
Bitcoin ใกล้เกิด Golden Cross อีกครั้ง คราวนี้สัญญาณจาก USDT Dominance หนุนขาขึ้นจริง
Bitcoin กำลังเข้าใกล้การเกิดสัญญาณ Golden Cross (จุดตัดทองคำ สัญญาณทางเทคนิคเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว) หนึ่งในสัญญาณขาขึ้นที่เก่าแก่ที่สุดในตลาดการเงิน แม้สถิติความแม่นยำในอดีตจะไม่ชัดเจนนัก แต่ครั้งนี้มีสัญญาณสนับสนุนเพิ่มเติมจาก USDT สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐฯ) ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลก ขณะที่ราคา Bitcoin ล่าสุดอยู่ที่ราว 77,819 ดอลลาร์
Golden Cross คืออะไร ทำไมนักลงทุนจับตา
Golden Cross เกิดขึ้นเมื่อเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น 50 วัน (Moving Average ค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลังที่ใช้ดูแนวโน้ม) ของสินทรัพย์ ปรับตัวขึ้นตัดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว 200 วัน สะท้อนว่าโมเมนตัมราคาช่วงหลังแรงกว่าแนวโน้มระยะยาวโดยรวม มักถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเป็นขาขึ้นระยะยาว ตัวเลข 50 และ 200 วันไม่มีความพิเศษทางคณิตศาสตร์แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นกรอบเวลาที่นักเทรดหลายรุ่นใช้ติดตามกันมาต่อเนื่องในตลาดหุ้น พันธบัตร สินค้าโภคภัณฑ์ และท้ายที่สุดก็มาถึงตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม สัญญาณนี้ถูกวิจารณ์อยู่เสมอว่าเป็นสัญญาณตามหลังราคา (Lagging Indicator) ไม่ใช่สัญญาณนำ เพราะอิงจากค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ทำให้บ่อยครั้งสัญญาณปรากฏขึ้นหลังจากราคาเคลื่อนไหวไปมากแล้ว
สถิติย้อนหลัง 12 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2012 ผลลัพธ์ไม่แน่นอน
นับตั้งแต่ปี 2555 Bitcoin เคยเกิด Golden Cross มาแล้ว 12 ครั้ง มีเพียง 3 ครั้งที่ตามมาด้วยการปรับตัวขึ้นแรงและยั่งยืน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ราคาปรับขึ้นถึง 306% ในปีถัดมา ครั้งที่สองในเดือนตุลาคม 2558 สัญญาณอยู่ได้นานกว่า 2 ปี พาราคาขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในตอนนั้นที่เกือบ 19,800 ดอลลาร์เมื่อเดือนธันวาคม 2560 และครั้งที่สามในเดือนพฤษภาคม 2563 ราคาปรับขึ้น 312% ในปีถัดมา จนแตะเกือบ 64,900 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา
ในทางกลับกัน มีถึง 2 ครั้งที่สัญญาณอยู่ได้ไม่นานพอจะมีความหมาย คือเดือนกรกฎาคม 2557 และกรกฎาคม 2558 ที่ถูกล้างด้วยสัญญาณ Death Cross (จุดตัดมรณะ สัญญาณตรงข้ามกับ Golden Cross) ภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน ส่วนสัญญาณอื่นๆ บางครั้งให้ผลตอบแทน 3 เดือนแรกที่ดีเกิน 40% แต่ก็ถูกล้างด้วย Death Cross ก่อนครบ 1 ปี เช่นสัญญาณเดือนกันยายน 2564 ที่ราคาขยับขึ้นเพียง 1.5% ก่อนสัญญาณจะหายไป ไม่นานหลังจากนั้นราคา Bitcoin ก็ร่วงลงกว่า 70% จากจุดสูงสุด เมื่อรวมทั้งหมด ในบรรดา 9 ครั้งที่วัดผลตอบแทน 3 เดือนได้ ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 24.9% แต่มีเพียง 3 ใน 12 ครั้งเท่านั้นที่สัญญาณอยู่รอดครบ 1 ปีโดยไม่ถูก Death Cross ล้าง และในกลุ่มนั้นผลตอบแทนเฉลี่ยรอบ 12 เดือนอยู่ที่ 250%
ครั้งนี้ต่างจากเดิมตรงไหน: สัญญาณจาก USDT Dominance
สิ่งที่ทำให้รอบนี้น่าสนใจกว่าคือดัชนี USDT Dominance (สัดส่วนมูลค่าตลาดของ USDT เทียบกับมูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมด) กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่มักสัมพันธ์กับราคาคริปโตขาขึ้น โดยทั่วไป เมื่อ USDT Dominance ลดลง มักตีความว่าเป็นสัญญาณ Risk-On (นักลงทุนกล้าเสี่ยงมากขึ้น) เพราะเงินทุนกำลังไหลออกจากสเตเบิลคอยน์ที่มีลักษณะคล้ายเงินสด เข้าสู่ Bitcoin และคริปโตอื่นๆ แต่ก็ต้องระวังว่าค่านี้เป็นอัตราส่วน จึงอาจลดลงได้เองหากสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นเร็วกว่าปริมาณ USDT ที่ออกใหม่ แม้จะไม่มีใครถอนเงินออกจาก USDT จริงก็ตาม
ในอดีต การแกว่งตัวของ USDT Dominance เคยเป็นสัญญาณบ่งชี้การเปลี่ยนแนวโน้มครั้งใหญ่ของ Bitcoin มาแล้ว ตัวอย่างเช่น ดัชนีนี้เคยเกิด Golden Cross เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ก่อนจะพุ่งขึ้นต่อเนื่องขณะที่ราคา Bitcoin เริ่มปรับตัวลง และล่าสุดอัตราส่วนนี้กำลังเข้าใกล้จุด Death Cross ของตัวเอง โดยเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันกำลังจะตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งนักเทรดมักตีความการลดลงต่อเนื่องของ USDT Dominance ว่าเป็นสัญญาณ Risk-On เพราะสัดส่วนมูลค่าตลาดคริปโตที่อยู่นอกสเตเบิลคอยน์กำลังเพิ่มขึ้น
เมื่อรวมสองสัญญาณเข้าด้วยกัน ทั้ง Golden Cross ของ Bitcoin และแนวโน้ม Death Cross ของ USDT Dominance ที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงบ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าโมเมนตัมราคาล่าสุดกำลังแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่สเตเบิลคอยน์กำลังมีสัดส่วนที่เล็กลงในภาพรวมตลาดคริปโตทั้งหมด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:ประเด็น USDT Dominance เคยเป็นข่าวมาแล้วในบริบทที่เกี่ยวข้องกัน
👉 Altcoin พุ่งแรง! USDT Dominance ร่วง สัญญาณ 'Altseason' ใกล้มา🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: ต้องเน้นย้ำว่าสถิติในอดีตชี้ชัดว่า Golden Cross ของ Bitcoin เพียงอย่างเดียวไม่ใช่การรับประกันขาขึ้นระยะยาว มีเพียง 1 ใน 4 ของสัญญาณทั้งหมดที่อยู่รอดครบ 1 ปี การมีสัญญาณสนับสนุนจาก USDT Dominance เพิ่มเติมในรอบนี้ทำให้ภาพดูน่าสนใจกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต แต่ก็ยังต้องระวังว่าทั้งสองสัญญาณเป็น Lagging Indicator เหมือนกัน คือสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วมากกว่าจะทำนายอนาคต นักลงทุนจึงควรใช้สัญญาณเหล่านี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่สัญญาณเดียวที่ใช้ตัดสินใจซื้อขาย
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com