Bitmine ซื้อ ETH เพิ่มอีก 32,447 เหรียญ ใกล้เป้า 5% ของอุปทาน Ethereum แล้ว 97%
25 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Bitmine ซื้อ ETH เพิ่มอีก 32,447 เหรียญ ใกล้เป้า 5% ของอุปทาน Ethereum แล้ว 97%

Bitmine Immersion Technologies (บริษัทคลังสำรอง Ethereum ที่มี Tom Lee เป็นประธาน) ซื้อ ETH เพิ่มอีก 32,447 เหรียญในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดันยอดถือครองรวมขึ้นเป็น 5,847,611 ETH หรือคิดเป็นราว 4.8% ของอุปทาน Ethereum หมุนเวียนทั้งหมด ตามเอกสารที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ ถือเป็นสัปดาห์ที่ 14 เดือนติดต่อกันที่ Bitmine ซื้อ ETH เพิ่มทุกสัปดาห์นับตั้งแต่เริ่มกลยุทธ์คลังสำรอง Ethereum เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025 ตามรายงานของ Cointelegraph และ The Block

 

📈 ใกล้เป้าหมาย 5% แล้ว 97%

 

Bitmine เดินทางมาถึง 97% ของเป้าหมายที่วางไว้ คือถือครอง ETH ให้ได้ 5% ของอุปทานทั้งหมด นอกจากนี้บริษัทยังนำ ETH ไปวาง Stake แล้วกว่า 5,067,309 เหรียญ คิดเป็น 87% ของ ETH ที่ถือครองทั้งหมด สินทรัพย์รวมทั้งคริปโต เงินสด หลักทรัพย์ และการลงทุนอื่นของบริษัทอยู่ที่ 14,900 ล้านดอลลาร์ นอกจาก ETH แล้ว Bitmine ยังถือ Bitcoin อีก 210 เหรียญ (มูลค่าราว 16.6 ล้านดอลลาร์), หุ้นใน Eightco Holdings มูลค่า 89 ล้านดอลลาร์ และหุ้นใน Beast Industries มูลค่า 180 ล้านดอลลาร์ ด้านหุ้น BMNR ที่เทรดบน NYSE พุ่งขึ้นราว 8.7% เปิดสัปดาห์ ต่อยอดผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนที่ทำได้แล้วเกือบ 28%

 

💬 Tom Lee ชี้ขาขึ้นรอบนี้ "รอมานานแล้ว"

 

ทอม ลี (Tom Lee) ประธานของ Bitmine ให้ความเห็นถึงการพุ่งขึ้นของราคา ETH ในสัปดาห์ที่ผ่านมาไว้ว่า

 

"ETH ขึ้น 30% ในสัปดาห์เดียว ถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ที่แรงที่สุดนับตั้งแต่พฤษภาคม 2025 ก่อนหน้านั้นคือกรกฎาคม 2021 ทั้งสองครั้งที่ผ่านมา การขึ้นเกิน 30% แบบนี้เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่านั้นของ ETH เรามองว่าสภาวะการเงินที่ผ่อนคลายลงจะเป็นแรงหนุนต่อคริปโตต่อไป เราเชื่อว่าขาขึ้นรอบนี้รอคอยมานานแล้ว เพราะปัจจัยพื้นฐานของคริปโตแข็งแกร่งขึ้น ทั้งกระแส Tokenization ของวอลล์สตรีทและ Agentic AI"

Tom Lee, ประธาน, Bitmine Immersion Technologies

 

ลียังระบุเสริมว่าท่าทีสนับสนุนคริปโตจากทำเนียบขาว และการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว ล้วนช่วยหนุนความกล้าเสี่ยงของนักลงทุนโดยรวมด้วย ด้านผลตอบแทนจาก Staking ของบริษัท ลีระบุว่าคาดการณ์รายได้ต่อปีจากการวาง Stake ไว้ที่ราว 381 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างอิงผลตอบแทนรายสัปดาห์ที่ 2.67% (คำนวณเป็นรายปี) ขณะที่อีกจุดหนึ่งในแถลงการณ์ระบุตัวเลขคาดการณ์รายได้ Staking ต่อปีไว้ที่ 330 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจสะท้อนวิธีคำนวณที่ต่างกันในแต่ละช่วง

