[รีวิว] Binance TH 2026 แบบไม่อวย Exchange ไทยจากแบรน Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นยังไง
รีวิว Binance TH 2026 อย่างไม่อวย ตรวจสอบ Feature ค่าธรรมเนียม Volume และความแตกต่างจาก Binance Global พร้อมข้อดี-ข้อจำกัดที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้งาน Exchange ไทยจากแบรนด์ที่ใหญ
Binance Th เป็น Exchange ที่เปิดตัวในไทยในช่วงต้นปี 2024 ซึ่งถ้าพูดกันตามตรงในช่วงแรกๆนั้น Volume ก็ยังน้อยและ Feature ก็ยังไม่ได้มีอะไรมากมาย แต่ในปัจจุบันหหลังจากได้เข้าไปดูแล้วพบว่ามี Feature ค่อนข้างเยอะและมี Volume ที่เยอะพอที่จะทำการเทรดได้สบายๆ โดยวันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกันแบบไม่อวย ก่อนตัดสินใจฝากเงิน เพื่อให้คุณเลือกได้อย่างมีข้อมูลครบมือ
⚠️ Disclosure — เปิดเผยผลประโยชน์ก่อนอ่าน Bitcoinaddict.com มีลิงก์ Referral (ลิงก์แนะนำที่ทำให้เราได้รับค่าตอบแทนเมื่อท่านสมัครและเทรด) ของ Binance TH อยู่ในบทความนี้ อย่างไรก็ตาม นโยบายของเราคือรีวิวข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่บิดเบือน ไม่ปิดบังข้อจำกัด และไม่แนะนำให้ซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น
รู้จักแบรนด์ Binance ก่อน — ใครคือเจ้าของ Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในโลก?
ก่อนจะพูดถึง Binance TH เราต้องเข้าใจก่อนว่าแบรนด์แม่อย่าง Binance คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
Binance ก่อตั้งในปี 2017 โดย Changpeng Zhao หรือที่วงการเรียกสั้นๆ ว่า "CZ" โดยเริ่มต้นจาก ICO (Initial Coin Offering — การระดมทุนขายเหรียญใหม่) ของเหรียญ BNB (Binance Coin) และขยายตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็น Exchange ที่ใหญ่ที่สุดในโลกภายในเวลาไม่ถึง 2 ปีณ ปัจจุบัน Binance มีสถิติที่น่าสนใจดังนี้
- ปริมาณการซื้อขายต่อวัน (Daily Trading Volume) สูงที่สุดในโลก ห่างจากอันดับ 2 อย่างมีนัยสำคัญ
- จำนวนคู่เทรด มากกว่า 350 คู่ ทั้งในรูปแบบ Spot, Futures, Margin และ Options
- จำนวนผู้ใช้งาน กว่า 240 ล้านคนทั่วโลก (ข้อมูลล่าสุด ณ ต้นปี 2026)
- BNB ซึ่งเป็นเหรียญสัญชาติของ Binance ถูกนำมาใช้ลดค่าธรรมเนียม เข้าร่วม Launchpool (กิจกรรมการันตียิลด์จากเหรียญใหม่) และใช้จ่ายในระบบนิเวศ BNB Chain
อย่างไรก็ตาม Binance ก็ไม่ดำเนินการอย่างราบรื่น ในปี 2023 Binance และ CZ ถูก กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้องและยอมความด้วยการจ่ายค่าปรับกว่า 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในการจ่ายค่าปรับสูงสุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจคริปโต และ CZ ได้ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ไปในช่วงนั้น แต่ปัจจุบัน Binance ยังคงดำเนินธุรกิจต่อเนื่องและยังคงเป็นผู้นำตลาดโลก
Binance TH คืออะไร? ต่างจาก Binance Global ยังไง?

ก่อนที่ Binance TH จะเกิดขึ้น คนไทยส่วนใหญ่ที่ใช้ Binance ต้องเข้าผ่าน Binance.com ซึ่งเป็น Exchange ระดับโลกที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในประเทศไทย ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้ใช้ไทยที่เข้าไปเทรดอยู่ในพื้นที่สีเทาทางกฎหมาย ไม่มีความคุ้มครองใดๆ จากหน่วยงานของรัฐไทย และไม่สามารถฝาก-ถอนเงินบาทได้โดยตรง ซึ่งจริงๆก็เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เมื่อคุณต้องการซื้อเหรียญที่หลากหลายมากขึ้น
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ Binance ตัดสินใจจับมือกับ Gulf Innova บริษัทในเครือ Gulf Energy Development ของนายสารัชถ์ รัตนาวะดี หนึ่งในกลุ่มทุนพลังงานและโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทย ก่อตั้งเป็น Gulf Binance Co., Ltd. และยื่นขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
Binance TH by Gulf Binance เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงปลายปี 2023 โดยได้รับ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง
ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หมายความว่าอะไรสำหรับผู้ใช้ไทย?
