
USDT (Tether) คืออะไร วิธีโอน USDT จาก Binance TH ทีละขั้นตอน (อัปเดต 2026)
USDT (Tether) คือ stablecoin ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ 1:1 มูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม stablecoin รู้จักกลไกทุนสำรอง ประวัติปัญหา NYAG/CFTC และวิธีโอน USDT จาก Binance TH ทีละขั้นตอนพร้อมภาพจริง
ราคาบาท
33 บาท
มูลค่าตลาด
$183.38B
ปริมาณ 24 ชม.
$57.08B
ข้อมูลจาก CoinGecko ณ 15 ก.ย. 2569 15:01 น. · อัปเดตทุก 15 นาที
USDT (Tether) คือ stablecoin หรือเหรียญคริปโตที่ออกแบบมาให้ราคาคงที่ ไม่ผันผวนขึ้นลงเหมือนเหรียญทั่วไปอย่าง Bitcoin หรือ Ethereum เพราะผูกมูลค่าไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1 USDT เท่ากับ 1 ดอลลาร์เสมอ ต่างจากเหรียญคริปโตส่วนใหญ่ที่ราคาขึ้นอยู่กับแรงซื้อขายในตลาด USDT ออกโดยบริษัท Tether ซึ่งถือเหรียญดอลลาร์และสินทรัพย์อื่นสำรองไว้เพื่อรองรับมูลค่าที่ออกไป
ปัจจุบัน USDT คือ stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 3 รองจาก Bitcoin และ Ethereum เท่านั้น ใช้กันแพร่หลายทั้งเป็นสกุลเงินกลางในการซื้อขายเหรียญคริปโตบนเว็บเทรดทั่วโลก เป็นช่องทางโอนเงินข้ามประเทศที่รวดเร็วกว่าระบบธนาคารแบบเดิม และเป็นที่พักเงินชั่วคราวเวลาตลาดผันผวน สำหรับคนไทยจำนวนมาก คำค้นหาที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับ USDT บนอินเทอร์เน็ตคือคำถามเชิงปฏิบัติอย่าง "วิธีโอน USDT จาก Binance TH" มากกว่าคำถามว่า USDT คืออะไร บทความนี้จึงตั้งใจอธิบายทั้งสองส่วนให้ครบ ทั้งความรู้พื้นฐานและขั้นตอนโอนจริงแบบจับต้องได้
USDT คืออะไร
สรุปง่ายๆ สำหรับมือใหม่
ลองนึกภาพ USDT เหมือนตั๋วแลกเงินดิจิทัล บริษัท Tether รับเงินดอลลาร์จริงเข้ามา แล้วออกโทเคน USDT จำนวนเท่ากันให้ผู้ใช้ถือแทน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนต้องการแลกคืนเป็นเงินดอลลาร์ (ผ่านช่องทางที่ Tether รองรับโดยตรง ซึ่งปกติสงวนไว้สำหรับลูกค้าสถาบันหรือผู้ใช้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนระดับสูง) บริษัทก็จะทำลายโทเคนนั้นทิ้งแล้วคืนเงินดอลลาร์ให้ กลไกนี้ทำให้ 1 USDT ควรมีมูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์อยู่เสมอ ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ซื้อเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาแบบเหรียญคริปโตทั่วไป
จุดต่างที่สำคัญที่สุดระหว่าง USDT กับ Bitcoin หรือ Ethereum คือ USDT ไม่มีเครือข่าย Blockchain เป็นของตัวเองในความหมายเดียวกับเหรียญเหล่านั้น USDT เป็นโทเคนที่ออกอยู่บนเครือข่าย Blockchain หลายสายพร้อมกัน (เช่น Ethereum, Tron, Solana) โดยมีบริษัท Tether เป็นผู้ควบคุมการออกและทำลายโทเคนอยู่เบื้องหลัง ต่างจาก Bitcoin ที่ไม่มีบริษัทใดเป็นเจ้าของ
ลักษณะสำคัญของ USDT
- ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ 1 ต่อ 1 ราคาควรอยู่ใกล้เคียง 1 ดอลลาร์ตลอดเวลา ต่างจากเหรียญคริปโตทั่วไปที่ราคาขึ้นลงตามแรงซื้อขาย ความเบี่ยงเบนเล็กน้อยระดับเศษสตางค์เป็นเรื่องปกติของกลไกตลาด แต่ไม่ควรเบี่ยงเบนมาก
- ออกอยู่บนหลายเครือข่าย Blockchain Tether ออก USDT บนเครือข่ายหลักมากกว่า 10 สายพร้อมกัน เช่น Ethereum, Tron, BNB Chain, Solana, Avalanche ทำให้ USDT บนแต่ละเครือข่ายมีค่าธรรมเนียมและความเร็วในการโอนต่างกัน แม้จะเป็นเหรียญเดียวกัน
- มีทุนสำรองหนุนหลังส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น (US Treasury Bills) ไม่ใช่แค่เงินสดในบัญชีธนาคารอย่างที่หลายคนเข้าใจ รายละเอียดโครงสร้างทุนสำรองอธิบายในหัวข้อถัดไป
- บริษัทเอกชนเป็นผู้ออกและควบคุม ต่างจาก Bitcoin หรือ Ethereum ที่ไม่มีเจ้าของ USDT มีบริษัท Tether เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะออกหรือทำลายโทเคนเมื่อไหร่ และมีอำนาจอายัดโทเคนในบางกรณี เช่น ทำตามคำสั่งหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
- ใช้เป็นสกุลเงินกลางของตลาดคริปโต คู่เทรดส่วนใหญ่บนเว็บเทรดทั่วโลกอ้างอิงราคาเป็น USDT ทำให้เป็นเหรียญที่มีปริมาณการซื้อขายต่อวันสูงที่สุดตัวหนึ่งของตลาด

