
ซีอีโอ Coinbase ชี้ ธนาคารไม่ควรเอาเงินฝากไปปล่อยกู้โดยลูกค้าไม่รู้
ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอ Coinbase กล่าวว่าธนาคารไม่ควรนำเงินฝากของลูกค้าไปปล่อยกู้โดยผู้ฝากไม่รู้หรือไม่ได้ให้ความยินยอม และเรียกแนวปฏิบัตินี้ว่าเป็นมรดกของระบบเงินสำรองบางส่วน (Fractional Reserve) นอกจากนี้ยังมองว่า Stablecoin ที่ได้รับการกำกับดูแลและมีสินทรัพย์สำรองตามเกณฑ์ของกฎหมาย GENIUS Act อาจมีความเสี่ยงต่ำกว่าเงินฝากธนาคารแบบดั้งเดิม ตามที่ Wu Blockchain สรุปไว้เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 โดยทีมข่าวเทียบกับรายงานของสื่ออื่นแล้วพบว่าวันที่ให้สัมภาษณ์ยังไม่ตรงกัน ดังรายละเอียดด้านล่าง
ประเด็นที่ Wu Blockchain สรุปไว้
ตามโพสต์ของ Wu Blockchain อาร์มสตรองพูดถึง 3 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือธนาคารไม่ควรปล่อยกู้จากเงินฝากลูกค้าโดยผู้ฝากไม่รู้หรือไม่ได้ยินยอม เรื่องที่สองคือ Stablecoin ที่ได้รับการกำกับดูแลและหนุนหลังด้วยสินทรัพย์สำรองที่เข้าเกณฑ์ตาม GENIUS Act อาจมีความเสี่ยงต่ำกว่าเงินฝากธนาคารแบบเดิม และเรื่องที่สามคืออุปสรรคด้านกฎระเบียบที่สูงจำกัดนวัตกรรมในภาคธนาคาร ทำให้ตลาดกระจุกตัวอยู่ที่สถาบันขนาดใหญ่จำนวนน้อยราย ประเด็นที่สามนี้ทีมข่าวยังไม่พบในรายงานของสื่ออื่น จึงอ้างอิงจากโพสต์ของ Wu Blockchain เพียงแหล่งเดียว
วันที่ให้สัมภาษณ์ยังไม่ตรงกัน
Wu Blockchain ระบุว่าอาร์มสตรองพูดในการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ขณะที่ Bitcoin.com News และ Crypto Briefing รายงานว่าคำพูดในทำนองเดียวกันมาจากการสัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ Money Rehab เมื่อวันที่ 19 กันยายน ทีมข่าวยังยืนยันไม่ได้ว่าทั้งสองแหล่งหมายถึงการสัมภาษณ์ครั้งเดียวกันหรือเป็นคนละครั้ง จึงระบุทั้งสองวันที่ตามที่แต่ละแหล่งรายงาน และจะอัปเดตเมื่อมีข้อมูลยืนยัน
สิ่งที่อาร์มสตรองพูดในรายการ Money Rehab
ในรายการ Money Rehab อาร์มสตรองอธิบายความต่างระหว่างธนาคารกับผู้ออก Stablecoin ว่าธนาคารนำเงินฝากไปปล่อยกู้และเก็บสำรองไว้เพียงส่วนหนึ่ง ส่วน USDC ซึ่งเป็น Stablecoin อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐหนุนหลังด้วยสินทรัพย์สำรองแบบ 1 ต่อ 1 โดยถือในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุสั้น ไม่ได้นำไปปล่อยกู้
"เราไม่ได้ทำการปล่อยกู้แบบเงินสำรองบางส่วน นั่นคือสิ่งที่ต้องมีใบอนุญาตธนาคาร" — ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ซีอีโอ Coinbase
เขายังอธิบายว่ารางวัลที่ผู้ถือ USDC ได้รับต่างจากดอกเบี้ยเงินฝาก และมองว่าเหตุผลหลักที่ธนาคารคัดค้านคือเรื่องการแข่งขัน เพราะไม่อยากแข่งกับ Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า Crypto Briefing รายงานว่าอัตรารางวัล USDC อยู่ที่ราว 3.75-4.5% ต่อปี เทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์เฉลี่ยของธนาคารสหรัฐฯ ที่ต่ำกว่า 1% ทั้งนี้ตัวเลขนี้เป็นของ Crypto Briefing และอัตราจริงเปลี่ยนแปลงได้
GENIUS Act และข้อโต้แย้งเรื่องรางวัล Stablecoin
