
BitMine อาจถึงเป้า 5% Ethereum ได้โดยไม่ต้องซื้อเพิ่ม แค่อาศัยรางวัล Staking ปีละ 135,000 ETH
BitMine Immersion Technologies บริษัทจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้การนำของ Tom Lee ที่ประกาศเป้าหมาย "Alchemy of 5%" หรือการถือครอง Ethereum ให้ได้ 5% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด กำลังเข้าใกล้เป้าหมายนี้เข้าไปทุกที แต่บทวิเคราะห์ล่าสุดจาก CryptoSlate ชี้ประเด็นที่น่าสนใจว่า บริษัทอาจไปถึงเป้าหมายนี้ได้โดยไม่ต้องซื้อ ETH เพิ่มอีกเลยแม้แต่เหรียญเดียว
ห่างเป้าแค่หลักแสนเหรียญ จากยอดถือครองเกือบ 6 ล้าน ETH
ข้อมูลที่ BitMine เปิดเผยอย่างเป็นทางการล่าสุดระบุว่า ณ วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทถือครอง Ethereum อยู่ที่ 5.9 ล้านเหรียญ และมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าซื้อเพิ่มอีกราว 51,000 เหรียญเมื่อวันที่ 1 กันยายน เมื่อเทียบกับเป้าหมาย 5% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด (ประมาณ 6.035 ล้านเหรียญ จากอุปทานหมุนเวียนราว 120.7 ล้านเหรียญ) เท่ากับ BitMine ยังขาดอยู่เพียงราว 134,000 ETH เท่านั้น
กลไกใหม่: ใช้รางวัล Staking แทนการซื้อเพิ่ม
จุดที่ CryptoSlate ชี้ให้เห็นคือ BitMine มี ETH ที่ Staked (นำไปฝากค้ำยันเครือข่ายเพื่อรับผลตอบแทน) อยู่แล้วถึง 5,067,309 เหรียญ ณ วันที่ 30 สิงหาคม สร้างผลตอบแทนที่อัตราต่อปีประมาณ 2.67% หรือคิดเป็นรางวัล Staking ราว 135,000 ETH ต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับส่วนที่ยังขาดอยู่มาก บทวิเคราะห์ระบุว่า หากยอดซื้อเพิ่มวันที่ 1 กันยายนได้รับการยืนยันจริง BitMine จะต้องเก็บรางวัล Staking ที่ได้รับไว้เพียงประมาณ 61% จากที่คำนวณไว้ตลอด 1 ปี ก็เพียงพอที่จะปิดช่องว่างและแตะเป้าหมาย 5% ได้แล้ว โดยไม่ต้องซื้อเพิ่มเลย
โจทย์เปลี่ยนจาก "ซื้อเท่าไหร่" เป็น "เก็บกำไรไว้เท่าไหร่"
ประเด็นสำคัญที่บทวิเคราะห์เน้นย้ำคือ เส้นทางสู่เป้าหมาย 5% กำลังเปลี่ยนจากคำถามเรื่องการซื้อเพิ่ม ไปเป็นคำถามด้านการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) แทน เพราะ BitMine เปิดเผยว่าบริษัทมีการแปลงรางวัล Staking ที่ได้รับเป็นสกุลเงินดอลลาร์เป็นระยะๆ เพื่อนำไปใช้จ่ายค่าดำเนินงาน ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ (มีการเปิดเผยการจ่ายเงินปันผลแล้ว 17 ครั้ง) โดยบริษัทยังไม่ได้ประกาศสัดส่วนตายตัวว่าจะเก็บรางวัล Staking ไว้ในงบดุลกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่า รางวัลทุกส่วนที่แปลงเป็นเงินสดไป ก็เท่ากับโอกาสที่จะไปถึงเป้าหมาย 5% แบบไม่ต้องซื้อเพิ่มก็หายไปด้วยเช่นกัน
อุปทาน ETH ที่ขยายตัว ทำให้เป้าหมายขยับหนีไปเรื่อยๆ
ความท้าทายที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นคือ อุปทานหมุนเวียนของ Ethereum เองก็ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่อุปทานรวมเพิ่มขึ้น จำนวน ETH ที่ BitMine ต้องถือครองเพื่อรักษาสัดส่วน 5% เดิมก็ต้องเพิ่มตามไปด้วย บทวิเคราะห์คำนวณไว้ 3 สถานการณ์ หากอุปทาน ETH คงที่ตลอด 2 ปี BitMine ต้องเก็บรางวัล Staking ไว้ราว 74% แต่หากอุปทานขยายตัวปีละ 0.5% สัดส่วนที่ต้องเก็บไว้จะเพิ่มเป็น 96.5% และหากอุปทานขยายตัวถึงปีละ 1% ต่อให้เก็บรางวัล Staking ไว้ทั้งหมด 100% ก็ยังไม่พอที่จะไปถึงเป้าหมายได้ ต้องกลับไปซื้อเพิ่มอยู่ดี
ทั้งนี้ ควรระบุให้ชัดว่าแม้ BitMine จะถือครอง ETH ครบ 5% ของอุปทานได้จริง ก็ไม่ได้มอบอำนาจการกำกับดูแล (Governance) หรือสิทธิควบคุมการดำเนินงานและการอัปเกรดเครือข่าย Ethereum แต่อย่างใด เป็นเพียงสัดส่วนการถือครองเชิงการเงินเท่านั้น
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:ติดตามความเคลื่อนไหวการช้อนซื้อ ETH ของ BitMine ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้า
👉 Bitmine ซื้อ ETH เพิ่มอีก 32,447 เหรียญ ใกล้เป้า 5% ของอุปทาน Ethereum แล้ว 97%
👉 Bitmine โกยรายได้ Staking Ethereum 46 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว คิดเป็น 98% ของรายได้รวม🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate, Cryptopolitan
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: มุมมองนี้น่าสนใจเพราะเปลี่ยนกรอบการมองเป้าหมาย 5% ของ BitMine จากเรื่อง "ซื้อไหวไหม" มาเป็นเรื่อง "วินัยทางการเงิน" แทน ซึ่งในทางปฏิบัติ BitMine เองมีประวัติจ่ายเงินปันผลและใช้รายได้จาก Staking เป็นกระแสเงินสดหลักของบริษัทอยู่แล้ว จึงยังไม่แน่ชัดว่าฝ่ายบริหารจะเลือกเก็บรางวัลไว้เพื่อไปให้ถึงเป้าสัญลักษณ์ 5% หรือจะยังคงแปลงเป็นเงินสดตามปกติต่อไป นักลงทุนที่ติดตามหุ้น BitMine ควรแยกให้ออกระหว่างเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์นี้กับปัจจัยพื้นฐานทางการเงินของบริษัทจริงๆ บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com