ที่มา: tether.to (เข้าถึง 15 ก.ย. 2026)
ประวัติและสถิติคร่าวๆ
USDT ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2014 โดย Brock Pierce, Reeve Collins และ Craig Sellars ภายใต้ชื่อเดิมว่า "Realcoin" ก่อนจะออกโทเคนชุดแรกบนโปรโตคอล Omni (ชั้นโปรโตคอลที่สร้างอยู่บนเครือข่าย Bitcoin ใช้สำหรับออกโทเคนอื่นได้) ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น "Tether" ในเดือนพฤศจิกายน 2014 เว็บเทรด Bitfinex เป็นแพลตฟอร์มแรกที่เปิดให้ซื้อขาย USDT ตั้งแต่เดือนมกราคม 2015
จุดที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ Tether Limited และ Bitfinex เป็นบริษัทในเครือเดียวกัน ทั้งคู่อยู่ภายใต้บริษัทแม่ชื่อ iFinex Inc. แต่ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะตั้งแต่แรก จนกระทั่งปี 2017 ที่ธนาคาร Wells Fargo ระงับการโอนเงินระหว่างประเทศให้ Bitfinex เรื่องนี้จึงเป็นที่รับรู้กันในวงกว้าง ปัจจุบัน Paolo Ardoino ดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Tether ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 หลังเคยเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของบริษัทมาตั้งแต่ปี 2017
ด้านมูลค่าตลาด ข้อมูลจากหน้า Transparency ของ Tether เองระบุยอด USDT หมุนเวียนสุทธิอยู่ที่ประมาณ 183,347 ล้านดอลลาร์ (ข้อมูลอัปเดต 14 กันยายน 2026) ทำให้ USDT เป็นเหรียญคริปโตที่มีมูลค่าตลาดสูงเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจาก Bitcoin และ Ethereum เมื่อเทียบกับ USDC คู่แข่งรายใหญ่ที่สุดซึ่งมีมูลค่าตลาดประมาณ 74,400 ล้านดอลลาร์ USDT จึงมีมูลค่าตลาดมากกว่า USDC อยู่ราว 109,000 ล้านดอลลาร์

ที่มา: tether.to/en/transparency (14 ก.ย. 2026)
ราคา USDT เคลื่อนไหวยังไง
ข้อควรเข้าใจที่สำคัญที่สุดคือ USDT ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ซื้อเพื่อหวังราคาขึ้น ราคาที่เหมาะสมของ USDT คือ 1 ดอลลาร์เสมอ การที่ราคาขยับขึ้นหรือลงจากจุดนี้แม้เพียงเล็กน้อยถือเป็นสัญญาณที่ตลาดจับตา ไม่ใช่โอกาสทำกำไรแบบเหรียญทั่วไป ในสถานการณ์ปกติราคาจะแกว่งอยู่ในช่วงแคบมากรอบ 1 ดอลลาร์ จากแรงซื้อขายที่คอยดึงราคากลับเข้าหาจุดสมดุล (arbitrage คือการซื้อถูกขายแพงเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างราคา)
ในอดีตเคยมีช่วงที่ราคา USDT เบี่ยงเบนจาก 1 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ มักเกิดขึ้นช่วงที่ตลาดตื่นตระหนกเรื่องความน่าเชื่อถือของทุนสำรอง หรือช่วงที่ stablecoin เจ้าอื่นในตลาดมีปัญหาจนกระทบความเชื่อมั่นโดยรวมของกลุ่ม stablecoin ทั้งหมด ผู้ถือ USDT จึงควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานะทุนสำรองของ Tether อยู่เสมอ มากกว่าจะดูกราฟราคาเพียงอย่างเดียวแบบเหรียญคริปโตทั่วไป
USDT น่าเชื่อถือแค่ไหน ปลอดภัยแค่ไหน
กลไกการรักษามูลค่า 1:1 ทำงานยังไง
หัวใจของความน่าเชื่อถือของ USDT อยู่ที่ทุนสำรอง (reserve) ที่ Tether ถือไว้หนุนหลังโทเคนที่ออกไปทั้งหมด ตามรายงานการตรวจสอบ (attestation คือการที่ผู้ตรวจสอบบัญชีอิสระยืนยันข้อมูล ณ วันใดวันหนึ่ง ต่างจากการตรวจสอบบัญชีแบบเต็มรูปแบบ หรือ audit ที่ตรวจทั้งระบบควบคุมภายในตลอดช่วงเวลา) ไตรมาส 1 ปี 2026 ที่จัดทำโดยผู้ตรวจสอบบัญชี BDO Italia ทุนสำรองของ Tether ประกอบด้วยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้น (ทั้งถือตรงและถือผ่านกองทุนตลาดเงินกับสัญญาซื้อคืน) คิดเป็นสัดส่วนราว 80-84% ของทุนสำรองทั้งหมด ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ในทองคำมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ Bitcoin ประมาณ 7,000 ล้านดอลลาร์ และเงินกู้ที่มีหลักประกัน (secured loans) อีกราว 4-6%
ไตรมาส 1 ปี 2026 Tether รายงานกำไรสุทธิ 1,040 ล้านดอลลาร์ และมีส่วนทุนส่วนเกิน (excess reserves หรือมูลค่าทรัพย์สินที่มากกว่าหนี้สินที่ต้องจ่ายคืนผู้ถือโทเคน) เพิ่มขึ้นจาก 6,300 ล้านดอลลาร์เป็น 8,200 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ ส่วนความคืบหน้าล่าสุดด้านความโปร่งใสคือในเดือนสิงหาคม 2026 Tether ประกาศว่า KPMG สหรัฐฯ ได้ทำการตรวจสอบบัญชีแบบเต็มรูปแบบ (full audit) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์บริษัท ครอบคลุมปีบัญชี 2025 ทั้งปี และออกความเห็นแบบไม่มีเงื่อนไข (unqualified opinion) ยืนยันว่าทุนสำรองมากกว่าหนี้สินอยู่ 6,814 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025 อย่างไรก็ตาม Tether ยังไม่ได้เผยแพร่รายงานฉบับเต็มต่อสาธารณะ เปิดเผยเพียงสรุปผลเท่านั้น จุดนี้ผู้อ่านควรระวังไว้ว่าเป็นข้อมูลที่มาจากการประกาศของบริษัทเอง ยังไม่มีรายงานฉบับเต็มให้ตรวจสอบไขว้ได้อย่างอิสระ
ใครควบคุม Tether
Tether Limited เป็นบริษัทเอกชนที่มีบริษัทแม่ชื่อ iFinex Inc. ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บเทรด Bitfinex ด้วย ต่างจาก Bitcoin หรือ Ethereum ที่ไม่มีบริษัทใดควบคุม USDT มีจุดศูนย์กลางอำนาจชัดเจนอยู่ที่ทีมบริหารของ Tether เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการออกโทเคนใหม่ การทำลายโทเคน และมีอำนาจทางเทคนิคในการอายัด (freeze) ที่อยู่กระเป๋าเงินที่ถือ USDT ได้ในบางกรณี เช่น ทำตามคำสั่งของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ USDT ต่างจากเหรียญที่กระจายศูนย์อย่างแท้จริง โครงสร้างบริษัทปัจจุบัน Tether Limited เป็นบริษัทลูกที่ถือหุ้นเต็มจำนวนโดย Tether Holdings ซึ่งจดทะเบียนอยู่ที่กรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ ย้ายฐานมาจากหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (เขตปลอดภาษีที่จดทะเบียนเดิม) ในช่วงหลัง

