Bitcoin Core ปรับดัชนีธุรกรรมใหม่ ลดขนาดฐานข้อมูล 40 GB แต่ต้อง Rebuild เองก่อนได้ผล
27 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Bitcoin Core ปรับดัชนีธุรกรรมใหม่ ลดขนาดฐานข้อมูล 40 GB แต่ต้อง Rebuild เองก่อนได้ผล

ทีมพัฒนา Bitcoin Core ผสานโค้ดปรับโครงสร้างดัชนีธุรกรรมทางเลือก (Optional Transaction Index หรือ -txindex) แบบใหม่เข้าสู่ Master Branch เรียบร้อยแล้ว ผลทดสอบของผู้พัฒนารายหนึ่งพบว่าสามารถลดขนาดฐานข้อมูลลงได้ถึงราว 40 กิกะไบต์ ตามรายงานของ CryptoSlate เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569

 

💾 ลดขนาดได้เท่าไหร่ ต้องทำอะไรบ้าง

 

Pull Request หมายเลข 35531 ที่ถูกผสานเข้า Master Branch เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ช่วยลดขนาดฐานข้อมูล txindex บน Mainnet ของผู้พัฒนาคนดังกล่าวจากราว 66 กิกะไบต์ เหลือเพียง 26 กิกะไบต์ หรือลดลงประมาณ 61% ทั้งนี้ การลดขนาดนี้จำกัดอยู่เฉพาะดัชนีทางเลือกตัวนี้เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบล็อกเชนหลักหรือไฟล์อื่นๆ ในโฟลเดอร์ข้อมูลของโหนด

 

โค้ดนี้ถูกผสานเข้าต้นทางเรียบร้อยแล้ว แต่ไฟล์ไบนารีเวอร์ชันเสถียร (Stable Binary) จะต้องผ่านกระบวนการออกเวอร์ชันแยกต่างหาก และดัชนีเวอร์ชันของ Bitcoin Core ยังไม่ระบุชัดว่าเวอร์ชันไหนจะเป็นตัวแรกที่มีฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้จึงต้องรอดูหมายเหตุการอัปเดตของเวอร์ชันที่นำฟีเจอร์นี้ไปใช้จริงอีกที

 

⚙️ ดัชนีขนาดเล็กลงทำงานอย่างไร

 

ตัวเลือก -txindex ของ Bitcoin Core ทำหน้าที่เก็บฐานข้อมูลสำหรับค้นหาธุรกรรมด้วยหมายเลข ID เต็มรูปแบบ รูปแบบเดิมจะเก็บ ID ธุรกรรมขนาด 32 ไบต์เป็นคีย์ในฐานข้อมูล พร้อมข้อมูลตำแหน่งของธุรกรรมบนดิสก์

 

โครงสร้างใหม่เปลี่ยนมาใช้คีย์ค้นหาที่สั้นลงมาก คือ Prefix ขนาด 5 ไบต์ที่คำนวณจากฟังก์ชัน SipHash แบบใส่ Salt ตามด้วย Suffix ขนาด 6 ไบต์ที่เข้ารหัสลำดับบล็อกและตำแหน่งธุรกรรม ระบบยังคงตรวจสอบ ID ธุรกรรมแบบเต็มก่อนส่งผลลัพธ์กลับเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาการชนกัน (Collision) ที่อาจเกิดจากการใช้ Prefix สั้นลง โดย Bitcoin Optech อธิบายว่ากรณีชนกันจะทำให้ระบบต้องอ่านและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม แต่การตรวจสอบ ID เต็มจะป้องกันไม่ให้จับคู่ธุรกรรมผิดพลาด

 

⚡ ประสิทธิภาพและข้อควรระวัง

 

ผลทดสอบของผู้พัฒนาพบว่าประสิทธิภาพการค้นหายังคงเดิม ใช้เวลาราว 0.2 มิลลิวินาทีต่อครั้ง ส่วนการ Rebuild ดัชนีบน Mainnet ทั้งหมดใช้เวลา 1 ชั่วโมง 19 นาที เร็วกว่ารูปแบบเดิมที่ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 50 นาที ทั้งนี้ ตัวเลขอาจแตกต่างกันไปตามฮาร์ดแวร์ พื้นที่จัดเก็บ ความสูงของเชน และเวอร์ชันซอฟต์แวร์ที่ใช้

 

ผู้ที่เปิดใช้ -txindex อยู่แล้วจะยังใช้ฐานข้อมูลเดิมได้ตามปกติหลังอัปเกรด ไม่มีการบังคับ Rebuild ทันที แต่ข้อมูลเดิมจะยังคงมีขนาดใหญ่แบบเดิม ต้องสร้างดัชนีใหม่เองถึงจะได้พื้นที่ลดลงตามที่ทดสอบไว้จริง

 

ที่ต้องระวังคือ หากในอนาคตต้องการดาวน์เกรดกลับไปใช้เวอร์ชันเก่าหลังจาก Rebuild ไปแล้ว จะต้อง Rebuild ดัชนีอีกครั้งในรูปแบบเก่า เพราะเวอร์ชันก่อนหน้าไม่สามารถอ่านข้อมูลในรูปแบบใหม่ที่บีบอัดแล้วได้ ผู้ดูแลโหนดจึงควรวางแผนล่วงหน้าหากมีความเป็นไปได้ที่จะต้องย้อนกลับเวอร์ชันในอนาคต

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com
ติดตามความเคลื่อนไหวการพัฒนา Bitcoin Core เพิ่มเติมได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 Bitcoin Core เข้าสู่ Feature Freeze เวอร์ชัน 32.0 เตรียมออกจริงตุลาคมนี้
👉 Bitcoin Core ถกยกเลิก CJDNS หลังโหนดน้อยเสี่ยง Eclipse Attack ผู้ดูแลหลักเห็นด้วย
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CryptoSlate

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

ข่าวนี้อาจดูเป็นเรื่องทางเทคนิคเฉพาะกลุ่มคนรัน Node แต่สะท้อนภาพที่ดีว่าทีมพัฒนา Bitcoin Core ยังคงทำงานปรับปรุงประสิทธิภาพเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ฟีเจอร์ที่กระทบราคาหรือผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง การลดภาระพื้นที่จัดเก็บแบบนี้มีความสำคัญต่อการกระจายศูนย์ในระยะยาว เพราะยิ่งใช้พื้นที่น้อยลง ยิ่งมีคนทั่วไปที่พร้อมรันโหนดของตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความปลอดภัยเครือข่าย Bitcoin ในภาพรวม

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com