นักธุรกิจไทย 2 รายฟ้อง Tether ปมอายัด USDT 42.4 ล้านดอลลาร์ไร้หมายศาล เอี่ยวคดีหลอกลงทุนที่สหรัฐฯ
01 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

นักธุรกิจไทย 2 รายฟ้อง Tether ปมอายัด USDT 42.4 ล้านดอลลาร์ไร้หมายศาล เอี่ยวคดีหลอกลงทุนที่สหรัฐฯ

นักธุรกิจไทย 2 ราย Nutthawat Rukthammachalern และ Natthawat Kasamvilas ยื่นฟ้อง Tether Holdings และบริษัทในเครือต่อศาลแขวงสหรัฐฯ เขตใต้ของนิวยอร์ก (Southern District of New York) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา กล่าวหาว่า Tether อายัด USDT ของตนมูลค่า 42,417,785.62 ดอลลาร์ โดยไม่มีหมายศาล คำสั่งศาล หรือกระบวนการทางกฎหมายใดๆ รองรับ คดีนี้เรียกร้องให้มีการพิจารณาโดยคณะลูกขุน (Jury Trial)

 

Screenshot 2026-09-02 115443.jpg
https://x.com/GivnerAriel/status/2094847558787231887

จุดเริ่มต้น: อายัดกระเป๋าไร้หมายศาลตั้งแต่ตุลาคม 2568

ตามคำฟ้อง โจทก์ทั้งสองระบุว่า Tether ขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ที่อยู่กระเป๋า Ethereum ของตนจำนวน 10 ที่อยู่ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 หลังได้รับการร้องขออย่างไม่เป็นทางการจากเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (HSI หรือ Homeland Security Investigations) โดยไม่มีหมายศาล คำสั่งศาล หรือการแจ้งเตือนใดๆ ต่อโจทก์ล่วงหน้า หนึ่งในกระเป๋าที่ถูกอายัดมีมูลค่าราว 26.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งฝ่ายสืบสวนระบุว่าเป็นกระเป๋าที่ใช้รวบรวมเงินในรูปแบบ "สะสม-ซ้อนชั้น-รวมบัญชี" อันเป็นรูปแบบทั่วไปของการฟอกเงิน

หมายศาลมาทีหลัง 4 เดือน แต่โจทก์ชี้ไม่ครอบคลุมสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

หมายยึดทรัพย์ (Seizure Warrant) เพิ่งออกในภายหลังเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 จากศาลแขวงสหรัฐฯ เขตตะวันออกของนอร์ทแคโรไลนา (Eastern District of North Carolina) หมายเลข 5:26-MJ-1267-JG สั่งให้ Tether เผาทำลาย (Burn) เหรียญ USDT ที่ถูกอายัดไว้ และออกเหรียญใหม่มูลค่าเท่ากันเข้าไปยังกระเป๋าที่รัฐบาลควบคุม แต่โจทก์ยืนยันว่าหมายศาลฉบับนี้ไม่ได้ให้อำนาจ Tether ในการอายัด เผาทำลาย หรือออกเหรียญใหม่ทดแทนเหรียญของตนแต่อย่างใด เนื่องจากการอายัดจริงเกิดขึ้นก่อนหมายศาลจะออกกว่า 3 เดือน

ห้าวันหลังจากหมายศาลออก หน่วยงาน EDNC และ HSI ประกาศยึดทรัพย์ USDT มูลค่า 61 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า "สืบเนื่องมาจากที่อยู่ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ขโมยมาจากเหยื่อคดีหลอกลงทุน" พร้อมขอบคุณ Tether ต่อสาธารณะสำหรับการโอนย้ายเหรียญดังกล่าว

ข้อกล่าวหาหลักและสิ่งที่โจทก์เรียกร้อง

คำฟ้องระบุข้อกล่าวหาหลัก 5 ข้อ ได้แก่ ขอคำพิพากษาชี้ขาดว่าการอายัดและเผาทำลายเหรียญไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย (Declaratory Judgment), การยักยอกทรัพย์สิน (Conversion), การบุกรุกทรัพย์สินที่จับต้องได้ (Trespass to Chattels), การได้ประโยชน์โดยมิชอบจากผลตอบแทนของเงินสำรอง (Unjust Enrichment) และคำร้องขอคำสั่งห้าม (Injunction) ให้ปลดบัญชีดำและระงับการเผาทำลายเหรียญ

