Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

CK Cheong เผยขายหุ้นเทค Micron–Intel–AMD–Google บางส่วน เข้าซื้อ Bitcoin — ย้ำชัด "ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน"
05 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

CK Cheong เผยขายหุ้นเทค Micron–Intel–AMD–Google บางส่วน เข้าซื้อ Bitcoin — ย้ำชัด "ไม่ใช่คำแนะนำลงทุน"

CK Cheong โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 ว่าตนเพิ่งขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลายตัว ทั้ง Micron, Intel, AMD และ Google บางส่วน เพื่อนำเงินมาเข้าซื้อ Bitcoin (บิตคอยน์) ในจังหวะที่ราคากำลังถูกกดดันลงแรง โดยให้เหตุผลว่ากระแสเงินทุนที่ไหลจาก Bitcoin ไปสู่หุ้น AI น่าจะใกล้ถึงจุดสมดุลแล้ว ทั้งนี้เจ้าตัวย้ำชัดว่าโพสต์ดังกล่าว "ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน"

 

🧵 CK Cheong โพสต์ว่าอย่างไร?

CK Cheong โพสต์ว่าตนเพิ่งขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ออกหลายตัว ได้แก่ Micron (ไมครอน — ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของสหรัฐฯ) อีกครึ่งหนึ่ง, Intel (อินเทล — ผู้ผลิตชิปประมวลผลรายใหญ่) ครึ่งหนึ่ง, AMD (เอเอ็มดี — คู่แข่งด้านชิปประมวลผลและการ์ดจอ) ครึ่งหนึ่ง และ Google (กูเกิล — บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ภายใต้ Alphabet) อีก 25% เพื่อนำเงินมาเข้าซื้อ Bitcoin (บิตคอยน์ — คริปโตเคอร์เรนซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก) "ในราคานี้"

 

จุดที่ต้องเน้นย้ำคือ เจ้าตัวเปิดหัวโพสต์ด้วยข้อความว่า "Not financial advice" หรือ "ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน" อย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าทั้งหมดเป็นเพียงการเปิดเผยการตัดสินใจในพอร์ตส่วนตัวของเขาเอง ไม่ใช่การชี้นำให้ผู้อื่นทำตาม ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่บุคคลในแวดวงการเงินออกมาเปิดเผยการเคลื่อนไหวพอร์ต Bitcoin ของตัวเองต่อสาธารณะ (เทียบเคียงได้กับกรณีของ โรเบิร์ต คิโยซากิ) โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก มียอดถูกใจราว 1.7 หมื่นครั้ง ความคิดเห็นกว่า 411 รายการ และแชร์ราว 1.3 พันครั้ง โดยเสียงตอบรับมีหลากหลาย ทั้งที่เห็นด้วยและที่แซวเชิงติดตลกว่าควร "หนี" ตามดีหรือไม่

 

💡 มุมมองเบื้องหลัง: เงินทุนเสี่ยงไหลระหว่าง Bitcoin กับหุ้น AI

 

ในความคิดเห็นใต้โพสต์ CK Cheong อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมว่า การโยกย้ายของ "เงินทุนเสี่ยง" (risk capital — เงินลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงสูงเพื่อหวังผลตอบแทนสูง) จาก Bitcoin ไปสู่หุ้นกลุ่ม AI นั้น สุดท้ายแล้วน่าจะชะลอตัวลงและเข้าสู่จุดสมดุล เพราะจะมีจุดหนึ่งที่การเทขาย Bitcoin ในราคาที่ถูกกดดันอย่างหนัก เพื่อเอาเงินไปไล่ซื้อหุ้น AI ที่กำลังทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือบริษัทอย่าง SpaceX (สเปซเอกซ์ — บริษัทอวกาศเอกชนของอีลอน มัสก์) ที่มีระดับมูลค่ากิจการ (valuation) และอัตราส่วนราคาต่อกำไร (earnings multiple — ตัวชี้วัดว่าราคาหุ้นแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับกำไร) สูงมากๆ นั้น เริ่ม "ไม่สมเหตุสมผล" อีกต่อไป

 