 

📉 ขาดทุนทางบัญชีลดลงมากหลังราคาฟื้นตัว

 

ตามข้อมูลของ Cointelegraph ที่อ้างอิงจาก DropsTab การไล่ซื้อ ETH ต่อเนื่องของ Bitmine ในช่วงตลาดขาลงที่ผ่านมา เคยทำให้บริษัทแบกขาดทุนทางบัญชี (unrealized loss) มหาศาล แต่หลังราคา ETH ฟื้นตัวแรงในรอบนี้ ตัวเลขขาดทุนทางบัญชีลดลงมาเหลือต่ำกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ จากที่เคยสูงถึงกว่า 8,400 ล้านดอลลาร์เมื่อประมาณสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนความผันผวนสูงของการบริหารคลังสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลที่มูลค่าทางบัญชีเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วตามสภาพตลาด ปัจจุบัน Bitmine ลงทุนในคลังสำรอง ETH ไปแล้วรวมกว่า 19,500 ล้านดอลลาร์

 

🏆 ยังคงเป็นบริษัทคลังสำรอง Ethereum รายใหญ่ที่สุดในโลก

 

Bitmine ยังคงเป็นบริษัทที่ถือครอง Ethereum มากที่สุดในโลก ตามมาด้วย SharpLink ของ Joe Lubin ที่ถือราว 863,020 ETH และ The Ether Machine ที่ถือราว 496,712 ETH ตามข้อมูลของ SER ขณะเดียวกัน Bitmine ยังเป็นบริษัทคลังสำรองคริปโตมหาชนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลกโดยรวม รองจาก Strategy ของ Michael Saylor ที่ถือ Bitcoin อยู่ 840,447 เหรียญ (มูลค่าราว 65,800 ล้านดอลลาร์) คิดเป็นราว 4% ของเพดานอุปทาน Bitcoin ทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ

 

ราคา ETH พุ่งขึ้นกว่า 32% นับตั้งแต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นสองเท่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทะลุระดับ 2,500 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม และทำผลงานได้ดีกว่า Bitcoin ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com  ติดตามความเคลื่อนไหวการสะสม ETH ของ Bitmine ก่อนหน้านี้ได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 BitMine เข้าใกล้เป้า 5% Ethereum อีกก้าว ถือ ETH แตะ 5.82 ล้านเหรียญ ประกาศ Buyback สถิติใหม่
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Sam Bourgi), The Block (เขียนโดย James Hunt)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

สิ่งที่น่าสนใจในเคสนี้คือมันฉายภาพทั้งสองด้านของกลยุทธ์คลังสำรองคริปโตให้เห็นชัดในเวลาเดียวกัน ทั้งด้านที่ Bitmine ยังคงไล่ซื้อต่อเนื่องมาตลอด 14 เดือนแม้ในช่วงที่ราคาร่วงหนักจนขาดทุนทางบัญชีหลักพันล้านดอลลาร์ และด้านที่พอราคาฟื้นตัวเร็ว ขาดทุนก็ลดฮวบลงเร็วเช่นกัน สะท้อนว่ากลยุทธ์แบบนี้ต้องอาศัยความอดทนสูงมากและพร้อมรับความผันผวนของมูลค่าทางบัญชีตลอดเวลา นักลงทุนไทยที่ติดตามหุ้นกลุ่มคลังสำรองคริปโตควรเข้าใจว่าตัวเลข "ขาดทุนทางบัญชี" ไม่ใช่ขาดทุนจริงตราบใดที่บริษัทยังไม่ขายเหรียญออกมา แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามใกล้ชิดเช่นกัน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com