BitMEX ฟันธงวิกฤตบอนด์โลกจ่อจุดชนวน 'Bitcoin Supercycle' ชี้เทรนด์หนี้ $39 ล้านล้าน บีบสหรัฐฯ พิมพ์เงินสู้
Shang Wu นักวิจัยอาวุโสจาก BitMEX (กระดานเทรดคริปโตและตราสารอนุพันธ์ชื่อดัง) มองว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงทั่วโลกในขณะนี้ คือสัญญาณการเปลี่ยนแปลง "เชิงโครงสร้าง" ที่จะผลักดันให้ Bitcoin เข้าสู่ "Supercycle" (วัฏจักรขาขึ้นยาวกว่าปกติ) ในระยะยาว เนื่องจากธนาคารกลางถูกบีบให้เลือกระหว่างปล่อยให้รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้ หรือยอมลดค่าเงินของตัวเองลง
🌐 พันธบัตรทั่วโลกพุ่ง — สัญญาณเตือนวิกฤตเชิงระบบ
Shang Wu ระบุว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี (US 30-Year Treasury Yield) ทะลุระดับ 5.14% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่พันธบัตรอายุ 10 ปีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ก็แตะระดับ 2.8% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของตลาดตราสารหนี้ แต่กำลังส่งสัญญาณว่าโครงสร้างการเงินโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน เพราะระดับผลตอบแทนแบบนี้ไม่สามารถยั่งยืนได้ในระยะยาว และจะบีบให้รัฐบาลและธนาคารกลางต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ
"ธนาคารกลางถูกบีบให้จนมุม พวกเขาต้องเลือกระหว่างการล่มสลายของหนี้รัฐบาล หรือการลดค่าสกุลเงินของตนเอง" — Shang Wu
นักวิเคราะห์จาก BitMEX ยังกล่าวเสริมว่า ในมุมของ Bitcoin ความผันผวนระยะสั้นอาจจะรุนแรง แต่ในระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้คือ "ลมส่งเชิงโครงสร้าง" ที่จะหนุน Bitcoin เข้าสู่ Supercycle อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
💸 หนี้สหรัฐ $39 ล้านล้าน — ปัญหาที่ขึ้นดอกเบี้ยก็แก้ไม่ได้
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้ทะลุระดับ 39 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 1,400 ล้านล้านบาท) แล้ว ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในอิหร่าน กำลังดันราคาพลังงานและเงินเฟ้อให้สูงขึ้นไปอีก

โดยปกติ ธนาคารกลางจะใช้การ "ขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อสกัดเงินเฟ้อ แต่ Wu ชี้ว่าสถานการณ์ในปัจจุบันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อรัฐบาลมีหนี้สูงระดับ $39 ล้านล้าน การคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงจะทำให้ภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละปีบานปลายจนกินงบประมาณภาษีของรัฐบาลกลางทั้งหมด
"ที่อัตราดอกเบี้ยระดับนี้ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยรายปีของรัฐบาลจะกินฐานภาษีของรัฐบาลกลางทั้งหมดในไม่ช้า" — Wu กล่าว
พูดง่ายๆ คือ ทางเลือกของธนาคารกลางในตอนนี้ ไม่ใช่ "จะแก้ปัญหายังไง" แต่กลายเป็น "จะยอมให้สิ่งใดเสียหายมากกว่ากัน" ระหว่างค่าเงินกับงบประมาณรัฐบาล
🖨️ "QE แบบเงียบๆ" — มุมมองที่สอดคล้องกับ Lyn Alden
มุมมองของ Wu สอดคล้องกับ Lyn Alden (นักวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคชื่อดังและผู้สนับสนุน Bitcoin) ที่เคยให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลและธนาคารกลางมีแนวโน้มจะใช้เครื่องมือใหม่ๆ ในการอัดฉีดสภาพคล่อง โดยไม่ประกาศตัวว่าเป็น "QE" (Quantitative Easing — มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณที่ธนาคารกลางพิมพ์เงินซื้อสินทรัพย์เข้าระบบ)
เครื่องมือเหล่านี้รวมถึง Yield Curve Control (การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน) และ การซื้อคืนพันธบัตรแบบไม่ประกาศล่วงหน้า (unannounced buybacks) ซึ่งทั้งสองวิธีล้วนเพิ่มสภาพคล่องเข้าระบบโดยไม่ต้องใช้ชื่อ QE อย่างเป็นทางการ
สำหรับนักลงทุนคริปโต สิ่งเหล่านี้คือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดอย่าง Bitcoin ที่ไม่สามารถถูก "พิมพ์เพิ่ม" ได้ตามใจรัฐบาล
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับมุมมองของบุคคลในวงการ BitMEX และนักวิเคราะห์มาโครที่เกี่ยวข้อง
👉 Arthur Hayes ขายคริปโต 13 ล้านดอลลาร์ เตือน Bitcoin มีโอกาสร่วงแตะ $100,000
👉 [รีวิว] Broken Money (เงินปล้นโลก) หนังสือที่อธิบายว่าระบบการเงินกำลังปล้นคนทั้งโลกได้อย่างไร
👉 'Bitcoin' และ 'ดอลลาร์สหรัฐ' คือพันธมิตรที่เกื้อกูลกัน! BPI ชี้โมเดลคล้าย Petrodollar
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ inancefeeds.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict มุมมองของ Shang Wu สะท้อนวิทยานิพนธ์ที่ฝั่งผู้สนับสนุน Bitcoin หลายคนยึดถือมานาน — เมื่อรัฐบาลขนาดใหญ่ติดกับดักหนี้จนไม่มีทางออกสะอาดๆ การลดค่าเงินผ่านการพิมพ์เงินมักจะเป็นทางออกทางการเมืองที่ง่ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจคือสัญญาณ Yield พันธบัตรระยะยาวของทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่ขยับขึ้นพร้อมกัน บ่งชี้ว่าตลาดเริ่ม "เก็บส่วนเผื่อ" ความเสี่ยงด้านการเงินการคลังจริงจังขึ้น ในระยะยาว สินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดและไม่ถูกควบคุมโดยรัฐ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin หรือทองคำ จึงเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Bitcoin Supercycle BitMEX Bond Yield หนี้สหรัฐ Shang Wu Lyn Alden Quantitative Easing วิกฤตหนี้สาธารณะ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com