ก.ล.ต. - ปปง. - ธปท. - CIB เปิดพิมพ์เขียวแชร์ข้อมูลเส้นทางการเงิน สกัดช่องทางฟอกเงินคริปโตและบัญชีม้า
4 หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของไทย ได้แก่ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์), ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน), ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) และ ACSC (ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ) ภายใต้ CIB (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง) ประกาศบูรณาการความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือ ต่อไปการไล่ล่าเส้นทางเงินจากบัญชีธนาคาร–บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล–บัญชีม้า–บัญชีของมิจฉาชีพ จะทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น
🤝 4 หน่วยงานหลักผนึกพลัง ยกระดับงานปราบปราม
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. และนางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และโครงการพิเศษ ธปท. (ได้รับมอบหมายจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท.) ร่วมประกาศจุดยืนเดียวกันในการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลและการประสานงานข้ามหน่วยงาน เพื่อรับมือกับ ภัยทางการเงิน (Financial Crime) ที่ปัจจุบันใช้ช่องทางออนไลน์และ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets — สินทรัพย์ที่ออกและซื้อขายบนบล็อกเชน เช่น คริปโตเคอเรนซี และโทเคนดิจิทัล) เป็นเครื่องมือฟอกเงินมากขึ้น
นางสาวดารณี ระบุว่า ธปท. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษาความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ ก.ล.ต. ที่กำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง และ ปปง. ที่ทำหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินต้องสงสัย
🛡️ ACSC ภายใต้ CIB ตัวแปรสำคัญในเกมไล่ล่าสแกมเมอร์
อีกหนึ่งภาคีสำคัญในความร่วมมือครั้งนี้คือ ACSC (Anti-Cybercrime Coordination Center) — ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สังกัด CIB (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการที่จัดการคดีหลอกลวงออนไลน์, แชร์ลูกโซ่คริปโต และเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติโดยตรง
การเชื่อมข้อมูลระหว่าง 4 หน่วยงาน จะช่วยลดช่องว่างเดิมที่เคยทำให้การไล่ล่าเส้นทางเงินจากบัญชีธนาคาร → กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล → บัญชีปลายทางในต่างประเทศ ต้องใช้เวลานานและมักไล่ไม่ทันมิจฉาชีพ
💡 ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อวงการคริปโตไทย
ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ภัยไซเบอร์ที่เกี่ยวพันกับคริปโตในไทย โดยเฉพาะ แชร์ลูกโซ่ที่อ้างผลตอบแทนจาก AI Trading Bot, คอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงินไปยังกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล และ ขบวนการบัญชีม้าคริปโต เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณว่า ภาครัฐกำลังขยับจาก "การปราบแบบแยกส่วน" ไปสู่ "การปราบแบบบูรณาการ" ที่ใช้ข้อมูลจริงจากระบบธนาคาร, ระบบ KYC ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และฐานข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยของ ปปง. ประกอบกัน
สำหรับนักลงทุนคริปโตไทยที่ใช้บริการ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. การยกระดับ AML (Anti-Money Laundering — มาตรการป้องกันการฟอกเงิน) เช่นนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบนิเวศคริปโตไทยในสายตาผู้กำกับดูแลและสถาบันการเงินสากล
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากแนวโน้มที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งฝั่ง ก.ล.ต. และฝั่งงานปราบปรามของตำรวจไทย
👉 ก.ล.ต. ไทยเพิ่มความเข้มข้น! เสนอให้ "ผู้ให้แหล่งเงินทุน" ต้องขออนุมัติก่อนเข้าถือหุ้นบริษัทคริปโต
👉 Binance ร่วมมือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปฏิบัติการ 'SKYFALL' ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: เอกสารแถลงข่าวร่วม สำนักงาน ก.ล.ต., ปปง., ธปท. และ ACSC/CIB / ภาพ kaohoon.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ 4 หน่วยงานหลักด้านการเงินและการปราบปรามของไทยยอมออกมายืนแถวเดียวกัน นับเป็นพัฒนาการที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะที่ผ่านมา จุดอ่อนของระบบไทยคือ "ข้อมูลแยกกันเก็บ คดีแยกกันสอบ" ขณะที่มิจฉาชีพยุคใหม่ทำงานข้ามแพลตฟอร์ม–ข้ามประเทศแทบเรียลไทม์ การเชื่อมข้อมูลแบบบูรณาการครั้งนี้จึงอาจกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันมากขึ้นในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ใช้งานคริปโตทั่วไปที่ทำธุรกรรมบนแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องไม่ต้องกังวลกับมาตรการนี้แต่อย่างใด
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO ก.ล.ต. · ปปง. · ธปท. · CIB · ACSC · ฟอกเงินคริปโต · อาชญากรรมไซเบอร์ · AML คริปโต · Money Laundering Thailand · สินทรัพย์ดิจิทัล
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com