นักกลยุทธ์มองเป้า Bitcoin $180,000 หาก Treasury เร่งซื้อคืนพันธบัตรต่อเนื่อง
21 August 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

นักกลยุทธ์มองเป้า Bitcoin $180,000 หาก Treasury เร่งซื้อคืนพันธบัตรต่อเนื่อง

แผนของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับ Bitcoin ด้วยการช่วยลดแรงกดดันสำคัญตัวหนึ่งที่กดตลาดคริปโตมาตลอด ตามความเห็นของ Mark Connors นักกลยุทธ์มหภาคและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ของ Risk Dimensions นักลงทุนตลาดพันธบัตรมากประสบการณ์ ตามรายงานของ CoinDesk

 

💵 Bessent ส่งสัญญาณเร่งซื้อคืนเกิน 4,000 ล้านดอลลาร์

 

Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่ารัฐบาลคาดจะดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ และอาจเพิ่มขนาดเกินกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ คำพูดดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เทรดอยู่ที่ราว 4.68% เพิ่มขึ้น 3 Basis Point ในวันนั้น โดยหลังถ้อยแถลงของ Bessent ราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นต่อจนใกล้แตะ 73,000 ดอลลาร์

 

เราต้องการแสดงให้เห็นว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง เรามีเครื่องมือให้เลือกใช้อีกมาก

Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

 

📉 ทำไม Buyback ถึงช่วย Bitcoin ได้

 

Connors อธิบายว่าการเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรของ Treasury ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติและสำคัญ สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังตอบสนองต่อแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมระยะยาวที่พุ่งสูงขึ้น เขามองว่าเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสูง เงินทุนมักไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลและออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต การซื้อคืนพันธบัตรจะช่วยพยุงราคาพันธบัตรและควบคุมอัตราผลตอบแทนไม่ให้สูงเกินไป ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันส่วนนี้ลงได้ แม้การซื้อคืนช่วงแรกยังมีขนาดเล็ก แต่ Connors คาดว่าวงเงินสนับสนุนของ Treasury อาจขยายไปถึง 10,000-30,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนในที่สุด ซึ่งมากกว่าตัวเลข 4,000 ล้านดอลลาร์ที่ Bessent ประกาศไว้หลายเท่า

 

นี่คือสัญญาณแรก ผมคาดว่าการซื้อคืนพันธบัตรของ Treasury จะขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรัฐบาลต้องเผชิญโจทย์หาผู้ซื้อพันธบัตรให้เพียงพอ

Mark Connors ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน Risk Dimensions

 

🎯 เป้าหมาย $180,000 และความเสี่ยงจาก CLARITY Act

 

Connors เคยมองว่า Bitcoin จะยังทรงตัวไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนตามวัฏจักร 4 ปีแบบดั้งเดิม แต่มาตรการ Buyback ครั้งนี้ทำให้เขาไม่มั่นใจแล้วว่านักลงทุนจะต้องรอนานขนาดนั้น เขายังชี้ว่าอีกก้าวสำคัญที่ต้องจับตาคือการผ่อนคลายอัตราส่วนเลเวอเรจเสริม (Supplementary Leverage Ratio หรือ SLR) ซึ่งกำหนดว่าธนาคารพาณิชย์ถือครองพันธบัตรรัฐบาลได้มากแค่ไหนเทียบกับเงินกองทุนของตัวเอง หากผ่อนคลายกฎนี้ ธนาคารจะมีที่ว่างมากขึ้นในการดูดซับพันธบัตรรัฐบาล "เมื่อถึงจุดนั้น นั่นคือช่วงที่ Bitcoin จะเริ่มไล่ล่าราคา 180,000 ดอลลาร์เป็นระดับแรก" Connors ระบุ พร้อมตั้งเป้าราคาสำหรับรอบวัฏจักรนี้จนถึงปี 2030 ไว้ที่ 180,000-360,000 ดอลลาร์ ในระยะสั้น Jim Ferraioli ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยคริปโตของ Charles Schwab ระบุว่าแบบจำลองก่อนหน้านี้พบว่ามีสถานะช็อต Bitcoin แบบเลเวอเรจกระจุกตัวหนาแน่นอยู่ที่โซนราคา 72,000 ดอลลาร์ หากราคายืนเหนือระดับนี้ได้หรือทะลุขึ้นไปต่อเนื่อง อาจกดดันให้นักเทรดฝั่งช็อตต้องปิดสถานะหรือถูกบังคับปิด ซึ่งจะยิ่งดันราคาขึ้นต่อ อย่างไรก็ตาม Connors เตือนว่าความเสี่ยงระยะสั้นที่แท้จริงอยู่ที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act หากไม่มีความคืบหน้าภายในราววันที่ 15 กันยายน เขามองว่า Bitcoin มีโอกาสร่วงกลับจากระดับ 72,000 ดอลลาร์ได้

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
ความเคลื่อนไหวจากตัวเร่งเดียวกันที่เราเคยรายงาน
👉 Bitcoin ทะลุเส้น 200 วันครั้งแรกในรอบ 9 เดือน แตะ $72,600 Standard Chartered มองทะลุ $100,000 ปลายปี
👉 ETF Bitcoin ไหลเข้า $517 ล้าน สูงสุดรอบ 3.5 เดือน BlackRock IBIT นำทีมกวาด $284 ล้าน

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ต้องย้ำว่าตัวเลข 180,000 ดอลลาร์ เป็นมุมมองส่วนตัวของ Connors ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้วหรือคำแนะนำการลงทุน และตัวเขาเองก็วางเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่าต้องเห็น Treasury ขยายวงเงิน Buyback จริงและอาจต้องมีการผ่อนคลาย SLR ควบคู่กันด้วย ซึ่งยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ ที่สำคัญกว่าคือ Connors เองก็ยอมรับว่าความเสี่ยงระยะสั้นแท้จริงผูกอยู่กับ CLARITY Act ไม่ใช่ตัวเลข Buyback ดังนั้นนักลงทุนไทยควรติดตามความคืบหน้าของกฎหมายฉบับนี้ในช่วงกลางเดือนกันยายนอย่างใกล้ชิด มากกว่าจะยึดตัวเลขเป้าหมายราคาเป็นหลัก

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, Mark Connors, Risk Dimensions, Treasury buyback, Scott Bessent, SLR, CLARITY Act, price target

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com