วอลเล็ตที่เชื่อว่าเป็นของผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub โยก ZEC 34,000 เหรียญ เข้า Hyperliquid สลับซื้อ BTC
27 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

วอลเล็ตที่เชื่อว่าเป็นของผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub โยก ZEC 34,000 เหรียญ เข้า Hyperliquid สลับซื้อ BTC

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน Lookonchain รายงานว่าวอลเล็ตที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับ Sakolkorn Sakavee ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธาน Bitkub Capital Group Holdings ได้โอนเหรียญ Zcash (ZEC) จำนวนราว 34,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 26.1 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่กระดานเทรด Hyperliquid ภายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามรายงานของ Cryptonews เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569

 

สำคัญที่ต้องย้ำคือ ตัวตนของเจ้าของวอลเล็ตนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Sakavee หรือ Bitkub การระบุตัวตนของ Lookonchain อ้างอิงจากรูปแบบการเคลื่อนไหวและการติดป้ายกำกับ (Labeling) ก่อนหน้านี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะระบุตัวผิดคน

 

💱 รายละเอียดธุรกรรม

 

ตามการติดตามของ Lookonchain วอลเล็ตดังกล่าวขาย ZEC ไปแล้วราว 24,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 18.5 ล้านดอลลาร์ และนำเงินที่ได้ไปซื้อ Bitcoin (BTC) จำนวน 238 เหรียญ ปัจจุบันวอลเล็ตยังถือ ZEC เหลืออยู่ราว 10,000 เหรียญ มูลค่าประมาณ 7.6 ล้านดอลลาร์บน Hyperliquid พร้อมตั้งคำสั่งขายส่วนที่เหลือไว้ที่ราคาประมาณ 780 ดอลลาร์ต่อเหรียญ

 

การโอนเหรียญจำนวนมากขนาดนี้เข้ากระดานเทรดมักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณเตรียมขาย และการที่นำเงินไปซื้อ BTC ต่อทันทีก็สะท้อนถึงการปรับพอร์ตเชิงกลยุทธ์ของเจ้าของวอลเล็ต แม้ตัวตนจริงจะยังไม่ได้รับการยืนยันก็ตาม

 

⏱️ จังหวะเวลาที่น่าสังเกต

 

ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Sakolkorn Sakavee ผู้ก่อตั้งและอดีตประธาน Bitkub Capital Group Holdings เพิ่งออกแถลงการณ์ผ่านวิดีโอ ยอมรับความรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อประเด็นการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับเว็บเทรดก่อนหน้านี้ สอดคล้องกับที่สำนักงาน ก.ล.ต. ไทยเคยกล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 รายในประเด็นแจ้งเท็จเหตุถูกแฮกมูลค่า 1,700 ล้านบาทเมื่อปี 2564

 

📊 บริบทตลาดและนัยสำคัญ

 

การโอนเงินก้อนใหญ่เข้ากระดานเทรดมักถูกนักเทรดจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นสัญญาณล่วงหน้าของความผันผวนราคา อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของธุรกรรมนี้อาจจำกัดเนื่องจากสภาพคล่องของ Zcash ยังต่ำกว่าสินทรัพย์หลักอย่าง Bitcoin และ Ethereum มาก ธุรกรรมนี้ยังสะท้อนแนวโน้มการใช้งานกระดานเทรด Perpetual แบบกระจายศูนย์อย่าง Hyperliquid ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ เนื่องจากค่าธรรมเนียมต่ำและรองรับการเทรดขนาดใหญ่ได้โดยไม่กระทบราคามากนัก

 

สำหรับนักลงทุนรายย่อย การเคลื่อนไหวของวาฬมักให้เบาะแสทิศทางตลาดได้บ้าง แม้ธุรกรรมเดียวจะไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ชัดเจนนัก แต่การสลับจาก ZEC เป็น BTC ก็อาจสะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อสินทรัพย์ที่มีเครือข่ายกว้างกว่าและได้รับการยอมรับจากสถาบันมากกว่า

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com ติดตามความเคลื่อนไหวของ Bitkub เพิ่มเติมได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 ก.ล.ต. กล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 ราย ปมแจ้งเท็จเหตุถูกแฮก 1,700 ล้านบาทปี 2564
👉 อดีตผู้จัดการฝ่ายการเงิน Bitkub ออกโรงชี้แจง ปมก.ล.ต. กล่าวโทษรายงานเท็จ ยันลูกค้าไม่เสียหาย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cryptonews, Lookonchain

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

ข่าวนี้ควรอ่านด้วยความระมัดระวัง เพราะจุดสำคัญที่สุดคือตัวตนของเจ้าของวอลเล็ตยังเป็นเพียงการคาดการณ์จากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ Sakavee หรือ Bitkub ยืนยันเอง อย่างไรก็ตาม จังหวะเวลาที่เกิดขึ้นพร้อมกับกรณี ก.ล.ต. ที่ Sakavee เพิ่งออกมารับผิดชอบเรื่องการรายงานข้อมูลก็ทำให้เรื่องนี้ถูกจับตามากขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับนักลงทุนไทย นี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการต้องแยกแยะระหว่าง "ข้อมูลออนเชนที่ตรวจสอบได้" กับ "การตีความตัวตนเจ้าของกระเป๋า" ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ควรรอการยืนยันอย่างเป็นทางการก่อนสรุปเป็นข้อเท็จจริง

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com