ราคา Ether ทรงตัวเหนือแนวรับ รับอานิสงส์อัปเกรด Glamsterdam และ Bitmine ไล่ช้อน
ราคา Ether (ETH) พุ่งขึ้นราว 15% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ห่างจากจุดต่ำสุดที่ 1,500 ดอลลาร์ (ประมาณ 49,875 บาท) ที่เคยแตะเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 (2026) โดยแรงหนุนหลักมาจากการสะสม ETH ต่อเนื่องของบริษัท BitMine Immersion Technologies การเปิดตัว Robinhood Chain เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา และความคืบหน้าของการอัปเกรดเครือข่าย Ethereum ที่ชื่อ Glamsterdam นักลงทุนเริ่มจับตาว่าเป้าหมายถัดไปที่ระดับ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 66,500 บาท) จะมาถึงเมื่อไร
📈 ETH แข็งแกร่งกว่าตลาดโดยรวม จับตาแนวต้าน $2,000
ราคา Ether ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 โดยทิ้งห่างจากระดับต่ำสุดที่ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 49,875 บาท อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่ 33.25 บาทต่อดอลลาร์ จาก Trading Economics ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2569) ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา ตลอด 30 วันที่ผ่านมา ETH ทำผลงานดีกว่ามูลค่าตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมถึง 7% สะท้อนว่าเม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้าสู่ Ethereum อย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนหนึ่งของแรงส่งมาจากความคาดหวังเชิงบวกต่อความคืบหน้าของ CLARITY Act (ร่างกฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) ที่ยังคงเผชิญอุปสรรคในการผ่านสภาคองเกรส หลังถูกกลุ่มธนาคารคัดค้านในประเด็นการกำกับดูแล Stablecoin และผลตอบแทนแก่ผู้ถือครอง
ในฝั่งตลาด Options สัญญาณความกลัวก็เริ่มคลี่คลาย โดยตัวชี้วัด skew (put-call) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความแตกต่างของราคาสัญญาสิทธิขายกับสัญญาสิทธิซื้อ ลดลงจากระดับ 15% เหลือ 9% พรีเมียมของสัญญา put (สิทธิขาย) เทียบกับ call (สิทธิซื้อ) ในระดับนี้ยังไม่ถือว่าเป็นสัญญาณกระทิงเต็มตัว แต่ห่างไกลจากโซน "หวาดกลัวสุดขั้ว" ที่มักอยู่เหนือระดับ 12% แล้ว

🔧 Glamsterdam และ Robinhood Chain ปัจจัยหนุนพื้นฐาน
หนึ่งในข้อวิจารณ์หลักของ Ethereum มาโดยตลอดคือเรื่องความสามารถในการขยายขนาด (Scalability) ผ่านเครือข่าย Layer-2 ที่อาศัยแพ็กเกจข้อมูลที่เรียกว่า blobs ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมได้มาก แต่ก็จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการรวมศูนย์และการเซ็นเซอร์ข้อมูลระยะยาว ผลกระทบที่ตามมาคือค่าธรรมเนียมบนเครือข่ายหลัก (Base Layer) ลดลง ทำให้กลไกการเผา ETH (ETH burning) ลดลงตาม และส่งผลให้อุปทาน ETH กลับมาอยู่ในภาวะเงินเฟ้อ (Inflationary)

การอัปเกรด Glamsterdam ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นสุดท้าย ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความเร็วในการประมวลผลของเครือข่าย ด้วยการรองรับธุรกรรมแบบขนานมากขึ้น พร้อมขยายขีดความสามารถในการจัดการข้อมูลปริมาณสูงและลดปัญหาฐานข้อมูลบวม (Database Bloat) โดยเป้าหมายสำคัญคือการวางโครงสร้างพื้นฐานระดับสถาบันสำหรับการใช้งานด้านการเงิน
ขณะเดียวกัน การเปิดตัว Robinhood Chain เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นเครือข่าย Layer-2 ที่รองรับ EVM (Ethereum Virtual Machine) และสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีของ Arbitrum ก็ช่วยเชื่อมโยงระบบนิเวศ Ethereum เข้ากับอุตสาหกรรมการเงินดั้งเดิม (TradFi) มากขึ้น โดย Robinhood เปิดให้บริการซื้อขายหุ้นแบบโทเคน (Tokenized Stock) ในกว่า 120 ประเทศ พร้อมผสานรวมกับโปรโตคอล DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์ที่ทำงานบน Blockchain โดยไม่มีตัวกลาง) รายใหญ่อย่าง Uniswap, 1inch และ Morpho
🐋 BitMine เดินหน้าสะสม แม้ขาดทุนทางบัญชีกว่า 8 พันล้านดอลลาร์
บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ อย่าง BitMine Immersion Technologies ยังคงเดินหน้าสะสม ETH อย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มการถือครองอีก 325,000 ETH ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดถือครองรวมพุ่งแตะ 5.74 ล้าน ETH แม้ปัจจุบันบริษัทจะเผชิญผลขาดทุนทางบัญชีที่ยังไม่รับรู้ (Unrealized Losses) สูงถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 266,000 ล้านบาท) จากการถือครอง ETH ก็ตาม แต่บริษัทยังคงเดินหน้าตามเป้าหมายสะสม ETH ให้ได้ราว 5% ของอุปทานทั้งหมดในตลาด
การสะสมอย่างต่อเนื่องของ BitMine ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยตรึงแนวรับที่ระดับ 1,500 ดอลลาร์ไว้ได้ในช่วงที่ผ่านมา
🔮 เป้าหมาย $2,000 ใกล้ความจริงแค่ไหน
แม้ข้อมูลออนเชนและตลาดอนุพันธ์ของ Ethereum จะยังสะท้อนภาพที่ค่อนข้างระมัดระวัง ทั้งค่าธรรมเนียมเครือข่ายที่อยู่ในระดับต่ำ และความเชื่อมั่นในตลาด Options ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่แรงหนุนของ ETH ในระยะนี้มาจากการเติบโตของการใช้งานจริงฝั่ง TradFi และการอัปเกรดเครือข่ายที่ช่วยขยายขีดความสามารถของ Base Layer อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เส้นทางสู่ระดับ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 66,500 บาท) ในระยะใกล้ยังคงเป็นไปได้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสงครามสะสม ETH ของบริษัทมหาชนสหรัฐฯ และความคืบหน้าด้านกฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ
👉 SharpLink เร่งสะสม ETH แข่ง BitMine ชิงผู้นำคลัง Ethereum แห่งโลกการลงทุน
👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: cointelegraph.com / ภาพ cryptodnes.bg
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Ether สามารถทรงตัวเหนือแนวรับ 1,500 ดอลลาร์ได้ท่ามกลางแรงกดดันจากตลาด Options ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อมองว่าแรงหนุนไม่ได้มาจากการเก็งกำไรระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่มาจากพัฒนาการเชิงโครงสร้างทั้งฝั่งเทคโนโลยีอย่าง Glamsterdam และฝั่งการยอมรับจากสถาบันการเงินดั้งเดิมอย่าง Robinhood Chain อย่างไรก็ตาม การที่ BitMine ยังคงแบกรับผลขาดทุนทางบัญชีระดับหลายพันล้านดอลลาร์ก็เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะสะท้อนถึงความผันผวนที่ยังมีอยู่สูงในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งนี้ กองบรรณาธิการขอย้ำว่าบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด
⚠️ คำเตือนความเสี่ยงการลงทุน: สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
Tags / คีย์เวิร์ด SEO Ether, Ethereum, ETH, BitMine, Robinhood Chain, Glamsterdam Upgrade, CLARITY Act, ราคา ETH
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com