GENIUS Act ลงนามเป็นกฎหมายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 กำหนดให้ผู้ออก Stablecoin ที่ได้รับอนุญาตต้องมีสำรองอย่างน้อย 1 ต่อ 1 ด้วยสินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่เข้าเกณฑ์ และห้ามผู้ออกจ่ายดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนให้ผู้ถือโดยตรง ประเด็นที่ยังถกเถียงคือรางวัลที่จ่ายผ่านตัวกลางอย่างกระดานเทรด สมาคมนายธนาคารสหรัฐฯ (American Bankers Association) เตือนว่ารางวัลลักษณะนี้ทำงานเหมือนดอกเบี้ยเงินฝากและอาจดึงเงินฝากออกจากธนาคารชุมชน ขณะที่สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของทำเนียบขาวประเมินว่าการห้ามรางวัลจะเพิ่มการปล่อยกู้ของธนาคารเพียง 2,100 ล้านดอลลาร์ และสร้างต้นทุนด้านสวัสดิการปีละ 800 ล้านดอลลาร์ ตามที่ Bitcoin.com News รายงาน
Crypto Briefing ระบุข้อควรพิจารณาที่ฝั่งตรงข้ามยกขึ้นมาด้วยว่า Stablecoin มีความเสี่ยงเฉพาะตัว ทั้งความเสี่ยงจากสมาร์ตคอนแทรกต์ ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ และการตรวจสอบสินทรัพย์สำรอง ต่างจากเงินฝากธนาคารในสหรัฐฯ ที่ได้รับความคุ้มครองจาก FDIC สูงสุด 250,000 ดอลลาร์ต่อบัญชี
ร่างกฎหมาย CLARITY Act ยังค้างอยู่
ร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งจะกำหนดกรอบกำกับดูแลรางวัล Stablecoin ยังไม่ผ่านวุฒิสภา หลังการลงมติเมื่อวันที่ 15 กันยายนได้เสียงสนับสนุน 49 ต่อ 50 ไม่ถึง 60 เสียงตามที่ต้องใช้เพื่อเดินหน้าต่อ ทีมข่าวรายงานเรื่องนี้ไว้แล้วในข่าวก่อนหน้า
เทียบกับกรณีของไทย
สำหรับผู้อ่านในไทย เงินฝากกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมระบบได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) ในวงเงิน 1 ล้านบาทต่อผู้ฝากหนึ่งรายต่อสถาบันการเงินหนึ่งแห่ง เทียบกับวงเงิน FDIC 250,000 ดอลลาร์ของสหรัฐฯ ที่เท่ากับราว 8.35 ล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนราว 33.4 บาทต่อดอลลาร์ ที่ทีมข่าวคำนวณจาก CoinGecko เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ส่วน Stablecoin ในไทย ณ กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศกำกับเฉพาะ โดย ก.ล.ต. และ ธปท. อยู่ระหว่างหารือแนวทางร่วมกัน ตามที่ไล่ไว้ในบทความไทม์ไลน์กฎหมายคริปโตไทยของทีมข่าว และทีมข่าวไม่พบว่าโทเคนดิจิทัลอยู่ในขอบเขตการคุ้มครองเงินฝากของ สคฝ.
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 สหรัฐฯ เปิดรับฟังความเห็นกฎ GENIUS Act 60 วัน ก่อนบังคับใช้จริง ม.ค. 2027
👉 JPMorgan ชี้ CLARITY Act ยังไม่ตายสนิท แต่โอกาสผ่านสภาแคบลงเรื่อยๆ หลังโหวตล้ม 49-50
👉 ไทม์ไลน์กฎหมายคริปโตไทย จากวันที่สื่อทั่วโลกพาดหัวว่าไทยแบน Bitcoin ถึงวันนี้
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Wu Blockchain, Bitcoin.com News, Crypto Briefing, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ทีมข่าวมองว่าคำพูดของอาร์มสตรองควรอ่านโดยคำนึงถึงตำแหน่งของเขา เพราะ Coinbase เป็นผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากรางวัล USDC ซึ่ง Crypto Briefing ระบุว่าจ่ายจากรายได้ที่แบ่งกับ Circle ผู้ออกเหรียญ ข้อโต้แย้งเรื่องความเสี่ยงระหว่างเงินฝากกับ Stablecoin จึงเป็นมุมมองของฝ่ายหนึ่งในข้อพิพาทที่ยังไม่มีข้อสรุปในกฎหมาย และไม่ควรตีความว่า Stablecoin ปลอดภัยกว่าเงินฝากโดยทั่วไป ผู้ที่ถือ Stablecoin ควรพิจารณาความเสี่ยงของผู้ออกเหรียญและกลไกสำรองด้วยตัวเอง ทั้งนี้เนื้อหาเป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com