Tom Lee ฟันธง Ethereum คือบล็อกเชนที่วอลล์สตรีทและทำเนียบขาวเลือกใช้
Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat และประธาน BitMine กล่าวว่า Ethereum คือ “เครือข่ายที่เป็นกลางจริง ๆ” ซึ่งทำให้วอลล์สตรีทและรัฐบาลสหรัฐ โดยเฉพาะภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump เลือกที่จะพึ่งพามากขึ้น
Lee อธิบายว่า “Ethereum ไม่มีใครกุมอำนาจพิเศษหรือเอียงเข้าข้างใคร จึงเป็นโครงสร้างที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่มองว่าปลอดภัยและเป็นกลางพอสำหรับการดำเนินการ”
นอกจากนี้เขายังระบุว่า ทั้งทำเนียบขาวและสภาคองเกรส ซึ่งปัจจุบันมีท่าทีสนับสนุนคริปโตมากขึ้น ก็กำลังหันมาใช้ Ethereum เป็นฐานโครงสร้างหลัก
Ethereum กับบทบาทในเศรษฐกิจหุ่นยนต์และ AI
Lee กล่าวเสริมว่า เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Agentic AI และหุ่นยนต์อัตโนมัติ ที่ต้องพึ่งพาโทเคนในการทำธุรกรรม เครือข่ายหลักที่จะรองรับเศรษฐกิจใหม่นี้คือ Ethereum
“แม้แต่ประธานาธิบดี Trump ก็พูดถึงเรื่อง Proof-of-Human เพื่อปกป้องระบบ และงานเหล่านี้จำนวนมากจะเกิดขึ้นบน Ethereum” Lee กล่าว
BitMine กลายเป็นคลัง Ethereum ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หลังการปรับโครงสร้างเป็นบริษัท Ethereum Treasury มูลค่าตลาดของ BitMine พุ่งจาก 37.6 ล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ไปสู่กว่า 9.45 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนกันยายน 2025 ปัจจุบัน BitMine ถือครอง ETH มากถึง 2.15 ล้านเหรียญ ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นอันดับสองของคลังคริปโตทั้งหมด รองจากบริษัท Strategy ของ Michael Saylor
Lee กล่าวด้วยว่า BitMine และ MicroStrategy คือสองบริษัทที่แทบจะกลายเป็น “หุ้นคริปโตขนาดใหญ่” ซึ่งสถาบันการเงินเลือกลงทุนมากที่สุด โดยการซื้อขายรวมคิดเป็นกว่า 90% ของปริมาณในตลาด DATs (Digital Asset Treasuries)
Lee เปิดเผยว่า BitMine มีการซื้อขายกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ใกล้เคียงกับ MicroStrategy ที่ 3.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้ทั้งสองบริษัทมีโอกาสถูกบรรจุลงในดัชนีใหญ่ ๆ และได้รับแรงหนุนจากการลงทุนแบบกองทุนเชิงรับ (Passive Flow)
“นี่คือปัจจัยที่ช่วยรักษามูลค่าพรีเมียมของบริษัท เพราะจะมีคนเข้าซื้อทุกวันจากการรีบาลานซ์ดัชนี” เขากล่าว
Bitcoin และ Ethereum ยังน่าจับตา
แม้ Lee จะโฟกัสไปที่ Ethereum แต่เขายัง มองบวกกับ Bitcoin โดยคาดว่าราคาจะไปถึง $200,000–$250,000 ภายในสิ้นปี 2025 ขณะที่ราคา Ethereum มีแนวโน้มแตะ $10,000–$12,000 และอาจขึ้นไปถึง $15,000 ได้
เขาอธิบายว่า ไตรมาส 4 มักเป็นช่วงที่ Bitcoin แข็งแกร่ง และเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) กลับมาใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ก็จะกลายเป็นแรงหนุนสำคัญ
Lee ทิ้งท้ายว่า “นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของ Super Cycle ของ Ethereum ที่อาจกินเวลายาวนาน 10–15 ปี และการค้นหามูลค่าที่แท้จริงของ ETH อาจอยู่ที่ $12,000–$15,000 หรือสูงกว่านั้นในอนาคต”
อ้างอิง : theblock.co