ที่มา: Wikipedia "Tether Limited" (เข้าถึง 15 ก.ย. 2026)
โครงสร้างนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือมีผู้รับผิดชอบชัดเจนหากเกิดปัญหา และสามารถให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลได้ในกรณีที่โทเคนถูกใช้เพื่อการฟอกเงินหรืออาชญากรรม ข้อเสียคือผู้ถือ USDT ต้องเชื่อใจการบริหารจัดการของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งโดยตรง ต่างจากเครือข่ายกระจายศูนย์ที่ไม่มีจุดควบคุมเดียว
USDT เคยมีปัญหาอะไรบ้าง
ประเด็นความโปร่งใสของทุนสำรองเคยเป็นข้อถกเถียงใหญ่ในอดีต ช่วงกลางปี 2021 รายงานทุนสำรองของ Tether เคยเปิดเผยว่ามีสัดส่วนตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะสั้น (commercial paper สินทรัพย์ทางการเงินที่บริษัทออกเพื่อกู้ยืมระยะสั้น มีความเสี่ยงสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล) สูงถึง 65.39% ของทุนสำรองทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม 2021 สร้างความกังวลในตลาดว่าคุณภาพสินทรัพย์หนุนหลังอาจไม่แข็งแกร่งพอ รวมถึงมีข่าวลือเรื่องความเสี่ยงเชื่อมโยงกับวิกฤต Evergrande ในจีนซึ่ง Tether ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง บริษัทเริ่มลดสัดส่วน commercial paper ตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 และประกาศลดจนเหลือศูนย์ในเดือนตุลาคม 2022 พร้อมย้ายไปถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้นแทนทั้งหมด กระบวนการนี้ตัดขายสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 30,000 ล้านดอลลาร์โดยไม่มีรายงานผลขาดทุน
ด้านกฎหมาย Tether เคยถูกหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ สองแห่งลงโทษในปี 2021 กรณีแรกคือ สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก (NYAG) ประกาศข้อตกลงยอมความเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2021 หลังสอบสวนนาน 22 เดือน โดยกล่าวหาว่า Bitfinex และ Tether ปกปิดการสูญเสียเงินลูกค้าและเงินบริษัทมูลค่าประมาณ 850 ล้านดอลลาร์ที่ฝากไว้กับผู้ให้บริการชำระเงินรายหนึ่ง และกล่าวหาว่า Tether เคยกล่าวอ้างไม่ตรงความจริงว่ามีทุนสำรองดอลลาร์เต็มจำนวนหนุนหลัง USDT ทุกเหรียญตลอดเวลา ข้อตกลงยอมความกำหนดให้ทั้งสองบริษัทจ่ายค่าปรับรวม 18.5 ล้านดอลลาร์ โดยไม่ยอมรับว่าทำผิดจริง พร้อมต้องส่งรายงานโครงสร้างทุนสำรองทุกไตรมาสต่อเนื่อง 2 ปี และห้ามให้บริการซื้อขายกับผู้อยู่อาศัยในรัฐนิวยอร์กอีกต่อไป