จุดที่ทำให้ Binance TH แตกต่างจาก Exchange ต่างชาติทั่วไปคือการได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่า
- มีหน่วยงานรัฐไทยกำกับดูแลโดยตรง
- ผู้ใช้ไทยมีช่องทางร้องเรียนตามกฎหมายไทยได้จริง
- บริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคของไทย
- มีความโปร่งใสด้านการเงินตามที่ ก.ล.ต. กำหนด
ต่างจาก Exchange ต่างชาติที่แม้จะใหญ่แค่ไหน แต่ถ้าเกิดปัญหาขึ้น คุณในฐานะผู้ใช้ไทยแทบไม่มีช่องทางทางกฎหมายในประเทศที่จะเรียกร้องได้เลย ซึ่งบทเรียนจากกรณี FTX ที่ผ่านมาสอนให้เราเห็นชัดว่าเรื่องนี้สำคัญมากแค่ไหน
สิ่งที่ทำให้ Binance TH ต่างจาก Exchange ไทยอื่นๆ
Exchange ที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. ในไทยมีหลายราย Binance TH โดดเด่นออกมาคือ

การเชื่อมต่อ Liquidity กับ Binance Global โดยตรง — ซึ่งหมายความว่าคู่เทรดที่ใช้ USDT และ USDC บน Binance TH ไม่ได้อาศัยสภาพคล่องจากผู้ใช้ในไทยเท่านั้น แต่ดึงมาจากตลาดโลก ทำให้ Volume และ Spread ในคู่เหล่านี้ดีกว่า Exchange ไทยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
Binance TH vs Binance Global — ต่างกันอย่างไร?
นี่คือคำถามที่คนถามมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่เคยใช้ Binance.com มาก่อน แล้วสงสัยว่าย้ายมาใช้ Binance TH แล้วจะได้หรือเสียอะไรบ้าง ตอบให้ตรงๆ ดังนี้
📊 ตารางเปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์
| รายการ | Binance Global (Binance.com) | Binance TH |
|---|---|---|
| ใบอนุญาตในไทย | ❌ ไม่มี (พื้นที่สีเทา) | ✅ ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. |
| สกุลเงินฝาก/ถอน | ไม่รองรับเงินบาท | ✅ รองรับเงินบาท (THB) โดยตรง |
| ภาษาและ Support | อังกฤษเป็นหลัก | ✅ ภาษาไทย มีทีม Support ไทย |
| จำนวนเหรียญ | 350+ คู่ ครอบคลุม Altcoin ทุกระดับ | เฉพาะเหรียญที่ ก.ล.ต. อนุมัติ |
| Spot Trading | ✅ มี | ✅ มี |
| Futures / Margin | ✅ มี Leverage สูงสุดหลักร้อยเท่า | ❌ ไม่มี (Spot เท่านั้น) |
| Volume คู่ USDT/USDC | สูงมาก (อันดับ 1 โลก) | ✅ สูงมาก (ดึงมาจาก Global) |
| Volume คู่บาท (THB) | ไม่มี | ⚠️ มีเฉพาะเหรียญหลัก |
| Easy Buy/Sell (เงินบาท) | ❌ ไม่มี | ✅ มี |
| OTC (ซื้อขายปริมาณมาก) | ✅ มี | ✅ มี |
| Lightning Network (BTC) | ✅ มี | ✅ มี (รายแรกในไทย) |
| Token Reward (ถือ BNB รับเหรียญ) | Launchpool คล้ายกัน | ✅ มีระบบเทียบเท่า |
| Learn to Earn | มีในรูปแบบ Global | ✅ มีเวอร์ชันไทย แจก 200 บาท/สัปดาห์ |
| ภาษีและความรับผิดชอบ | ผู้ใช้ต้องดูแลเอง ไม่มีกรอบไทย | ✅ อยู่ภายใต้กฎหมายไทย |
| KYC (ยืนยันตัวตน) | KYC ระดับสากล | ✅ ใช้ NDID (ยืนยันผ่านแอปธนาคาร) |
สรุปภาพรวมความแตกต่าง
พูดตรงๆ ได้ว่า Binance TH คือ Binance ที่ถูกออกแบบมาให้คนไทยใช้งานได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ต้องแลกมากับการที่บางฟีเจอร์ถูกตัดออก โดยเฉพาะ Futures และ Margin Trading ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความเสี่ยงสูงและอยู่นอกกรอบที่ ก.ล.ต. ไทยอนุมัติ
