
Bernstein เพิ่มเป้า Bitcoin แตะ $150,000 กลางปี 2027 แต่หั่นเป้าหุ้น Strategy เหลือ $350
Bernstein บริษัทวิจัยการลงทุนชื่อดัง ปรับเป้าราคา Bitcoin ใหม่ คาดว่าจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 150,000 ดอลลาร์ภายในกลางปี 2570 และแตะประมาณ 300,000 ดอลลาร์ในจุดสูงสุดของรอบตลาดถัดไปช่วงปี 2572 โดยให้เหตุผลว่ากระแส "Debasement Trade" หรือการหนีเงินสดไปหาสินทรัพย์ที่พิมพ์เพิ่มไม่ได้ อาจเป็นแรงหนุนสำคัญเพิ่มเติม แต่ในขณะเดียวกันก็ปรับลดเป้าราคาหุ้น Strategy บริษัทถือครอง Bitcoin รายใหญ่ลงเหลือ 350 ดอลลาร์ ตามรายงานของ The Block เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569
📊 เหตุผลเบื้องหลังเป้าราคาใหม่
ทีมนักวิเคราะห์ของ Bernstein นำโดย Gautam Chhugani ระบุในจดหมายถึงลูกค้าเมื่อวันพุธว่า ยุค 40 ปีที่อัตราดอกเบี้ยขาลงต่อเนื่องได้จบลงแล้ว ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนชำระหนี้ที่สูงขึ้น หลังหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์ระบุว่า "ผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นสร้างวงจรตอกย้ำตัวเอง ทั้งภาระดอกเบี้ยที่มากขึ้น การขาดดุลการคลังที่ใหญ่ขึ้น และความจำเป็นในการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความยั่งยืนของหนี้กลายเป็นความท้าทายเชิงนโยบายที่ทวีความรุนแรง" Bernstein คาดว่าผู้กำหนดนโยบายท้ายที่สุดจะเลือกทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง (Currency Debasement) มากกว่าจะปล่อยให้เกิดวิกฤตการคลัง ซึ่งอาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์หายากที่สร้างเพิ่มหรือเจือจางไม่ได้ง่ายๆ อย่าง Bitcoin
ธีมนี้เริ่มสะท้อนในพฤติกรรมการเทรดกองทุน ETF แล้วเช่นกัน โดย Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสด้าน ETF ของ Bloomberg ระบุเมื่อวันอังคารว่า "กระแส Debasement Trade เริ่มเข้ามาแทนที่กระแสคลั่ง AI" โดย IBIT กองทุน Bitcoin Spot ETF ของ BlackRock และ GLD กองทุนทองคำของ SPDR กลับขึ้นมาติดอันดับ 10 กองทุน ETF ที่มีการซื้อขายมากที่สุด แทนที่กองทุนกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เคยครองอันดับตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมา
📈 ตัวเลขสนับสนุนสถานะ "สินทรัพย์แข็ง" ของ Bitcoin
Bernstein ระบุว่าฐานผู้ถือ Bitcoin การเข้าถึงที่กว้างขึ้นทั้งฝั่งสถาบันและรายย่อย รวมถึงสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่เอื้ออำนวยมากขึ้น เป็นปัจจัยหนุนสถานะความเป็น "สินทรัพย์แข็ง" ของ Bitcoin โดยราว 59% ของ Bitcoin ทั้งหมดไม่เคยขยับเลยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาปรับตัวขึ้นแล้ว 28% ในรอบ 10 วันที่ผ่านมา หลังเคยร่วงลงมาแล้วราว 50% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2568 ทีมวิเคราะห์มองว่าแรงซื้อจาก ETF Spot Bitcoin และคลังบริษัทต่างๆ อาจช่วยจำกัดการร่วงลงครั้งนี้ไม่ให้รุนแรงเท่ารอบก่อนหน้าที่เคยร่วงถึง 75-90%
🎯 เป้าราคาฐานและเป้าราคากรณีดีที่สุด