ที่มา: ag.ny.gov แถลงข่าว 23 ก.พ. 2021
กรณีที่สองคือ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐฯ (CFTC) ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2021 ปรับ Tether เป็นเงิน 41 ล้านดอลลาร์ ฐานให้ข้อมูลเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับทุนสำรองของ USDT โดย CFTC ระบุว่าในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2017 ทุนสำรองจริงของ Tether ไม่เคยมากกว่า 61.5 ล้านดอลลาร์เลย ทั้งที่มีโทเคน USDT หมุนเวียนอยู่ราว 442 ล้านเหรียญในบางช่วง ซึ่งขัดกับคำกล่าวอ้างว่ามีทุนสำรองดอลลาร์เต็มจำนวนหนุนหลังตลอดเวลา ในคราวเดียวกัน CFTC ยังสั่งปรับ Bitfinex แยกอีก 1.5 ล้านดอลลาร์ฐานให้บริการซื้อขายผิดกฎหมายกับลูกค้าสหรัฐฯ รวมค่าปรับทั้งสองบริษัทเป็น 42.5 ล้านดอลลาร์

ที่มา: cftc.gov แถลงข่าว Release Number 8450-21 (15 ต.ค. 2021)
ทั้งสองกรณีเกิดขึ้นในปี 2021 และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ Tether ต้องปรับปรุงความโปร่งใสของทุนสำรองในเวลาต่อมา ทั้งการเลิกถือ commercial paper และการว่าจ้าง KPMG มาตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบครั้งแรกในปี 2026 ตามที่กล่าวไปข้างต้น ผู้สนใจถือ USDT ควรทราบประวัตินี้ไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้วก็ตาม
ข้อดี-ข้อเสียของ USDT
ข้อดี
- มูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม stablecoin สภาพคล่องสูงที่สุด ซื้อขายได้บนแทบทุกเว็บเทรดทั่วโลก
- ออกอยู่บนหลายเครือข่าย Blockchain ทำให้เลือกใช้เครือข่ายที่ค่าธรรมเนียมถูกและเร็วได้ตามความต้องการ
- ทุนสำรองปรับปรุงให้โปร่งใสขึ้นมากตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา เลิกถือ commercial paper ทั้งหมดแล้ว และเริ่มมีการตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบครั้งแรกในปี 2026
- ใช้เป็นที่พักเงินหนีความผันผวนของตลาดคริปโตได้โดยไม่ต้องถอนกลับเป็นเงินบาทหรือดอลลาร์จริง
ข้อเสีย
- มีบริษัทเอกชนเป็นผู้ควบคุมเพียงรายเดียว มีอำนาจอายัดโทเคนได้ในบางกรณี ต่างจากเหรียญกระจายศูนย์แท้จริง
- ยังไม่มีการเผยแพร่รายงานตรวจสอบบัญชีฉบับเต็มต่อสาธารณะ มีเพียงรายงานสรุปและ attestation รายไตรมาสเท่านั้น
- เคยมีประวัติถูกหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ลงโทษสองครั้งในปี 2021 เรื่องความโปร่งใสของทุนสำรอง
- เลือกเครือข่ายผิดตอนโอนอาจทำให้เงินสูญหายถาวร เป็นความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการที่ผู้ใช้ต้องระวังเองทุกครั้ง

ที่มา: tether.to/en/how-it-works (เข้าถึง 15 ก.ย. 2026)
USDT แตกต่างจาก USDC และ stablecoin อื่นยังไง
คู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของ USDT คือ USDC ออกโดยบริษัท Circle สัญชาติอเมริกัน ทั้งสองเหรียญผูกมูลค่ากับดอลลาร์ 1 ต่อ 1 เหมือนกัน แต่มีความต่างสำคัญด้านความโปร่งใสและโครงสร้างทุนสำรอง Circle เผยแพร่รายงานตรวจสอบทุนสำรองทุกเดือนโดยผู้ตรวจสอบบัญชี Deloitte ขณะที่ Tether เผยแพร่ทุกไตรมาสโดย BDO Italia ทุนสำรองของ USDC ส่วนใหญ่ถือผ่าน Circle Reserve Fund ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงินที่จดทะเบียนกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และบริหารจัดการโดย BlackRock บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ของโลก พร้อมเปิดเผยรายละเอียดหลักทรัพย์แต่ละตัวถึงระดับรหัส CUSIP (รหัสระบุหลักทรัพย์แต่ละตัวในสหรัฐฯ) ทำให้ตรวจสอบได้ละเอียดกว่า