ถ้าคุณเป็นนักเทรดที่ต้องการ Leverage หรือ Short Selling จริงจัง Binance Global ยังคงตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงทางกฎหมายที่มาพร้อมกัน
แต่ถ้าคุณเน้น Spot Trading, ถือเหรียญระยะยาว, ใช้เงินบาทซื้อขาย หรืออยากได้ประโยชน์จากระบบ Token Reward — Binance TH ตอบโจทย์ได้ครบโดยไม่จำเป็นต้องพึ่ง Global อีกต่อไป
ข้อดีของ Binance TH — เจาะลึกทีละประเด็น
ถูกกฎหมาย (แต่จริงๆในไทยก็ถูกกฎหมายกันเยอะ)
Binance TH ได้รับ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายฯ จาก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) อย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย
ฟังดูเป็นเรื่องทางการ แต่ในทางปฏิบัติมันหมายถึงอะไรบ้าง?
- มีกรอบคุ้มครองผู้ใช้ — หากเกิดข้อพิพาทหรือปัญหาร้ายแรง ผู้ใช้ไทยมีช่องทางร้องเรียนต่อ ก.ล.ต. ได้ ต่างจาก Exchange ต่างประเทศที่ถ้าเกิดปัญหาแล้วแทบไม่มีทางเยียวยาทางกฎหมายในไทยได้เลย
- ระบบ KYC ที่เชื่อถือได้ — Binance TH ใช้ระบบ NDID (National Digital ID — ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลแห่งชาติ) ที่เชื่อมกับแอปธนาคารของคุณโดยตรง ทำให้การยืนยันตัวตนปลอดภัยและได้มาตรฐาน
- เงินฝากบาทมีความโปร่งใส — การฝาก-ถอนเงินบาทผ่านช่องทางธนาคารที่ได้รับการตรวจสอบ ไม่ใช่ P2P (Peer-to-Peer — การโอนระหว่างบุคคลที่มีความเสี่ยงเรื่องการฟอกเงิน) แบบที่บาง Exchange ต่างชาติยังใช้อยู่
แน่นอนว่าพอเป็น Exchange ไทยหลายคนจะยังขยาดเหมือนในกรณีของ Zipmex แต่ถ้าว่ากันตามตรงแล้วใน Wallet ส่วนที่ถูกกำกับดูแลในไทยนั้นก็ยังปลอดภัยดี โดยจากการค้นคว้าของผู้เขียน ผู้เขียนยังมองว่าความปลอดภัยของ Exchange ไทยนั้นยังสูงกว่า exchange ต่างประเทศโดยรวม
เทรดไม่เสียภาษี (จุดนี้คนไทยมองข้ามมากที่สุด)
นี่คือข้อได้เปรียบที่ใหญ่มากแต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึงกัน
ปัจจุบันกฎหมายภาษีไทยกำหนดให้ กำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ถือเป็น เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหลักการคือต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

แต่นี่คือจุดสำคัญ รัฐบาลไทยได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรียกเว้นภาษีกำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล (Capital Gain Tax) สำหรับบุคคลธรรมดาเป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2572 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เท่านั้น
หรือพูดง่ายๆคือเมื่อคุณโอน Crypto ไปเทรดต่างประเทศ กำไรที่เกิดขึ้นนั้นต้องเสียภาษี ไม่ว่าในทางปฎิบัติคุณอาจจะพยายามหลบเลี่ยงจนสรรพกรตรวจไม่เจอก็ตาม แต่ถ้าคุณเทรดใน Binane TH คุณสามารถเทรดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษี ถ้าว่ากันตรงๆถ้าเทรดใน Exchange ที่ได้ใบอนุญาติไม่ว่าที่ไหนก็ตามมันก็ไม่เสียถาษีเหมือนกันหมด แต่ด้วย Binance ก็มีการดึง Liquidity จากตัว Binance Global มาทำให้ Volumn ของเหรียญเล็กๆที่คุณอยากเทรดนั้นมีมากพอ ทำให้คุณไม่จพเป็นต้องโอนไปเทรดที่อื่น (เว้นแต่ว่าการ Leverrage 125x ยังเป็นสิ่งที่คุณต้องการ)
