Bitmine โกยรายได้ Staking Ethereum 46 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว คิดเป็น 98% ของรายได้รวม
Bitmine Immersion Technologies บริษัทคลัง Ethereum (ETH) รายใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) ว่าทำรายได้จากการ Stake Ethereum สูงถึง 45.7 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 98% ของรายได้รวมทั้งบริษัท พูดง่ายๆ ก็คือธุรกิจ Staking กลายเป็นเครื่องจักรทำเงินหลักของ Bitmine ไปแล้ว แซงหน้าธุรกิจขุด Bitcoin (BTC) แบบทิ้งห่าง ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังบริษัทเปิดตัวแพลตฟอร์ม MAVAN เมื่อเดือนมีนาคม และยังสอดคล้องกับที่ ทอม ลี (Tom Lee) ประธานบริษัท ออกมาชื่นชมความสำเร็จของ Robinhood Chain เครือข่ายใหม่ที่ใช้ ETH เป็นเชื้อเพลิงหลัก
📊 รายได้ Staking พุ่งครองสัดส่วน 98% ของรายได้รวม
จากเอกสารยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) แบบ 10-Q ฉบับล่าสุด Bitmine รายงานว่าในไตรมาสที่ผ่านมา (มีนาคม–พฤษภาคม พ.ศ. 2569) บริษัททำรายได้จากการ Stake Ethereum (การนำเหรียญไปล็อกไว้เพื่อช่วยตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain แบบ Proof-of-Stake แลกกับผลตอบแทน) อยู่ที่ 45.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,532 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 33.53 บาทต่อดอลลาร์ ข้อมูลจาก Trading Economics วันที่ 14 กรกฎาคม 2569)
ตัวเลขนี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 98% ของรายได้รวมทั้งบริษัท ขณะที่รายได้จากการขุด Bitcoin ด้วยตัวเอง (Self-mining) อยู่ที่เพียง 624,000 ดอลลาร์ (ราว 20.9 ล้านบาท) และรายได้จากงานที่ปรึกษาอยู่ที่ 168,000 ดอลลาร์ (ราว 5.6 ล้านบาท) เท่านั้น
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ของ Bitmine อย่างชัดเจน เพราะเมื่อไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (สิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568) บริษัทมีรายได้รวมทั้งไตรมาสเพียง 2 ล้านดอลลาร์ (ราว 67 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการปล่อยเช่าเครื่องขุด
🏗️ MAVAN แพลตฟอร์ม Staking ระดับสถาบันที่อยู่เบื้องหลัง
ผลประกอบการที่พลิกโฉมนี้เป็นผลจากการเปิดตัว MAVAN (Made in America VAlidator Network) เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม Staking ระดับสถาบันของ Bitmine เอง ทำหน้าที่บริหารโครงสร้างพื้นฐาน Validator (ผู้ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Blockchain) ทั้งสำหรับ ETH ที่บริษัทถือครองเองและสำหรับลูกค้าสถาบันภายนอก
MAVAN เกิดขึ้นตามหลังการเข้าซื้อกิจการ Pier Two Holdings ผู้ให้บริการ Validator แบบ Non-custodial (ผู้ดำเนินการที่ไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ของลูกค้าโดยตรง) จากออสเตรเลีย โดยเดิมทีถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับคลัง Ethereum ของ Bitmine เอง ก่อนขยายขอบเขตไปให้บริการนักลงทุนสถาบัน ผู้ดูแลสินทรัพย์ (Custodian) และพันธมิตรในระบบนิเวศอื่นๆ
ล่าสุด Bitmine เปิดเผยว่าได้นำ ETH ไป Stake แล้วกว่า 85% ของเหรียญที่ถือครองทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 4.9 ล้านเหรียญ
"Bitmine ได้ Stake ETH มากกว่านิติบุคคลใดในโลก และเมื่อ ETH ทั้งหมดของ Bitmine ถูก Stake ผ่าน MAVAN และพันธมิตรจนเต็มรูปแบบ ผลตอบแทนจากการ Stake ที่คาดการณ์ไว้จะอยู่ที่ 284 ล้านดอลลาร์ต่อปี" — ทอม ลี ประธานบริษัท Bitmine
หากแปลงเป็นเงินบาทตามอัตราแลกเปลี่ยนข้างต้น ตัวเลขคาดการณ์ 284 ล้านดอลลาร์นี้จะอยู่ที่ราว 9,522 ล้านบาท หรือกว่า 9.5 พันล้านบาทต่อปี