ที่มา: circle.com/usdc (เข้าถึง 15 ก.ย. 2026)
| คุณสมบัติ | USDT (Tether) | USDC (Circle) |
|---|---|---|
| ผู้ออก | Tether Limited (ในเครือ iFinex ร่วมกับ Bitfinex) | Circle Internet Financial (สหรัฐฯ) |
| มูลค่าตลาด (ก.ย. 2026) | ประมาณ 183,300 ล้านดอลลาร์ | ประมาณ 74,400 ล้านดอลลาร์ |
| รอบการตรวจสอบทุนสำรอง | รายไตรมาส (BDO Italia) | รายเดือน (Deloitte) |
| โครงสร้างทุนสำรองหลัก | พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ~80-84% ทองคำ Bitcoin และเงินกู้มีหลักประกันส่วนที่เหลือ | พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐผ่านกองทุนที่ BlackRock บริหาร ~80% เงินสดในธนาคาร ~20% |
| การตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบ | ครั้งแรกในปี 2026 โดย KPMG (ยังไม่เผยแพร่รายงานฉบับเต็ม) | ยังไม่มีการตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบเช่นกัน ใช้ attestation รายเดือนเป็นหลัก |
| เครือข่ายที่รองรับ | มากกว่า 10 เครือข่าย เน้น Tron และ Ethereum | มากกว่า 10 เครือข่ายเช่นกัน เน้น Ethereum, Solana, Base |
โดยรวมแล้ว USDC มักถูกมองว่ามีความโปร่งใสและอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดกว่า ขณะที่ USDT ชนะขาดในแง่สภาพคล่องและการยอมรับ เพราะได้เปรียบเรื่องเข้าตลาดก่อนมาตั้งแต่ปี 2014 ทำให้เว็บเทรดและแพลตฟอร์มส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้ USDT เป็นคู่เทรดหลักมาอย่างยาวนาน ส่วน stablecoin อื่นอย่าง DAI ซึ่งออกโดยโปรโตคอลกระจายศูนย์ไม่มีบริษัทเดียวควบคุม หรือ PYUSD ของ PayPal ก็มีส่วนแบ่งตลาดอยู่บ้างแต่ยังห่างไกลจากสองเจ้าตลาดนี้มาก บริษัท Tether เองก็ไม่ได้มีแค่ USDT เพียงอย่างเดียว ยังออกโทเคนหนุนหลังด้วยทองคำจริงชื่อ XAUT ด้วย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ XAUT คืออะไร ทองคำดิจิทัล 1 เหรียญเท่ากับทอง 1 ออนซ์จริงไหม
ข้อควรรู้สำหรับคนไทยที่ถือ USDT
การซื้อขาย USDT ผ่านเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ถือว่าถูกกฎหมายและอยู่ภายใต้การคุ้มครองผู้บริโภคตามมาตรฐานที่ ก.ล.ต. กำหนด แต่ถ้าโอน USDT ออกจากเว็บเทรดไปเก็บในกระเป๋าเงินส่วนตัว (self-custody) แล้ว ความรับผิดชอบและความเสี่ยงทั้งหมดตกอยู่ที่ผู้ถือเอง ไม่มีหน่วยงานไทยใดเข้ามาช่วยกู้คืนได้หากทำ private key หายหรือถูกหลอกโอนออกไป
จุดที่คนไทยที่ถือหรือใช้งาน USDT ควรติดตามอย่างใกล้ชิดคือ ในเดือนกันยายน 2026 คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบหลักการกำกับดูแลการทำธุรกรรม stablecoin ผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต โดยกำหนดให้มูลค่าการโอนเข้าออกแต่ละขาต้องไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อผู้ประกอบธุรกิจแต่ละราย และต้องสอดคล้องกับแหล่งที่มารายได้และฐานะการเงินของลูกค้า เป้าหมายหลักคือป้องกันการใช้ stablecoin เป็นช่องทางฟอกเงิน ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี และเลี่ยงกฎการโอนเงินข้ามประเทศ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการนี้ถึงวันที่ 25 กันยายน 2026 ก่อนบังคับใช้จริง ผู้ใช้งานควรติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากประกาศทางการของ ก.ล.ต. อีกครั้ง เพราะกฎเกณฑ์อาจปรับเปลี่ยนได้ในระหว่างขั้นตอนรับฟังความคิดเห็น

ที่มา: InfoQuest ข่าวสินทรัพย์ดิจิทัล (3 ก.ย. 2026)
นอกจากนี้ยังมีมาตรการ Travel Rule (กฎที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับกำกับติดตามธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามแพลตฟอร์ม) ที่ ก.ล.ต. ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเส้นตายบังคับใช้ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งจะกระทบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึง USDT ระหว่างแพลตฟอร์มด้วยเช่นกัน
อีกความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามคือธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังผลักดันโครงการ ThaiBaht Stablecoin ของตัวเอง โดยตั้งเป้าให้ใบอนุญาตแบบจำกัดขอบเขตและคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ หากโครงการนี้เดินหน้าสำเร็จ อาจเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนไทยที่ต้องการ stablecoin ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไทยโดยตรง แทนที่จะพึ่งพา USDT หรือ USDC ซึ่งออกโดยบริษัทต่างชาติเพียงอย่างเดียว
วิธีโอน USDT จาก Binance TH ไปกระเป๋าอื่น (ทีละขั้นตอนพร้อมภาพจริง)
คำค้นหาที่พบบ่อยที่สุดของคนไทยเกี่ยวกับ USDT บนเว็บของเราคือการโอน USDT จาก Binance TH ไปยังปลายทางอื่น ไม่ว่าจะเป็นเว็บเทรดต่างประเทศหรือกระเป๋าเงินส่วนตัว หัวข้อนี้จึงอธิบายขั้นตอนจริงโดยอ้างอิงจากคู่มือทางการของ Binance TH พร้อมภาพหน้าจอจริงประกอบทุกขั้นตอนสำคัญ
ทำไมการเลือกเครือข่ายถึงสำคัญที่สุด
USDT ไม่ได้อยู่บนเครือข่าย Blockchain เดียว เวลาโอน USDT ผู้ใช้ต้องเลือก "เครือข่าย" (Network) ที่จะใช้ส่งด้วยเสมอ เช่น Ethereum (เรียกมาตรฐานโทเคนบนเครือข่ายนี้ว่า ERC20), Tron (เรียกว่า TRC20) หรือ BNB Chain (เรียกว่า BEP20) ถ้าเลือกเครือข่ายไม่ตรงกับที่ปลายทางรองรับ เงินจะสูญหายและกู้คืนไม่ได้เกือบทุกกรณี เพราะกระเป๋าเงินหรือเว็บเทรดปลายทางจะไม่รู้จักธุรกรรมที่มาจากเครือข่ายอื่น หลักการจำง่ายๆ คือต้องตรวจสอบก่อนโอนทุกครั้งว่าเครือข่ายที่เลือกฝั่งผู้ส่งตรงกับเครือข่ายที่ปลายทางรองรับเป๊ะๆ ไม่ใช่แค่ชื่อเหรียญตรงกัน
เปรียบเทียบเครือข่าย TRC20 vs ERC20 vs BEP20
| เครือข่าย | ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ | ความเร็วยืนยันธุรกรรม | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| TRC20 (Tron) | ต่ำมาก ประมาณ 0.1-1.5 ดอลลาร์ (หรือราว 1-2.5 USDT) | 1-3 นาที | ถูกและเร็วที่สุดในกลุ่มที่ใช้กันแพร่หลาย เว็บเทรดและกระเป๋าเงินส่วนใหญ่รองรับ |
| BEP20 (BNB Chain) | ต่ำมาก มักไม่ถึง 1 ดอลลาร์ | ไม่กี่วินาทีถึงหลักนาที | ถูกใกล้เคียง TRC20 เหมาะกับแพลตฟอร์มที่รองรับระบบนิเวศ BNB Chain |
| ERC20 (Ethereum) | สูงสุดในสามเครือข่ายนี้ อาจสูงถึง 3-15 ดอลลาร์ขึ้นไปช่วงเครือข่ายหนาแน่น | ไม่กี่นาที ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นเครือข่าย | เป็นมาตรฐานหลักของวงการ DeFi และรองรับกว้างที่สุดในแพลตฟอร์มระดับสถาบัน |
โดยทั่วไป TRC20 มักเป็นตัวเลือกที่คนไทยใช้กันมากที่สุดเพราะค่าธรรมเนียมถูกและเว็บเทรดเกือบทุกแห่งรองรับ แต่ควรตรวจสอบปลายทางก่อนทุกครั้งว่ารองรับเครือข่ายไหนบ้าง บางแพลตฟอร์มโดยเฉพาะที่เน้นงาน DeFi อาจรองรับเฉพาะ ERC20 เท่านั้น
ขั้นตอนถอน USDT จาก Binance TH ทีละขั้นตอน
ขั้นตอนต่อไปนี้อ้างอิงจากคู่มือทางการ "วิธีการถอนคริปโตจากบัญชี Binance TH" ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Binance TH โดยรวมแล้วระบบแบ่งกระบวนการถอนออกเป็น 4 ช่วงหลักคือ เริ่มต้นการถอน รับ Address ปลายทาง รอการยืนยันจากเครือข่าย และการถอนสำเร็จ ตามภาพด้านล่าง