Note: การยกเว้นนี้ทำให้ในไทยมีความเป็น Crypto-friendly สูงมาก
UX/UI คุ้นเคย ไม่ต้องเรียนใหม่
หนึ่งในปัญหาที่คนย้ายจาก Exchange ต่างประเทศมาใช้ของไทยมักเจอคือ หน้าตาแอปที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนเสียเวลาหลายสัปดาห์กว่าจะชินกับระบบใหม่

Binance TH แก้ปัญหานี้ได้อย่างสมบูรณ์ เพราะ UX/UI เกือบเหมือน Binance Global ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้า Order Book, Chart, การตั้ง Limit Order หรือหน้า Wallet ทุกอย่างอยู่ในตำแหน่งเดิม ใครที่เคยใช้ Global มาก่อนจะรู้สึกว่าเปิดแอปขึ้นมาแล้วเริ่มเทรดได้ทันที ไม่มีช่วงเวลา "งง" ใดๆ
Easy Buy/Sell ซื้อเหรียญด้วยเงินบาทในไม่กี่คลิก

Easy Buy/Sell คือฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อ มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการเทรดในตลาด Order Book โดยเฉพาะ
วิธีใช้งานง่ายมาก แค่เลือกเหรียญที่ต้องการ ใส่จำนวนเงินบาทที่อยากจ่าย แล้วกด Buy ระบบจะจัดการทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องรู้จัก Order Book ไม่ต้องตั้ง Limit Order ไม่ต้องกังวลเรื่อง Slippage
เอาจริงๆคือหลายๆ Exchange ก็มี Feature นี้ไม่ได้แปลกอะไร แต่เพราะการที่ Binance Th มี liquidity จาก Global ทำให้เรา Convert จากเงินบาทไปเป็นเหรียญเล็กๆได้เลยโดยได้ราคาดี
บริการ OTC สำหรับวอลุ่มใหญ่

OTC (Over-The-Counter — การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนอกตลาด Order Book) คือบริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายเหรียญ ปริมาณมากในครั้งเดียว โดยไม่กระทบกับราคาตลาดปกติ
ตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น ถ้าคุณต้องการซื้อ BTC มูลค่า 10 ล้านบาทในคราวเดียว หากกดซื้อผ่าน Order Book ปกติ คำสั่งของคุณอาจ "กิน" สภาพคล่องในตลาดจนราคาวิ่งขึ้นระหว่างที่คุณกำลังซื้ออยู่ ทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คาด แต่ผ่านช่องทาง OTC คุณตกลงราคาล่วงหน้ากับทีมงานโดยตรง ได้ราคาที่แน่นอน
อย่างไรก็ตามการจะใช้งานต้องมีการยื่นใบสมัครโดยส่วนตัวเองผู้เขียนก็ยังไม่เคยใช้บอกไม่ได้ว่ามันคุ้มแค่ไหนบริการดีแค่ไหน
ถอน Bitcoin ผ่าน Lightning Network รายแรกในไทย
นี่คือฟีเจอร์ที่ Bitcoiners ตัวจริงจะตื่นเต้นที่สุด

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Lighting network เป็น Layer 2 (L2) ของ Bitcoin ที่มีค่าธรรมเนียมในการโอนต่ำมากๆ
Binance TH เป็น Exchange ไทยรายแรกที่รองรับการถอน BTC ผ่าน Lightning Network ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่า Bitcoiner ในไทยไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม On-Chain แพงๆ อีกต่อไปเมื่อต้องการโยก BTC ออกจากแพลตฟอร์ม

