
วิเคราะห์ตลาด Bitcoin: ราคาแกว่งใกล้ $77,000 ETF พลิกไหลออก ตลาดจับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย 15 ก.ย.
Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว 77,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้าวันพุธ ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.13% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่กองทุน Bitcoin ETF สปอตในสหรัฐฯ พลิกกลับมามีเงินไหลออกสุทธิ หลังจากที่เดือนสิงหาคมทั้งเดือนมีเงินไหลเข้าสะสมกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ พร้อมกันนั้น ตลาดยังปรับเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนนี้ กดดันบรรยากาศการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
ราคาล่าสุดและสัญญาณเทคนิค
ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ 77,026 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวม 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 26,570 ล้านดอลลาร์ ด้านดัชนี RSI (ดัชนีวัดแรงซื้อแรงขายสัมพัทธ์) อยู่ที่ 66 สะท้อนแรงซื้อที่ยังหนักแน่นแต่ยังไม่ถึงขั้นซื้อมากเกินไป ขณะที่ MACD (ดัชนีวัดโมเมนตัมของราคา) อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ บ่งชี้โมเมนตัมขาขึ้นกำลังชะลอตัวลง
แนวรับสำคัญระยะสั้นอยู่ที่เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (EMA) บริเวณ 72,367 ดอลลาร์ และเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน บริเวณ 69,238 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับเชิงโครงสร้างที่ลึกกว่าอยู่ที่ 66,500 และ 62,300 ดอลลาร์ ด้านแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 85,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ราคาต้องยืนเหนือได้อย่างมั่นคงเพื่อยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้นจริง
ETF พลิกไหลออก 236 ล้านดอลลาร์ สวนทางเทรนด์เดือนสิงหาคม
กองทุน Bitcoin ETF สปอตในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 236.46 ล้านดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถือเป็นการพลิกกลับจากเดือนสิงหาคมที่มีเงินไหลเข้าสะสมรวมประมาณ 3,500 ล้านดอลลาร์ และเคยมีเงินไหลเข้าเดี่ยววันเดียวสูงถึง 216.7 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม สัญญาณการพลิกกลับนี้ถือเป็นจุดที่นักลงทุนสถาบันเริ่มวางท่าทีระมัดระวังมากขึ้น และหากเงินไหลออกยังดำเนินต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น อาจกดดันให้ราคาปรับฐานลึกกว่านี้ได้
ตลาดจับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย โอกาสพุ่งจาก 41% เป็น 70% ภายในสัปดาห์เดียว
เครื่องมือ CME FedWatch ที่ใช้คาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า แสดงให้เห็นว่านักลงทุนให้น้ำหนักโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายนนี้ อยู่ที่ราว 70.2% เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากเพียง 41.43% เมื่อวันจันทร์ก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากคำพูดของ Kevin Warsh ประธานเฟด ในงาน Jackson Hole ที่ส่งสัญญาณไม่เชื่อว่าเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลงจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่กดดันตลาด Bitcoin มาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม
แรงกดดันรอบด้าน จากราคาน้ำมันถึงผลตอบแทนพันธบัตร
นอกจากปัจจัยเฟดแล้ว ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 90.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันความน่าดึงดูดของสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ในสายตานักลงทุนสถาบัน
"นี่คือการปรับฐานที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพคล่อง ไม่ใช่การพังทลายเชิงโครงสร้าง หากต้นทุนเงินทุนผ่อนคลายลงและกระแสเงินทุน ETF กลับมาเสถียร Bitcoin ก็สามารถฟื้นตัวได้"
— Dean Chen นักวิเคราะห์จาก Bitunix
บรรยากาศตลาดโดยรวมยังไม่ตื่นตระหนก
แม้ราคาจะปรับฐานลงจากจุดสูงสุดที่เคยแตะ 81,500 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ก่อนหน้า แต่ดัชนี Fear and Greed (ดัชนีวัดความกลัวและความโลภของตลาด) ยังคงอยู่ในโซน Greed ที่ระดับ 61-70 สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตื่นตระหนกมากนัก แม้จะต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนสิงหาคมก็ตาม ด้านสถานะการเทรดบน Binance พบว่าสัดส่วนสถานะ Long (เดิมพันราคาขึ้น) ยังครองสัดส่วนสูงถึง 56.3% ของบัญชีทั้งหมด โดยมีอัตราค่าธรรมเนียม Funding Rate อยู่ที่ 0.007% ต่อ 8 ชั่วโมง ซึ่งยังอยู่ในระดับปกติไม่ตึงตัว
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 วิเคราะห์ตลาด Bitcoin: ร่วงหลุด $78,000 หลังสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน แม้ ETF ไหลเข้าเปิดเดือนบวก
👉 Bitcoin หลุด $80,000 หลัง Warsh พูดที่ Jackson Hole ไม่เชื่อเงินเฟ้อชะลอจริง🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: FXStreet, CoinGecko, InvestingLive
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ตัวเลขที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือทิศทางเงินไหลออกจาก ETF ว่าจะเป็นแค่การพักฐานระยะสั้นหรือเริ่มเป็นเทรนด์ต่อเนื่อง เพราะเงินไหลออก 236 ล้านดอลลาร์เพียงวันเดียวยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับยอดไหลเข้าสะสมทั้งเดือนสิงหาคม แต่ถ้าสัปดาห์หน้าเงินยังไหลออกต่อเนื่องประกอบกับความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยจริง อาจเป็นแรงกดดันที่หนักขึ้นสำหรับตลาดคริปโตโดยรวม นักลงทุนควรติดตามผลการประชุมเฟดวันที่ 15-16 กันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นจุดชี้วัดสำคัญของทิศทางตลาดในช่วงที่เหลือของเดือนนี้
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com