ที่มา: คู่มือทางการ Binance TH "วิธีการถอนคริปโตจากบัญชี Binance TH"
ขั้นที่ 1 เข้าสู่บัญชี Binance TH แล้วไปที่เมนู [กระเป๋าเงิน] จากนั้นคลิก [ถอน] เพื่อเข้าสู่หน้าถอนสินทรัพย์ ระบบจะให้เลือกระหว่างถอนเงินบาทกับถอนคริปโต ให้เลือก "ถอนคริปโต"

ที่มา: คู่มือทางการ Binance TH "วิธีการถอนคริปโตจากบัญชี Binance TH"
ขั้นที่ 2 เลือกสกุลเงินดิจิทัลที่ต้องการถอน (เลือก USDT) จากนั้นกรอก Address ปลายทางที่ต้องการโอนไป หรือเลือกจาก Address ที่เคยบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าเป็นการโอนไปยัง Memo/Destination Tag (รหัสอ้างอิงเพิ่มเติมที่บางเครือข่ายต้องใช้ควบคู่กับ Address เพื่อระบุตัวผู้รับที่ถูกต้อง) ต้องกรอกให้ครบด้วย มิเช่นนั้นเงินอาจไม่เข้าบัญชีปลายทาง

ที่มา: คู่มือทางการ Binance TH "วิธีการถอนคริปโตจากบัญชี Binance TH"
ขั้นที่ 3 เลือกเครือข่าย (Network) ที่ต้องการใช้สำหรับธุรกรรมนี้ นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการโอน USDT ระบบจะแสดงเครือข่ายที่รองรับพร้อมค่าธรรมเนียมของแต่ละเครือข่ายให้เลือก Binance TH เองก็เตือนไว้ชัดเจนในหน้าจอว่า "โปรดใช้ความระมัดระวังในการกรอกที่อยู่เครือข่าย เพื่อป้องกันการสูญหายของทรัพย์สิน" หากเลือกเครือข่ายผิดจากที่ปลายทางรองรับ สินทรัพย์อาจสูญหายและไม่สามารถกู้คืนได้

ที่มา: คู่มือทางการ Binance TH "วิธีการถอนคริปโตจากบัญชี Binance TH"
ขั้นที่ 4 ระบุจำนวน USDT ที่ต้องการถอน หรือกดเลือกจำนวนคงเหลือสูงสุดที่มีอยู่ใน spot wallet ระบบจะแสดงค่าธรรมเนียมธุรกรรมและจำนวนเหรียญสุทธิที่จะได้รับให้ตรวจสอบก่อนกดยืนยัน จากนั้นระบบจะแสดงหน้าต่างสรุปรายละเอียดธุรกรรมอีกครั้งพร้อมคำเตือนสองข้อคือ ให้ตรวจสอบว่า Address ถูกต้องและอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน และเมื่อยืนยันธุรกรรมในขั้นตอนต่อไปแล้วจะไม่สามารถยกเลิกได้