นอกจาก Lightning แล้ว การถอนสินทรัพย์อื่นๆ บน Binance TH ยังรองรับ หลาย Network เมื่อเทียบกับคู่แข่งเช่น USDT สามารถถอนได้ผ่าน TRC-20,Solana,Tezos,scroll,plasma และอีกมากมาย เข้าใจว่าเพราะระบบทั้งหลายอาจจะยกมาจาก global ที่มีรองรับไว้แล้ส
Volume จริงๆ บน Binance TH — ต้องรู้ก่อนเทรด
นี่คือหัวข้อที่เราจะพูดตรงที่สุด เพราะเรื่อง Volume เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อประสบการณ์เทรดจริงๆ โดยตรง และถ้าไม่รู้ล่วงหน้าอาจทำให้ผิดหวังได้
📊 คู่ไทยบาท (THB Pairs) — ใช้ได้จริงแค่บางตัว
ความจริงที่ต้องบอกตรงๆ คือ Volume ของคู่เทรดสกุลเงินบาท (THB) บน Binance TH ยังไม่ได้กระจายครอบคลุมทุกเหรียญ เหมือนที่หลายคนอาจคาดหวัง
จากการสังเกตตลาดจริง เหรียญที่มี Volume คู่บาทอยู่ในระดับที่ใช้งานได้จริงในปัจจุบันมีอยู่เพียงไม่กี่ตัว

สำหรับเหรียญนอกเหนือจาก 5 ตัวข้างต้น ถ้าพยายามเทรดคู่บาทจะเจอปัญหา Spread กว้าง (ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายที่ห่างกันมากเกินไป) และ Slippage (การที่ราคาที่ได้จริงต่างจากที่ตั้งใจ เพราะ Order Book ไม่ลึกพอ) ซึ่งทำให้ต้นทุนจริงของการเทรดสูงกว่าที่คิดไว้มาก
ถ้าต้องการเทรด Altcoin นอกเหนือจาก 6 ตัวข้างต้น ให้เปลี่ยนไปใช้คู่ USDT แทน ซึ่งนำเราไปสู่จุดเด่นที่ใหญ่ที่สุดของ Binance TH แต่ถ้าพูดกันตามตรงๆมันก็เหมือนกับเราต้องโอน USDT ไปเทรด Global Exchange เพียงแต่ถ้าเป็น Binance TH เราไม่ต้องโอนออกไป
คู่ USDT และ USDC — นี่แหละคือหัวใจของ Binance TH

USDT (Tether — Stablecoin ที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ 1:1 มี Market Cap สูงสุดในกลุ่ม Stablecoin) และ USDC (USD Coin — Stablecoin อีกตัวที่ได้รับความนิยมในกลุ่มสถาบัน) คือจุดแข็งที่แท้จริงของ Binance TH
เหตุผลที่ Volume คู่เหล่านี้ดีเป็นพิเศษคือ Binance TH ดึง Liquidity โดยตรงจาก Binance Global ซึ่งเป็น Exchange อันดับ 1 ของโลก ทำให้
- Spread แคบมาก — ใกล้เคียงกับที่เทรดบน Binance.com โดยตรง
- Order Book ลึก — รองรับ Order ขนาดใหญ่ได้โดยไม่เกิด Slippage
- ราคาอ้างอิงแม่นยำ — ตรงกับราคาตลาดโลก Real-time
- ไม่จำเป็นต้องโยกเหรียญไป Exchange ต่างประเทศ — ประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนและเวลา
พูดง่ายๆ คือถ้าคุณ ฝากเงินบาท → ซื้อ USDT → เทรด Altcoin คู่ USDT บน Binance TH คุณจะได้ประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับการเทรดบน Binance Global มากที่สุดเท่าที่ Exchange ไทยถูกกฎหมายจะให้ได้
ค่าธรรมเนียม 0.1% (ในหน่วย USDT/USDC)
ค่าธรรมเนียมของ Binance th เริ่มต้น 0.1% แต่เอาจริงๆมันคือคำโฆษณา เพราะที่ 0.1% นั้นคือคู่ที่เทรดด้วย Crypto อย่าง USDT/USDC นั้นหมายความว่าถ้าคุณจะซื้อเหรียญจากเงินบาทโดยผ่าน USDT/USDC คุณจะต้องเสียค่าธรรมเนียมคู่เทรดเงินบาทอีก 0.25% รวมเป็น 0.35% นั้นเอง ซึ่งฟังตัวเลขโดยรวมอาจจะเยอะ แต่ในความเป็นจริงคือ