🚀 Robinhood Chain ตัวเร่งใหม่ที่ ทอม ลี ยกให้เป็น "ความสำเร็จแบบก้าวกระโดด"
นอกจากตัวเลขรายได้ ทอม ลี ยังกล่าวถึงความสำเร็จของ Robinhood Chain เครือข่าย Layer 2 (โครงข่ายเสริมที่สร้างขึ้นบน Blockchain หลักเพื่อเพิ่มความเร็วและลดค่าธรรมเนียม) ของแพลตฟอร์มเทรด Robinhood ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่ามูลค่าการซื้อขายสะสมทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 33,527 ล้านบาท) แล้วนับตั้งแต่เปิดตัว
"Robinhood Chain ตอนนี้มีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า Decentralized Exchange (DEX หรือกระดานเทรดคริปโตแบบไม่มีตัวกลาง) เจ้าอื่นใดทั้งหมด สะท้อนถึง Product-Market Fit ที่ยอดเยี่ยมของ Ethereum ซึ่งเป็นเชนที่อยู่เบื้องหลัง" ลีกล่าว พร้อมอธิบายว่า Robinhood Chain ใช้ ETH เป็น Gas Token (เหรียญที่ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรมบนเครือข่าย) โดยตรง ค่าธรรมเนียมทั้งหมดคำนวณเป็น ETH และไปจบขั้นตอนสุดท้าย (Finality) บนเครือข่าย Ethereum
"ผู้ใช้งาน 27 ล้านคนของ Robinhood กำลังจ่ายค่าธรรมเนียมคริปโตเป็น ETH พูดอีกอย่างคือผู้ใช้งานทั่วไปเริ่มมอง ETH เป็นเงินจริงๆ แล้ว" ลีเสริม
⚠️ หมายเหตุเชิงบรรณาธิการ: ทีมข่าวตรวจสอบคำกล่าวอ้างของทอม ลี ที่ว่า Robinhood Chain มีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า DEX เจ้าอื่นทั้งหมด แล้วพบข้อมูลที่ขัดแย้งกัน โดยสำนักข่าว Cryptopolitan อ้างอิงข้อมูลจาก DeFiLlama ระบุว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน Robinhood Chain มีปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 375 ล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 5 ตามหลัง Solana, Ethereum, Base และ BSC จึงขอฝากไว้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสำหรับผู้อ่าน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับสงครามสะสม ETH ของบริษัทคลังสินทรัพย์ดิจิทัล
👉 SharpLink เร่งสะสม ETH แข่ง BitMine ชิงผู้นำคลัง Ethereum แห่งโลกการลงทุน
👉 Tom Lee ฟันธง Ethereum คือบล็อกเชนที่วอลล์สตรีทและทำเนียบขาวเลือกใช้
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (อ้างอิงข้อมูลจากเอกสารยื่น SEC แบบ 10-Q ของ Bitmine) พร้อมตรวจสอบไขว้กับรายงานของ The Block, Cryptopolitan, CryptoTimes และ SEC EDGAR /ภาพ cryptoslate.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่รายได้ 98% ของ Bitmine มาจากกิจกรรมเดียวคือ Staking ETH ถือเป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่น่าจับตา จากบริษัทขุด Bitcoin กลายเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน Staking เต็มรูปแบบ ซึ่งสะท้อนเทรนด์ที่บริษัทคลังคริปโตหลายแห่งเริ่มมองหาผลตอบแทนแบบ Passive Yield แทนการถือครองเฉยๆ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียวในสัดส่วนสูงเช่นนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ทั้งจากความผันผวนของราคา ETH และการเปลี่ยนแปลงอัตราผลตอบแทนของเครือข่าย ส่วนกรณี Robinhood Chain ก็เป็นตัวอย่างที่ดีว่าตัวเลขที่ผู้บริหารพูดถึงกับข้อมูลจากแหล่งอิสระบางครั้งอาจไม่ตรงกันเสียทีเดียว ผู้อ่านจึงควรติดตามด้วยวิจารณญาณและตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกันเสมอ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO Bitmine Ethereum Staking MAVAN Robinhood Chain Tom Lee คลัง Ethereum ทอม ลี ETH Treasury
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com