ที่มา: คู่มือทางการ Binance TH "วิธีการถอนคริปโตจากบัญชี Binance TH"
ขั้นที่ 5 ตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรมอย่างละเอียดอีกรอบ คลิกยืนยัน แล้วทำการยืนยันตัวตนผ่านรหัสความปลอดภัยสองชั้น (2FA) บนอุปกรณ์ของคุณ หากยอดถอนสะสมภายใน 24 ชั่วโมงถึงเกณฑ์ที่ระบบกำหนด ระบบจะขอให้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติมผ่านการสแกนใบหน้า (liveness check) ก่อนดำเนินการต่อ เพื่อป้องกันการถูกแฮกบัญชีแล้วถอนเงินออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
ขั้นที่ 6 เมื่อยืนยันธุรกรรมสำเร็จ คำสั่งถอนจะมีผลทันที แต่ต้องรอเวลาให้เครือข่าย Blockchain ยืนยันธุรกรรม ซึ่งใช้เวลาต่างกันตามแต่ละเครือข่ายตามที่เปรียบเทียบไว้ในตารางด้านบน และอาจช้ากว่าปกติได้หากเครือข่ายนั้นมีปริมาณธุรกรรมหนาแน่นในขณะนั้น ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะธุรกรรมผ่านรหัสธุรกรรม (TxID) ที่ระบบแสดงให้หลังยืนยันคำสั่งถอนสำเร็จ
ข้อควรระวังเพิ่มเติมคือ ถ้าโอนสินทรัพย์ไปยังที่อยู่ผิดเครือข่ายไปแล้วจริงๆ ให้รีบติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ Binance TH ทันที บางกรณีอาจกู้คืนได้หากเครือข่ายต้นทางกับปลายทางมีความเข้ากันได้ทางเทคนิคบางส่วน (เช่น บางกรณีระหว่าง BEP20 กับ ERC20 ที่ใช้ที่อยู่รูปแบบเดียวกัน) แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นกรณีที่กู้คืนไม่ได้ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือตรวจสอบเครือข่ายให้ถูกต้องก่อนกดยืนยันทุกครั้ง และแนะนำให้ทดลองโอนจำนวนน้อยๆ ก่อนเป็นการทดสอบเส้นทาง ก่อนโอนก้อนใหญ่ตามในภายหลัง โดยเฉพาะเวลาโอนไปยังที่อยู่หรือแพลตฟอร์มที่ไม่เคยใช้มาก่อน
ซื้อ USDT ได้ที่ไหนในไทย
USDT ซื้อขายได้บนเว็บเทรดคริปโตที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เกือบทุกแห่งในไทย เพราะเป็นคู่เทรดหลักที่ใช้อ้างอิงราคาเหรียญอื่นแทบทั้งหมด เว็บเทรดหลักที่คนไทยใช้กันได้แก่ Bitkub และ Binance TH ซึ่งทั้งสองแห่งมีคู่เทรด USDT/THB ให้ซื้อขายโดยตรง

ที่มา: Binance TH หน้าตลาด USDT/THB (15 ก.ย. 2026)
เนื่องจาก USDT ผูกมูลค่ากับดอลลาร์ ราคาซื้อขายในคู่ USDT/THB บนเว็บเทรดไทยจะเคลื่อนไหวตามอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อบาทเป็นหลัก ไม่ใช่ความผันผวนของตัวเหรียญคริปโตเอง ผู้ที่ต้องการใช้ USDT เป็นทางผ่านไปซื้อเหรียญอื่น หรือต้องการพักเงินหนีความผันผวนของตลาด สามารถซื้อ USDT ด้วยเงินบาทได้โดยตรงผ่านคู่เทรดนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการทยอยซื้อสินทรัพย์คริปโตอื่นสม่ำเสมอโดยใช้ USDT เป็นสกุลเงินกลาง สามารถใช้เครื่องมือคำนวณแผน DCA ของเราเพื่อวางแผนและดูผลตอบแทนย้อนหลังตามจำนวนเงินและความถี่ที่ต้องการได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
USDT ปลอดภัยไหม เก็บเงินไว้ในรูป USDT ดีกว่าเก็บเป็นเงินบาทหรือเปล่า
USDT มีความเสี่ยงต่างจากเงินบาทในบัญชีธนาคาร เพราะไม่ได้รับความคุ้มครองจากสถาบันคุ้มครองเงินฝากเหมือนเงินฝากธนาคาร และขึ้นอยู่กับความสามารถของ Tether ในการรักษาทุนสำรองให้เพียงพอตลอดเวลา แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะโปร่งใสขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต่างจากเงินฝากธนาคารแบบดั้งเดิมอยู่ดี ไม่ควรมองว่า USDT ปลอดภัยเทียบเท่าเงินฝากธนาคาร
ควรเลือกเครือข่ายไหนตอนโอน USDT ระหว่าง TRC20, ERC20 หรือ BEP20
ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าปลายทางรองรับเครือข่ายไหน หลักการคือต้องเลือกให้ตรงกับที่ปลายทางรองรับเสมอ ถ้าปลายทางรองรับหลายเครือข่าย โดยทั่วไป TRC20 มักถูกและเร็วที่สุดสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าปลายทางเป็นแพลตฟอร์ม DeFi บางแห่งอาจรองรับเฉพาะ ERC20 เท่านั้น ต้องตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
ถ้าโอน USDT ผิดเครือข่ายไปแล้วจะกู้คืนได้ไหม
ส่วนใหญ่กู้คืนไม่ได้ เพราะเครือข่ายปลายทางไม่รู้จักธุรกรรมที่ส่งมาจากเครือข่ายอื่น มีบางกรณีที่กู้คืนได้หากเครือข่ายต้นทางกับปลายทางมีความเข้ากันได้ทางเทคนิคบางส่วน แต่ต้องติดต่อฝ่ายสนับสนุนของเว็บเทรดทันทีและไม่มีการรับประกันว่าจะกู้คืนได้เสมอไป ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันไว้ก่อนด้วยการตรวจสอบเครือข่ายให้ถูกต้องทุกครั้งก่อนกดยืนยัน
ทำไมราคา USDT บางครั้งไม่เท่ากับ 1 ดอลลาร์เป๊ะๆ
ความเบี่ยงเบนเล็กน้อยระดับเศษสตางค์เป็นเรื่องปกติจากแรงซื้อขายในตลาดช่วงสั้นๆ กลไก arbitrage จะดึงราคากลับเข้าหาจุดสมดุลเองตามปกติ แต่ถ้าเบี่ยงเบนมากและต่อเนื่องนาน อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของทุนสำรอง ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดในกรณีนั้น
USDT ต่างจาก USDC ตรงไหนที่สำคัญที่สุด
ความต่างสำคัญที่สุดคือระดับความโปร่งใสของทุนสำรองและกรอบกำกับดูแล USDC เผยแพร่รายละเอียดทุนสำรองบ่อยกว่าและละเอียดกว่า อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลของสหรัฐฯ ที่เข้มงวดกว่า ขณะที่ USDT ได้เปรียบเรื่องสภาพคล่องและการยอมรับที่กว้างกว่ามาก เพราะเข้าตลาดมาก่อนตั้งแต่ปี 2014 รายละเอียดเปรียบเทียบเต็มอยู่ในหัวข้อด้านบน