ในเหรียญที่มี liquidity คู่ THB ต่ำมากๆเมื่อคุณไปที่ Exchange อื่นในไทยแม้ว่าคุณจะเสียแค่ 0.25% แต่ Spread ของราคาอาจจะกว้าง มากๆจนไม่คุ้มกับค่าธรรมเนียมที่ถูกลง
ถ้าคุณเทรดเหรียญนั้นหลายครั้ง การซื้อขายเป็น USDT ก่อนจะคุ้มค่ากว่าเพราะคุณจะเสีย 0.25% ครั้งเดียวและที่เหลือคือ 0.1% แต่ถ้าเป็นคู่ THB คุณจะเสีย 0.25% ทุกครั้ง
ถ้าคุณแค่ซื้อเล็กบางเหรียญโดยไม่เทรดต้องยอมรับว่ามีบาง Exchange ทำ Liquidity ในหน่วย THB ได้ดีกว่า Binance Th แต่ถ้าคุณจะเทรดหนักๆหลายๆครั้ง Bianance TH จะคุ้มกว่ามาก
Token Reward Program — ถือ BNB ไว้เฉยๆ รับเหรียญฟรีทุกรอบ
ระบบ Token Reward เป็นระบบที่มาจาก Binance Global คือฟีเจอร์ที่ทำให้ Binance TH แตกต่างจาก Exchange ไทยอื่นๆ อย่างชัดเจน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่นักลงทุนหลายคนเลือกโยกเหรียญ BNB มาไว้ที่นี่โดยเฉพาะ

แนวคิดเรียบง่ายมาก — แค่ถือ BNB ไว้ใน Wallet ของ Binance TH ก็มีสิทธิรับเหรียญใหม่ที่จะเข้ามาลิสต์บนแพลตฟอร์มแบบ "Drop เข้ากระเป๋าอัตโนมัติ" โดยไม่ต้องทำภารกิจใด ไม่ต้อง Stake ไม่ต้อง Lock เหรียญ และที่สำคัญ ไม่ต้องกดเคลม ระบบจะส่งเหรียญตรงเข้า Wallet ให้เองเลย
คล้ายกับระบบ Launchpool บน Binance Global แต่ในเวอร์ชันที่เรียบง่ายกว่า เข้าถึงง่ายกว่า และไม่ต้องนำเหรียญไป Lock ในกิจกรรมใดๆ โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- ถือ BNB อย่างน้อย 1 BNB ใน Wallet ของ Binance TH ก่อนถึงรอบ Snapshot (บาง Drop จะมีเงื่อนไขว่าต้องฝาก 2 หรือ 3 BNB)
- ยิ่งถือ BNB มาก ยิ่งได้รับเหรียญมาก — ระบบคำนวณสัดส่วนตามยอดที่ถือ
- ดูประวัติการแจกย้อนหลังได้ที่ Binance TH App > Token Reward Program
Learn to Earn — ดูคลิปรับ 200 บาท ทุกวันพุธ

ฟีเจอร์นี้เรียบง่ายมากแต่หลายคนยังไม่รู้ว่ามี
Learn to Earn คือกิจกรรมที่ Binance TH จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้เรียนรู้เรื่องคริปโตและ Blockchain ผ่านคลิปวิดีโอสั้นๆ โดยได้รับเครดิตเงินสดเป็นรางวัล
วิธีใช้งาน
- เปิดแอป Binance TH
- ไปที่เมนู Learn to Earn
- ดูคลิปวิดีโอให้ครบตามที่กำหนด (โดยปกติสั้นมาก ไม่กี่นาที)
- รับเครดิตเป็นเหรียญ 200 บาท เข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ
- กิจกรรมนี้จัดขึ้น ทุกวันพุธ
กิจกรรมนี้แจกเหรียญให้กับ 200 คนแรกเท่านั้น ซึ่งมันแทบจะเป็นเงินฟรี แลกกับการดูคลิป ถ้าใครที่เป็นนักศึกษาสนใจติดตามซักหน่อยก็จะได้ 200 บาททุกอาทิตยืเลยทีเดียว (นักเรียนหมดสิทธิเพราะอายุไม่ถึง 18)
กิจกรรมแจกรางวัลอื่นๆ ที่มาบ่อย
นอกจาก Token Reward และ Learn to Earn แล้ว Binance TH ยังมีกิจกรรมพิเศษประจำเดือนอีกหลายรูปแบบ เช่น
- กิจกรรมเทรดครั้งแรก — ผู้ใช้ใหม่ที่เทรดครั้งแรกมีโอกาสรับรางวัลสูงถึง 999 บาท แต่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมในแอปก่อนทำการเทรดครั้งแรก
- Token Rain และกิจกรรมพิเศษอื่นๆ — มีจัดเป็นระยะ ติดตามได้ในแอปและช่องทาง Social Media ของ Binance TH
สรุปภาพรวม Binance TH เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร?
