทบรูปแบบการทำธุรกรรมโดยตรง

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com