พูดง่ายๆ ก็คือ เขามองว่าตลาดกำลังขายของถูก (Bitcoin) เพื่อไปไล่ซื้อของแพง (หุ้น AI) ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่น่าจะยั่งยืน และเลือกวางเดิมพันในทิศทางสวนกับกระแสหลัก

 

📉 บริบทตลาด Bitcoin ขณะนี้

 

โพสต์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงที่ตลาดคริปโตเผชิญแรงขายหนัก โดยราคา Bitcoin อยู่ที่ราว 63,391 ดอลลาร์ ณ วันที่ 4 มิถุนายน 2569 (ประมาณ 2.07 ล้านบาท เมื่ออิงอัตราแลกเปลี่ยนราว 32.7 บาทต่อดอลลาร์) ซึ่งปรับลดลงเกือบ 50% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ATH) ที่ 126,080 ดอลลาร์ (ราว 4.12 ล้านบาท) ก่อนหน้านี้ตลาดคริปโตเพิ่งร่วงเกือบ 7% ภายใน 24 ชั่วโมงเข้าสู่วันที่ 3 มิถุนายน โดย Bitcoin หลุดต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ และมีสถานะถูกล้างพอร์ตไปราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5.9 หมื่นล้านบาท)

 

ขณะเดียวกัน ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index — มาตรวัดอารมณ์ตลาดคริปโต) ร่วงลงไปอยู่ที่ระดับ 11 ซึ่งถือเป็นโซน "Extreme Fear" หรือความกลัวขั้นสุด นี่จึงเป็นภาพของ "ราคาที่ถูกกดดัน" อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในตลาดยังมองต่างมุม โดยบางสำนักเริ่มประเมินว่าจุดต่ำสุดอาจใกล้เข้ามาแล้ว ขณะที่บางส่วนยังกังวลเรื่องแรงซื้อที่อ่อนแรงของตลาด ผู้อ่านสามารถเทียบกับมุมมองที่แตกต่างได้จากบทความ "พิชัย จาวลา" ชี้ Bitcoin จบขาขึ้นรอบนี้ 

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: การที่บุคคลมีชื่อเสียงออกมาเปิดเผยการตัดสินใจซื้อ-ขาย Bitcoin ในจังหวะตลาดผันผวน เป็นสิ่งที่เราเคยรายงานมาก่อนหน้านี้ 
👉 Kiyosaki เทขาย Bitcoin กว่า 2.25 ล้านดอลลาร์!—ย้ำ "ยังเป็นสายกระทิง" พร้อมกลับมาซื้อใหม่ 
👉 "พิชัย จาวลา" ชี้ Bitcoin จบขาขึ้นรอบนี้ แนะนักลงทุนอย่าเพิ่งเข้าหุ้นไทย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: โพสต์เฟซบุ๊กของ CK Cheong, CPA (จากภาพหน้าจอ) ประกอบข้อมูลราคาตลาดจาก CoinDesk, CoinGecko และ Coinbase

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่นักลงทุนรายหนึ่งเลือกสวนกระแสด้วยการโยกเงินจากหุ้นเทคฯ มาถือ Bitcoin ในช่วงที่ตลาดอยู่ในโซนกลัวสุดขีด ถือเป็นมุมมองที่น่าสนใจในเชิงการจัดสรรพอร์ต แต่ก็เป็นเพียงความเห็นและการตัดสินใจส่วนตัวของผู้โพสต์เท่านั้น สิ่งที่น่าจับตาในระยะยาวคือแนวคิดเรื่อง "จุดสมดุล" ของกระแสเงินทุนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับหุ้นเทคโนโลยี ซึ่งสะท้อนว่า Bitcoin ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสมการการลงทุนกระแสหลักไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ทุกการตัดสินใจควรตั้งอยู่บนการศึกษาข้อมูลและระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ และบรรณาธิการขอไม่ฟันธงทิศทางราคา

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CK Cheong , Bitcoin, บิตคอยน์, หุ้น AI, ขายหุ้นซื้อบิตคอยน์, เงินทุนเสี่ยง, ราคา Bitcoin ร่วง, ตลาดคริปโต

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com