Binance TH เหมาะมากถ้า
มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น ระบบ Easy Buy/Sell ที่ใช้เงินบาทซื้อได้ทันที ภาษาไทยครบทุกเมนู มีทีม Support ไทย และ UX ที่เข้าใจง่าย ทำให้ Binance TH คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่เคยซื้อคริปโตเลยในชีวิต
นักลงทุนที่เน้น Spot Trading คู่ USDT ถ้าเทรดหลักเป็นคู่ USDT คุณจะได้สัมผัสกับ Volume และ Spread ระดับ Binance Global โดยตรง โดยไม่ต้องยุ่งยากกับการโอนเหรียญไปต่างประเทศ
Bitcoiner ที่โอน BTC บ่อยๆ Lightning Network ที่รองรับการถอน BTC ด้วยค่าธรรมเนียมถูกและความเร็วระดับวินาที คือฟีเจอร์ที่ไม่มีที่ไหนในไทยทำได้มาก่อน
นักลงทุนที่ถือ BNB ระยะยาว ระบบ Token Reward ที่ให้เหรียญฟรีเพียงแค่ถือ BNB ไว้ใน Wallet โดยไม่ต้อง Lock หรือ Stake ถือเป็น Passive Income รูปแบบหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม
คนที่ต้องการประโยชน์ด้านภาษีเต็มๆ การยกเว้น Capital Gains Tax 100% ถึงปี 2572 มีผลเฉพาะ Exchange ที่ได้รับใบอนุญาต ก.ล.ต. เท่านั้น Binance TH คือหนึ่งในนั้น ต่างจาก Exchange ต่างประเทศที่ไม่ได้รับสิทธิ์นี้
Binance TH อาจจยังไม่เหมาะถ้า
นักเทรด Altcoin คู่บาท ถ้าต้องการเทรด Altcoin นอกเหนือจาก BTC, ETH, XRP, SOL, BNB และ VELO ด้วยคู่บาท Volume ยังบางมากและ Spread กว้าง ในบาง Exchange อาจจะทำ Volumne ได้ดีกว่า
นักเทรดที่ต้องการ Futures และ Leverage Binance TH รองรับเฉพาะ Spot Trading เท่านั้น ไม่มี Futures ไม่มี Margin ไม่มี Options ถ้าต้องการฟีเจอร์เหล่านี้ยังต้องพึ่ง Binance Global อยู่
คำแนะนำสุดท้ายจากทีมงาน
จริงๆแล้วถ้าย้อนไปซักปีก่อน Binance TH ยังทำ Volume ได้ไม่ค่อยดีและมี Feature ไม่เยอะมาก แต่ในปี 2026 นี้เรียกได้ว่าทำได้ดีมาก เพราะถ้า Feature ค่อนข้างนำหน้า Exchange อื่นๆพอสมควรโดยเฉพาะระบบ Token Reward ที่ถิอ BNB แล้วได้ Airdrop เหรียญฟรี แต่ในส่วนของ Volume เงินบาทบอกตามตรงว่าดีขึ้นมาก แต่ยังไม่ได้เป็นอันดับ 1 แต่อย่างใด คนที่ต้องการเก็บเหรียญเล็กๆด้วยเงินบาทอาจจะต้องเช็คราคาของเหรียญก่อน อย่างไรก็ตามด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษีการที่เหรียญให้เลือกมาก และการเชื่อม Liquidity จาก Global ทำให้เราไม่จำเป็นต้องโอนเหรียญไปที่ Exchange นอกเลยถ้าเราไม่ได้ต้องการ Leverage
สมัคร Binance
Note: มีเสียงจากคอมมูนิตี้ว่ามีบัญชี Binance Th บางบัญชีที่ถูกอายัดตามมาตรการต่อต้านการฟอกเงินของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารุเกิดขึ้นได้ไม่ว่าคุณจะใช้ Exchange ไทยอื่นๆก็ตาม