ที่มา: Bitkub หน้าตลาด USDT/THB (15 ก.ย. 2026)
ทำไม Binance TH ถึงต้องให้ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าตอนถอนเงินจำนวนมาก
เป็นมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติมที่ Binance TH เริ่มใช้เพื่อป้องกันกรณีบัญชีถูกแฮกแล้วมิจฉาชีพพยายามถอนเงินออกไป การสแกนใบหน้า (liveness check) ช่วยยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริงที่กำลังทำธุรกรรม ไม่ใช่ผู้ไม่หวังดีที่แอบเข้าถึงบัญชีได้
USDT ใช้ซื้อของหรือชำระค่าสินค้าในไทยได้ไหม
ปัจจุบันการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึง USDT เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการโดยตรงในไทยยังไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ต่างจากการถือไว้เพื่อลงทุนหรือซื้อขายผ่านเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาต ผู้ใช้ควรตรวจสอบกฎระเบียบล่าสุดจาก ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนใช้งานในลักษณะอื่นนอกเหนือจากการลงทุน
Memo หรือ Destination Tag คืออะไร จำเป็นต้องกรอกทุกครั้งไหม
Memo หรือ Destination Tag คือรหัสอ้างอิงเพิ่มเติมที่บางเครือข่ายใช้ระบุตัวผู้รับที่แท้จริงในกรณีที่หลายบัญชีใช้ Address กลางร่วมกัน ไม่ใช่ทุกเครือข่ายที่ต้องใช้ ส่วนเครือข่ายยอดนิยมสำหรับ USDT อย่าง TRC20, ERC20 และ BEP20 โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกรอก Memo แต่ถ้าปลายทางระบุให้กรอก ต้องกรอกให้ถูกต้องครบถ้วน มิเช่นนั้นเงินอาจไม่เข้าบัญชีปลายทางหรือกู้คืนได้ยาก
เก็บ USDT ไว้ในเว็บเทรดกับย้ายไปกระเป๋าเงินส่วนตัวต่างกันยังไง
เก็บไว้ในเว็บเทรดสะดวกกว่าสำหรับซื้อขายบ่อยๆ และมีทีมสนับสนุนช่วยเหลือได้หากมีปัญหา แต่ต้องเชื่อใจการดูแลความปลอดภัยของเว็บเทรดนั้น ส่วนย้ายไปกระเป๋าเงินส่วนตัวช่วยให้ควบคุม private key เองได้เต็มที่ ไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม แต่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยเองทั้งหมด หากทำ private key หายหรือถูกหลอกโอนออกไป ไม่มีใครช่วยกู้คืนให้ได้
สรุป: USDT เหมาะกับใคร
USDT เหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องมือพักเงินหนีความผันผวนของตลาดคริปโตโดยไม่ต้องถอนกลับเป็นเงินบาทหรือดอลลาร์จริงทุกครั้ง เหมาะกับผู้ที่ซื้อขายเหรียญคริปโตบ่อยและต้องการใช้ USDT เป็นสกุลเงินกลางในการเทรด รวมถึงผู้ที่ต้องการโอนเงินมูลค่าคงที่ข้ามประเทศหรือข้ามแพลตฟอร์มด้วยความเร็วที่เร็วกว่าระบบธนาคารแบบเดิม ไม่เหมาะกับผู้ที่คาดหวังผลตอบแทนจากราคาที่เพิ่มขึ้น เพราะโดยธรรมชาติแล้ว USDT ออกแบบมาให้ราคาคงที่ ไม่ใช่สินทรัพย์เพื่อการเก็งกำไร
สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ใช้ต้องระวังไม่ใช่ความผันผวนของราคาแบบเหรียญคริปโตทั่วไป แต่คือความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการตอนโอนเงิน โดยเฉพาะการเลือกเครือข่ายให้ถูกต้องทุกครั้ง และความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ผูกกับความน่าเชื่อถือของบริษัท Tether เอง ผู้สนใจควรติดตามรายงานทุนสำรองและข่าวสารด้านกฎระเบียบอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ถือ USDT แล้ววางใจโดยไม่ติดตามความเคลื่อนไหวใดๆ เลย