สิ่งที่โจทก์เรียกร้องคือให้ปลดล็อกการอายัด ชดใช้ค่าเสียหายหากเหรียญถูกทำลายไปแล้ว คืนผลตอบแทนที่ Tether ได้รับจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasuries) ที่หนุนหลังเหรียญระหว่างช่วงเวลาที่ถูกอายัด และค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) โดยคำฟ้องเน้นย้ำว่า Tether มีความสามารถทางเทคนิคที่จะอายัดหรือทำลาย USDT ที่ใดก็ได้ผ่านฟังก์ชัน Smart Contract แต่ไม่เคยเปิดเผยอำนาจนี้ต่อสาธารณะ ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน (Custodian) ของเหรียญที่ซื้อขายในตลาดรอง และยังคงได้รับผลตอบแทนจากเงินสำรองต่อไปแม้เจ้าของเหรียญจะไม่สามารถโยกย้ายเงินได้แม้แต่ดอลลาร์เดียว

เบื้องหลัง: คดีหลอกลงทุนแบบ Pig Butchering ที่นอร์ทแคโรไลนา

ข้อมูลอัพเดตระบุว่าการอายัดเงิน 42.4 ล้านดอลลาร์ในคดีนี้ มีที่มาจากคดีหลอกลวงลงทุนรูปแบบ Pig Butchering (การหลอกลวงที่ผู้เสียหายถูกต้อนให้ลงทุนผ่านความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกหรือมิตรภาพปลอม ก่อนถูกชักจูงให้โอนเงินเข้าแพลตฟอร์มปลอม) ที่สำนักงาน HSI สาขาราลี รัฐนอร์ทแคโรไลนา เปิดการสืบสวนจากเบาะแสของเหยื่อ โดยพบว่าเงินที่ถูกหลอกไปถูกโยกผ่านหลายกระเป๋าเพื่อฟอกให้ดูสะอาดก่อนจะไหลไปรวมที่กระเป๋าของโจทก์ทั้งสอง อย่างไรก็ตาม คำฟ้องของโจทก์ไม่ได้ปฏิเสธว่าเหรียญเหล่านี้อาจเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวง แต่โต้แย้งในประเด็นกระบวนการทางกฎหมายว่า Tether อายัดเหรียญของผู้ถือในตลาดรองก่อน โดยยังไม่มีหมายศาลรองรับ

บริบท: Tether อายัดเหรียญไปแล้วเท่าไหร่ในปีนี้

รายงานระบุว่า Tether เคยอายัดเหรียญ USDT มูลค่ารวมกว่า 514 ล้านดอลลาร์ จาก 370 ที่อยู่กระเป๋า ภายในช่วงเวลาเพียง 30 วันในปีนี้ สะท้อนว่าการอายัดเหรียญตามคำร้องขอของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะที่โจทก์ทั้งสองยังได้ยื่นคำร้องแยกต่างหากที่นอร์ทแคโรไลนาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขอให้คืนเหรียญด้วยเช่นกัน จนถึงขณะนี้ Tether ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้คำฟ้องต่อสาธารณะ

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ประเด็นอำนาจอายัดเหรียญของ Tether เคยเป็นข่าวมาแล้วในบริบทอื่น

👉 สหรัฐฯ จับมือ Tether สั่งอายัดเหรียญ USDT 4.4 พันล้านบาท หลังข้อตกลงหยุดยิงล่ม สงครามปะทุอีกรอบ

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: เอกสารคำฟ้องศาล SDNY, BitcoinEthereumNews

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: คดีนี้น่าสนใจตรงที่โจทก์ไม่ได้ปฏิเสธว่าเงินอาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง แต่ท้าทายในประเด็นกระบวนการทางกฎหมายล้วนๆ คือ Tether ในฐานะบริษัทเอกชนมีอำนาจอายัดทรัพย์สินของผู้ถือเหรียญในตลาดรองได้ก่อนมีหมายศาลจริงหรือไม่ และยังคงได้ผลตอบแทนจากเงินสำรองระหว่างที่เหรียญถูกอายัดด้วย นี่เป็นเพียงคำฟ้อง ยังไม่ใช่คำพิพากษา แต่ก็เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่ผู้ถือ Stablecoin ทุกคนควรทำความเข้าใจไว้ ว่าเหรียญที่ดูเหมือนเป็นทรัพย์สินส่วนตัวเต็มรูปแบบ แท้จริงแล้วยังอยู่ภายใต้อำนาจทางเทคนิคของผู้ออกเหรียญเสมอ

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com