สถานการณ์ฐาน (Base Case) ของ Bernstein ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า Bitcoin ยังคงเดินตามวัฏจักร 4 ปีตามประวัติศาสตร์ โดยใช้โมเดลประเมินมูลค่าเป็นทวีคูณของต้นทุนการผลิตส่วนเพิ่ม (Marginal Cost of Production) ภายใต้สมมติฐานนี้ Bitcoin จะกลับไปแตะราว 125,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2569 ขยับขึ้นเป็น 150,000 ดอลลาร์กลางปี 2570 และแตะราว 300,000 ดอลลาร์ในปี 2572
แต่ Bernstein ก็เสนอกรณีเร่งตัวเร็วขึ้นไว้ด้วย หากเงินทุนสถาบันไล่ซื้อ Bitcoin แรงขึ้นท่ามกลางกระแสค่าเงินอ่อนค่า นักวิเคราะห์มองว่าราคาอาจแตะ 200,000 ดอลลาร์ภายในกลางปี 2570 และอาจพุ่งสูงสุดถึง 500,000 ดอลลาร์ในปี 2572 ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าราคาระยะยาวไว้ที่ราว 1 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2576 เหมือนเดิม
📉 ทำไมต้องหั่นเป้าหุ้น Strategy
ในขณะเดียวกัน Bernstein ยังคงเรตติ้ง Outperform ให้กับ Strategy บริษัทคลังสำรอง Bitcoin รายใหญ่ แต่ปรับลดเป้าราคาหุ้นลงเหลือ 350 ดอลลาร์ จากเดิม 450 ดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่ามาจากมุมมองวัฏจักร Bitcoin ที่ปรับใหม่ และการเจือจางหุ้น (Equity Dilution) ที่เร่งตัวเร็วขึ้น เป้าราคาใหม่นี้ยังคงหมายถึงส่วนต่างขาขึ้นถึง 176% จากราคาปิดของ Strategy ที่ 126.83 ดอลลาร์เมื่อวันอังคาร
ปัจจุบัน Strategy ถือครอง Bitcoin อยู่ 840,447 เหรียญ คิดเป็นประมาณ 4% ของอุปทาน Bitcoin ทั้งหมด โดย Bernstein ระบุว่างบดุลที่แข็งแกร่งขึ้นของบริษัทรองรับภาระดอกเบี้ยและเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิได้นานถึง 3.9 ปี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เสริมว่าหาก Bitcoin ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง และหุ้นบุริมสิทธิ STRC ของบริษัทฟื้นตัวกลับไปแตะ 100 ดอลลาร์ได้ Strategy ก็อาจ "กลับมาซื้อ Bitcoin แบบดุดันอีกครั้ง"
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com
ติดตามความเคลื่อนไหวราคา Bitcoin และมุมมองนักวิเคราะห์เพิ่มเติมได้จากที่เราเคยรายงานไว้
👉 CryptoQuant ชี้ Bitcoin เข้าสู่ตลาดกระทิงแล้ว แต่ต้องทะลุ $83,000 ก่อนยืนยันอย่างเป็นทางการ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
น่าสังเกตว่า Bernstein เคยประเมินไว้เมื่อปลายปี 2568 ว่า Bitcoin จะแตะ 200,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนั้น ซึ่งไม่เป็นไปตามคาด สะท้อนว่าแม้แต่บริษัทวิจัยชื่อดังก็ต้องปรับเป้าตามสถานการณ์จริงอยู่เสมอ เป้าใหม่ 150,000 ดอลลาร์ครั้งนี้จึงควรมองเป็นกรอบอ้างอิงระยะยาว ไม่ใช่คำยืนยันว่าราคาจะไปถึงจริง สื่อต่างประเทศบางสำนักเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าเป้าหมายนี้ "ค่อนข้างท้าทาย" ในสายตานักวิเคราะห์บางราย ส่วนการหั่นเป้าหุ้น Strategy ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าบริษัทที่ผูกอนาคตไว้กับ Bitcoin เต็มตัวยังมีความเสี่ยงเฉพาะตัวจากโครงสร้างทุนของบริษัทเองด้วย ไม่ใช่แค่ราคา Bitcoin อย่างเดียว
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com