
Coinbase ระบุเก็บสินทรัพย์ลูกค้าเกิน 99% ใน cold storage ไม่ได้รับผลกระทบจากแฮ็กใหญ่ 6.3 พันล้านดอลลาร์
Coinbase ระบุในบล็อกโพสต์วันพุธที่ 4 พ.ย. ว่าเก็บสินทรัพย์ลูกค้ามากกว่า 99% ไว้ใน cold storage (ที่เก็บคริปโตแบบออฟไลน์ ไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต) และไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแฮ็กมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.1 แสนล้านบาท คิดที่ราว 33.60 บาทต่อดอลลาร์) ที่เกิดกับ Binance เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ตามรายงานของ The Block ตัวเลขทั้งหมดเป็นคำแถลงของ Coinbase เอง ในข่าวของ The Block ไม่ได้อ้างผู้ตรวจสอบอิสระที่ยืนยันตัวเลขเหล่านี้
Coinbase บอกอะไรไว้ในบล็อก
Coinbase ระบุว่าเก็บสินทรัพย์ลูกค้าเกิน 99% ใน cold storage และใช้มาตรการอีก 3 อย่างเพื่อกันการโอนเงินออกโดยไม่ได้รับอนุญาต คือกุญแจส่วนตัวแบบกระจาย (แบ่งกุญแจเป็นหลายส่วน ไม่ให้อยู่ที่จุดเดียว) เพดานการถอน และระบบตรวจจับความผิดปกติ
บริษัทระบุว่าตัวเองไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแฮ็กของ Binance และบอกว่าสินทรัพย์ของลูกค้าถือไว้แบบ 1 ต่อ 1 ยังเป็นทรัพย์สินของลูกค้า และไม่ถูกนำไปปล่อยกู้หรือใช้งานโดยที่ลูกค้าไม่อนุญาต
Coinbase ยังระบุด้วยว่าความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ด้านความปลอดภัยอย่างรวดเร็ว และบริษัทจะปรับปรุงมาตรการป้องกันต่อไปพร้อมเฝ้าระวังภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง
ข้อควรอ่านก่อนเชื่อตัวเลข 99%
ตัวเลข 99% และคำว่า 1 ต่อ 1 มาจากบล็อกของ Coinbase เอง The Block รายงานโดยระบุว่าเป็นคำของบริษัท และไม่ได้อ้างผู้ตรวจสอบอิสระที่ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ ข่าวนี้จึงบอกได้แค่ว่า Coinbase พูดอะไร ยังบอกไม่ได้ว่ามีหน่วยงานหรือผู้ตรวจสอบอิสระยืนยันแล้ว ในข่าวของ The Block ไม่ได้ระบุว่า Coinbase จะเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมสำหรับตัวเลข 99% หรือไม่
คำแถลงนี้ตอบเฉพาะเหตุของ Binance
คำแถลงนี้ตอบเรื่องเหตุแฮ็กของ Binance เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมเหตุอื่นของ Coinbase เช่นกรณีที่เรารายงานเมื่อ 28 ต.ค. ว่าข้อมูลติดต่อลูกค้ากลุ่มเล็กได้รับผลกระทบจากเหตุของผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งตอนนั้น Coinbase ระบุว่าเงินของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ
เหตุแฮ็กที่เป็นที่มาของคำแถลง
The Block รายงานว่าเมื่อวันที่ 29 ต.ค. Binance ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตใหญ่สุดในโลกตามที่ The Block ระบุ เจอการโจมตีมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ Binance แถลงเมื่อวันอังคารที่ 3 พ.ย. ว่าแฮ็กเกอร์ใช้นัดสัมภาษณ์งานปลอมและเครื่องมือ AI ภายในของบริษัทช่วยในการโจมตี
Binance ใส่คืนราว 98% และขยาย Proof of Reserves
ต่อมาเมื่อวันพุธ Binance ระบุว่าใส่สินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบคืนแล้วราว 98% และกำลังซื้อส่วนที่เหลืออีกราว 2% ผ่านตลาดและช่องทางนอกตลาด (OTC) ซึ่งช้ากว่าเพราะสภาพคล่องต่ำกว่า บริษัทยังขยายการพิสูจน์เงินสำรอง (Proof of Reserves) เป็น 44 โทเคน จากเดิม 10 โทเคน
หลักฐานแบบ zero-knowledge ชุดใหม่ (วิธีพิสูจน์ว่ามียอดสำรองจริงโดยไม่เปิดข้อมูลรายบัญชี) คาดว่าจะใช้เวลาสร้าง 50 ถึง 60 ชั่วโมง ข้อมูลส่วนนี้ The Block อ้างจาก Binance
CZ เรียกร้องให้วงการใช้ AI ป้องกัน
CZ (Changpeng Zhao) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอ Binance พูดเมื่อวันอังคารว่า บริษัทคริปโตต้องมีระบบป้องกันที่ใช้ AI และต้องมีพันธมิตรทั้งอุตสาหกรรมเพื่อแบ่งปันบทเรียนและอายัดเงินที่ถูกขโมยให้เร็วขึ้น
วิธีเดียวที่จะสู้กับสัตว์ประหลาดได้ คือต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาดตัวนั้นในระดับหนึ่ง ("The only way to fight a monster is to kind of become that monster")
CZ (Changpeng Zhao) ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอ Binance พูดเมื่อวันอังคารที่ 3 พ.ย.
The Block ไม่ได้ระบุว่า Coinbase ตอบสนองต่อข้อเสนอของ CZ และในแหล่งข่าวที่เราตรวจ ไม่พบว่า Coinbase พูดถึงเรื่องพันธมิตรทั้งอุตสาหกรรม โดยบล็อกของ Coinbase เน้นมาตรการของตัวเองและบอกว่าบริษัทไม่ได้รับผลกระทบ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่องนี้ต่อยอดจากข่าวที่เรารายงานไว้ก่อนหน้านี้
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
คำแถลงแบบเก็บ cold storage เกิน 99% บอกได้ว่าเงินส่วนใหญ่ไม่อยู่ใน hot wallet (กระเป๋าที่ออนไลน์ตลอด) ซึ่งเป็นเป้าของแฮ็กเกอร์มากกว่า แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าสินทรัพย์ครบ 1 ต่อ 1 จริง เพราะตัวเลขมาจากบริษัทเอง คนไทยที่ฝากเหรียญไว้กับกระดานเทรดต่างประเทศควรแยกให้ออกระหว่างคำแถลงของบริษัทกับการพิสูจน์ที่ตรวจสอบได้ เช่นรายงาน Proof of Reserves ที่มีผู้ตรวจอิสระ และควรเช็คด้วยว่าผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ให้บริการในไทยหรือไม่ โดยสถานะนี้ต้องเช็คสดจากเว็บไซต์ ก.ล.ต. ข่าวนี้ไม่ได้ระบุสถานะใบอนุญาตของ Coinbase ในไทย
อีกเรื่องที่ควรจำคือ คำแถลงนี้ตอบเฉพาะเหตุแฮ็กของ Binance ไม่ได้พูดถึงเหตุอื่น และเรื่องนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ภาพปก: ภาพประกอบสร้างด้วย AI
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com